• 1 พฤษภาคม 2560 - 11:22 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

มทบ.33 จัดระเบียบรถโดยสารขนาดเล็ก เล็งจับรถแดงชม.เปลี่ยนสีวิ่งตามเส้นทาง ย้ายจุดจอดรถโดยสารต่างอำเภอไปขนส่ง

 วันที่ 4 ธันวาคม 2557 - 10:34 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,209 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ (7 ก.ค.57 ) ณ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ เวลาประมาณ 13:30 น. มีการเรียกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งฯอาทิ สำนักงานขนส่งจังหวัด นายอำเภอ นายสถานีรถไฟ การท่าอากาศยาน นักวิชาการ กลุ่มสหกรณ์เดินรถสายสันกำแพง และสายใต้ (สันป่าตอง หางดง) และสหกรณ์นครเดินรถล้านนา(รถแดง) ประชุมการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบรถโดยสารขนาดเล็กในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ในช่วงเริ่มต้นได้มีการระดมความเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่ถูกเรียนเรื่องต่างๆ และนำเสนอถึงปัญหาภาพรวมของระบบขนส่งมวลชนในเชียงใหม่

หลังจากนั้น ชาญชัย กีฬาแปง สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวสรุปถึงแนวทางการดำเนินการว่า จากที่ประชุมร่วมกันทั้งสามสหกรณ์ ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าถ้ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขตามใบอนุญาตประกอบการน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อฝ่ายใด ที่สำคัญ คือ สามารถปฏิบัติได้เลยโดยไม่ต้องเสียงบประมาณ

“นโยบายนี้อาจจะมีผลกระทบต่อสหกรณ์เดินรถประจำทาง เนื่องจากว่าขนส่งได้กำหนดเงื่อนไขการจอดรถ ต้องจอดที่สถานีขนส่ง แต่ที่ผ่านมีการผ่อนผันให้ไปจอดในพื้นที่ชั้นใน เช่นในตลาด เพราะเห็นว่าเป็นปกติวิสัยในการใช้ ต่อจากนี้ถ้าบังคับใช้อย่างจริงจัง ก็ต้องยอมรับกัน”

“บ้านเมืองมันเปลี่ยน สภาพการจารจร ปริมาณรถในพื้นที่ก็มากขึ้น ฉะนั้นในเงื่อนไขที่ขนส่งฯเสนอให้และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คือ บังคับให้จอดรถที่สถานีขนส่งเท่านั้น”

“ถ้าเริ่มปฏิบัติจากตรงนี้ รถแดงก็จะสามารถตามเงื่อนไขของตนเองได้เช่นเดียวกัน และจะทำให้ระบบขนส่งของเชียงใหม่เราเป็นระเบียบมากขึ้น จากเดิมที่จะมีรถต่างอำเภอเข้าไปวิ่งวนเวียนอยู่ในพื้นที่ชั้นใน ก็จะอยู่เพียงแค่สถานีขนส่งเท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นในส่วนของรถแดงที่รับช่วงต่อ”

ชาญชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาต่อมาคือปัญหาที่จอดรถบริเวณสถานีขนส่ง ซึ่งปัจจุบันขนส่งภายในให้ไปจอดอยู่ตรงบริเวณสถานีขนส่งช้างเผิอก ซึ่งเราอาจจะแก้ปัญหาโดยการแบ่งโซนจอดรถประจำทางจากต่างอำเภอเพิ่มขึ้น เช่นให้มาจอดที่อาเขตอาคารเดิม

“ถ้าเรานำรถบางส่วนที่มาจากอำเภอที่ใกล้จากขนส่งช้างเผือก เช่น รถจากดอยสะเก็ด สันทราย สันกำแพง ก็มารวมจอดกันที่อาเขต แล้วรถแดงรับช่วงต่อก็จะทำให้เรื่องของระบบขนส่งเราคล่องตัวขึ้น รวมถึงเรื่องร้องเรียนต่างๆ คงน้อยลง โดยเฉพาะรถแดงเองหลังจากนี้ไปคงต้องมีการพูดคุยต่อ เรื่องของเส้นทาง และรถที่จะวิ่ง ส่วนหนึ่งที่ต้องนำมาวิ่งตามเส้นทางอย่างเป็นกิจลักษณะ และรถประเภทนี้อาจต้องเปลี่ยนสีให้ชัดเจน”

 

“อีกส่วนหนึ่งที่ไม่อยากวิ่งตามคิว อยากวิ่งอิสระทั่วไปคงต้องแยกมาจดทะเบียนอีกประเภทหนึ่งเป็น “รถรับจ้างไม่ประจำทาง” แต่ก็ต้องกำหนดกรอบราคา ซึ่งทางกรมขนส่งฯได้กำหนดกรอบราคาไว้แล้ว”

“ไม่ต้องกังวลแทนผู้โดยสารว่าจะเดือดร้อน เพราะเขาจะรู้เองว่ารถประจำทางที่เขาจะเดินทางจะจอดที่ไหนบ้าง เขาจะวางแผนการเดินทางได้เอง เพราะถ้าปฏิบัติใช้จริง ใครก็รับแทนเราไม่ได้”

พ.อ.โกศล ประทุมชาติ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33  กล่าวว่า จากที่ฟังการนำเสนอ และเสียงสะท้อนจากทุกฝ่าย คิดว่าปัญหาไม่น่าแก้ยาก บางกรณีสำนักงานขนส่งฯบอกว่าอาจจะต้องใช้งบประมาณด้วยซ้ำไป แต่ถ้าจำเป็นต้องให้รัฐอุดหนุนและให้องค์กรรัฐดูแลคงต้องเป็นหน้าที่ของขนส่ง

จากนี้ไปคงมอบหมายให้มีการพูดคุยรายละเอียดถึงการเดินรถทั้งในส่วนของรถแดง และรถสหกรณ์ที่วิ่งประจำทาง ส่วนองค์กรที่จะดูเรื่องนี้เป็นหลักก็คงเป็นขนส่งฯ ประเด็นที่ไม่ต้องใช้เงินให้เริ่มได้ทันที ส่วนประเด็นไหนที่ต้องใช้ก็คงต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง

“ถ้าได้คุยรายละเอียด และกำหนดกำเกณฑ์กันเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายปฏิบัติที่เป็นทหาร ตำรวจก็ทำหน้าที่เพื่อให้เกิดผลตามที่คุยกัน”

“ถ้ากำลังตำรวจในการตรวจตราไม่พอ อาจจะใช้ทหารในการช่วยตรวจด้วย”

ด้านนายเจิดศักดิ์ ตันติยากร ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์เดินรถสันกำแพง  กล่าวว่า หากดำเนินในแนวทางดังกล่าว คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่ผู้ที่ได้รับผลโดยตรงน่าจะเป็นผู้ใช้มากกว่า และถ้าบังคับใช้ ตนก็อยากให้บังคับใช้ทุกสหกรณ์เดินรถ อย่างการเดินรถสายใต้เข้าเมือง(จอมทอง สันป่าตอง หางดง) มีรถประจำทาง 200 คัน แต่รถแดงมีถึง 400 คัน และแต่ละคันขนคนเต็มลำรถอ้างว่ารับมาจากบ้าน สมาชิกของเราก็เดือดร้อน

“ตอนนี้ได้แต่ตกลงกัน แต่ยังไม่เห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม เพราะในทางปฏิบัติไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน  ต้องขอไปคุยรายละเอียดอีกที”

“ปัญหาหลักที่ถูกร้องเรียนส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งรถแดง เช่นเก็บค่าโดยสารเกิน วิ่งนอกเส้นทาง แต่รถที่เดินประจำทางไม่ค่อยโดนอยู่แล้ว ถ้าคุมกำเนิดรถแดงตั้งแต่ต้น ปัญหาร้องเรียนก็จะน้อยลง”

ดร.ปุ่น เที่ยงธรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า  ปัญหาจริงๆ ของระบบขนส่งมวลชนในเชียงใหม่ คือการบริหารแบบแยกส่วน คนที่เป็นประชาชน เห็นปัญหารถติดก็ไม่รู้จะไปโวยวายที่ใคร วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีคนนำมาพูดคุยกัน คือเอามาดูแบบรวมศูนย์ แล้วก็คุยกันว่าจัดการกันอย่างไรบ้าง เพราะถ้ายังบริหารแบบแยกส่วน ต่างคนต่างจะเอา มันก็ไม่จบ

ในเบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่าจะเอากฎหมายเป็นตัวตั้ง เพราะเห็นว่าตอนนั้นมันยืดหยุ่นเกินไป ซึ่งตรงนี้เห็นว่า คงต้องมาลุ้นให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพราะการปรับจุดจอดรถประจำทางที่วิ่งมา คงจะทำให้เกิดปัญหาไม่น้อย

“ส่วนในเมือง ที่เห็นตรงกันคือตัดระบบสี่ล้อแดงให้วิ่งเป็นเส้นทางและจอดรถตามจุดจอด ซึ่งถ้าตรงนี้เป็นไปได้ ชีวิตคนชียงใหม่คงดีขึ้นเยอะ แต่มันอาจจะเหนื่อยตอนแรก เพราะเราสบายกันมามาก”

“ถ้ามีจุดจอดมากขึ้น และตรงเวลา ประชาชนก็จะสามารถวางแผนชีวิตได้ ก็จะปรับตัวเข้าหาระบบขนส่งมากขึ้น แต่ก็ต้องทำให้ได้ตามเงื่อนไขที่พูดในที่ประชุม แต่ก็ต้องมีการประเมินติดตามด้วย เพราะเป็นการทดลอง ต้องพยายามใช้ข้อมูลมากกว่าความรู้สึก”

ดร.ปุ่น กล่าวอีกว่า ลำพังแค่การปรับเส้นทางให้เป็นระบบยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ดีขึ้น สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ระบบสมบูรณ์ขึ้น คือ การควบคุมระบบการจอดรถในเมือง

“ถ้าเราคิดว่าจอดรถที่ไหนก็ได้ จะทำให้โอกาสการใช้รถง่ายขึ้น แต่ถ้าทำให้เงื่อนไขการใช้รถยากขึ้น เช่น ตรงนี้จอดรถได้ 5 นาที ตรงนี้จอดได้สองชั่วโมง การจอดรถในเชียงใหม่ก็จะดีขึ้น และมันจะสะท้อนกลับมาถึงปัจจัยในการเลือกใช้รถสาธารณะด้วย”

“ปัญหาการจารจรและขนส่งที่เจอในวันนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของสี่ล้อแดง แต่เป็นเรื่องของการปรับพฤติกรรมรวมหมู่ในการใช้รถส่วนตัวต่างหาก เพราะโดยธรรมชาติยังไงเราก็รักสบาย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาเรื่องรถ” ดร.ปุ่น กล่าวทิ้งท้าย.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,880 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.