• 25 เมษายน 2560 - 09:59 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

พิงคนครฯได้เส้นทางกระเช้าฯดอยสุเทพ เปิดรับฟังความเห็นฯ ปชช.หนุน-ค้านปะทะคารมเดือด

 วันที่ 9 ธันวาคม 2557 - 22:29 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,055 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ (16ต.ค.57) เวลา 09.00 น. สำนักงานพัฒนาพิงคนคร(องค์การมหาชน) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาสำรวจและออกแบบกระเช้าลอยฟ้า เชื่อมโยงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี-ดอยปุย-ดอยผาคำในภาพรวม ครั้งที่ 2 ที่ห้องเอราวัณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ โดยมีประชาชนร



ทั้งนี้ สพค.ได้นำเสนอเส้นทางกระเช้าที่ได้คัดเลือกเป็นที่แน่นอนแล้ว จากแนวทางเลือกที่กำหนดไว้ทั้งหมด 6 เส้นทาง

ภาพ แผนที่แนวทางเลือกกระเช้าลอยฟ้าเบื้องต้น

โดยเส้นทางที่ถูกเลือกได้แก่ เส้นทาง 3A เริ่มต้นที่สถานีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งแนวจะเบี่ยงไปทางด้านทิศตะวันตกผ่านพื้นที่ส่วนแสดงสัตว์ Predator Prowl Zone ผ่านไปตามไหล่เขาใกล้กับหมู่บ้านปงและตำแหน่งของสถานีกลาง(สถานีบ้านทุ่งโป่ง) โดยใช้เส้นทางทล.1269 ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 27  เลี้ยวขวาเข้าแยกวัดป่าธรรมชาติประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วต่อไปยังสถานีดอยปุยซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านม้งดอยปุยและไปสิ้นสุดที่สถานีดอยผาดำบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 1 (ผาดำ) รวมระยะทางประมาณ 11.92 กิโลเมตรโดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 36 นาที จากสถานีต้นทางถึงปลายทาง

ภาพแผนที่แนวทางที่เหมาะสม

รูปแบบกระเช้าที่ได้รับการคัดเลือก คือ ระบบกระเช้าลอยฟ้า (Aerial Ropeways) แบบ Mono Cable Detachable Gondola- MDG ชนิด 8 –MDG ( 8 ที่นั่ง) โดยให้เหตุผลว่า เป็นระบบที่ใช้กันแพร่หลายในภูมิภาคนี้ ต้นทุนไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ และมีความสามารถเพียงพอที่จะให้บริการสำหรับโครงการซึ่งมีความสามารถเพียงพอที่จะให้บริการสำหรับโครงการซึ่งมีความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารประมาณ 600 คน/ชม. และสามารถรับแรงลมได้ 20 เมตร/วินาที (70 กม./ชม.)

ภาพ รูปแบบกระเช้าไฟฟ้า

 

ด้านเทคนิคและวิธีการก่อสร้าง จะทำใช้วิธีการทำลายป่าไม้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ การก่อสร้างในป่าและอยู่บนพื้นที่ลาดชันของภูเขาจะใช้วิธีขนส่งดังนี้ หนึ่งใช้แรงงานคน (Labor) โดยบรรจุวัสดุก่อสร้างต่างๆเช่น หิน ทราย น้ำ ซีเมนต์ และอื่นๆ ให้มีน้ำหนักเท่าแรงงานคนจะแบกหามได้ แล้วใช้เวลาขนส่งเข้าจุดก่อสร้างที่คนเดินที่ใกล้ที่สุดจนกว่าจะมีวัสดุเพียงพอต่อความต้องการแล้วสร้างตามแปลน วิธีนี้จะใช้กับพื้นที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น การสร้างเสา (Trestle) ในบางพื้นที่

สอง ใช้ยานพาหนะภาคพื้นดิน (Transportation) วิธีนี้จะกำหนดใช้กับจุดก่อสร้างที่การคมนาคมโดยรถยนต์เข้าถึงหรือเข้าใกล้ที่สุดแล้วใช้แรงงานคนอีกต่อหนึ่งในระยะไม่ไกลนัก ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการขนส่งหลักของโครงการ

สาม ขนส่งวัสดุทางอากาศ (Material Ropeway) โดยทำการก่อสร้างเสาชั่วคราวบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้างเสา หรือสถานี และทำการติดตั้งระบบเคเบิ้ลชั่วคราว เพื่อใช้ในการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ

และสี่ ใช้พาหนะทางอากาศ (Airfreight) ในจุดก่อสร้างที่อยู่บนพื้นที่ลาดชันและป่าลึกจะกำหนดให้ใช้ยานพาหนะทางอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ช่วงแรกของการติดตั้งเสาชั่วคราว ณ บริเวณการสร้างเสาหรือสถานี

นายอดุลย์  อิสลาม ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า กระเช้าไฟฟ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานล้ว ถ้าในระดับโลกก็เกือบ 200 ปี เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และหลายๆประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ก็มีการสนับสนุนส่งเสริมกระเช้าที่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์หรือเขตอุทยานแห่งชาติ เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดึดดูดด้านการท่องเที่ยว

“จากการดำเนินการศึกษาทั้งหมด เราเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆในแต่ละด้าน เมื่อเรามาเปรียบเทียบในแง่วิศวกรรม ความเหมาะสมด้านการลงทุน ด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเส้นทางที่จะก่อประโยชน์ให้กับชุมชน กับการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด ก็ปรากฎว่าแนวทางที่สามเหมาะสมสุด มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มีเสาที่พาดพาดเส้นทางเพียง 42 ต้น”

“นักท่องเที่ยวสามารถมาขึ้นที่สถานีกลางทางได้ที่สถานีทุ่งโป่ง ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะแต่ละช่วงสถานีใช้เวลาประมาณ สิบหกนาที ส่วนทัศนียภาพจะมีการไต่ระดับตั้งแต่ระดับ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไปจนถึงจุดสูงสุดบริเวณผาดำ หรือบ้านม้งดอยปุยนอกจากนี้ การออกแบบเราได้คำนึงถึงเรื่องแผ่นดินไหว จึงออกแบบให้กระเช้ารองรับแผ่นดินไหวได้ตามกม.ผังเมืองได้ระบุไว้”

รศ.ดร.สามัคคี บุณยะวัฒน์ ผู้ทำการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ กล่าวว่า ได้ทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทุกๆด้าน ในด้านแผ่นดินไหว กระเช้าไฟฟ้าต้องถูกออกแบบให้รองรับแผ่นดิน 7.5 ริกเตอร์ ดังนั้นแม้จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่ก็ยังมีผลกระทบระดับน้อย ส่วนด้านการชะล้างหน้าดินนั้น บริเวณดอยสุเทพ ดินง่ายต่อการพังทลายทั้งยังมีพืชปกคลุม จากการศึกษพบว่าบริเวณอื่นมีการชะล้างหน้าดินในระดับต่ำ เว้นที่ดอยผาดำที่มีความลาดชันการชะล้างหน้าดินสูง ดังนั้นเราจึงทำเส้นทางให้ไปบ้านม้งดอยปุยก่อนแล้วจึงไปดอยผาดำ เพื่อลดผลกระทบจากตรงนี้ ส่วนต้นไม้มีการตัดไม่มากเพราะเสาใช้พื้นที่ไม่มาก และการขนวัสดุก่อสร้างจะใช้ขนส่งทางอากาศจึงไม่มีการตัดต้นไม้เพื่อทำถนนเข้าไป

ด้านคุณภาพน้ำ มีตรวจวัด 4 จุด อ่างเก็บน้ำไนท์ซาฟารี ลำน้ำบริเวณบ้านม้งดอยปุย ห้วยเสนา ห้วยแม่พริก ส่วนใหญ่น้ำใส อยู่ในมาตราน้ำผิวดิน ใช้อุปโภคบริโภคได้

ด้านเสียงนั้น ในช่วงการก่อสร้างในพื้นที่ป่าจะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ซึ่งก็อาจจะรบกวนบ้าง แต่ไม่เกิน 70 เดซิเบล เพราะฉะนั้นจึงประเมินว่าในระหว่างก่อสร้าง เสียงต้องสูงขึ้นกว่าปกติ แต่ไม่เกินมาตราฐาน จึงให้เกณฑ์ผลกระทบที่ระดับปานกลาง

ด้านอากาศในระหว่างก็สร้างอาจจะมีการปล่อยภาวะของเสียจากเฮลิคอปเตอร์ และรถขนส่งอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะการก่อสร้างไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ซึ่งจะเป็นผลกระทบระยะสั้น ส่วนระยะดำเนินการจะไม่มีผลกระทบเนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้า

ในด้านสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ที่หลายคนเป็นห่วงโดยเฉพาะเรื่องของป่าไม้ ซึ่งจากการเก็บข้อมูล พบว่า ในเส้นทางที่เลือกนั้น พื้นที่ป่า ต้นไม้ไม่ได้ขึ้นหนาแน่นมาก ตัวต้นไม้ห่างกันพอสมควร ถ้าดูด้านบนจะเห็นยอดมันชนกันจนดูเหมือนหนาแน่นมาก

“เมื่อลองคำนวนดูว่าในแนว 10 เมตร ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเราจะเสียต้นไม้ประมาณ 100 กว่าต้น เสียปริมาตรไม้ 33 ลูกบาศก์เมตร ฉะนั้นเราก็ประเมินว่าทรัพยากรป่าไม้ ถึงแม้ว่ามีสมบูรณ์ และในการก่อสร้างต้องได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ก็ไม่มาก เมื่อใช้มาตราการลดผลกระทบ จะทำให้ผลกระทบอยู่ในระดับน้อย”

ส่วนสัตว์ป่ามีอยู่ 280 กว่าชนิด แต่ว่าไม่ชุกชุม เนื่องจากบริเวณป่าดอยสุเทพปุยเป็นป่าที่มีคนเข้าไปใช้ อยู่แล้ว ถึงแม้สัตว์จะไม่ชุกชุมแต่ก็ปรับตัวได้ดีกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ฉะนั้นเมื่อมีการก่อสร้างโครงการอาจจะมีผลกระทบเรื่องเสียงดังบ้าง แต่สัตว์พวกนี้สามารถเคลื่อนที่ไปที่อื่นได้ ฉะนั้นผลกระทบจึงไม่มาก

ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ใช้เนื้อที่โดยรวมแล้วประมาณ 7 ไร่ ตัวสถานีใช้พื้นที่แค่ 2310 ตร.ม. ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าไม่มาก

ด้านทัศนียภาพนั้นพบว่าตัวสถานีหรือแนวสายส่งมีความกลมกลืนกับธรรมชาติถึงร้อยละ 70

ภาพตารางสรุปผลกระทบจากระเช้าลอยฟ้า

รศ.ดร.สามัคคี กล่าวอีกว่า การเข้าไปรับฟังความคิดเห็นนั้น พวกตนทำมากกว่าระเบียบที่ครม.กำหนดไว้โดยเปิดปฐมนิเทศโครงการ จากนั้นเข้าไปสัมภาษณ์เชิงลึกทั้งในและนอกพื้นที่โครงการ แล้วมีการประชุมกลุ่มย่อย โดยเฉพาะพื้นที่ 4 ตำบลที่อยู่ในแนวกระเช้าพบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยมากกว่าประมาณร้อยละ 70 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 10 ที่เหลือไม่แน่ใจและไม่ตอบคำถาม จากแบบสอบถามทั้งหมด 13,000 กว่าชุด

ภาพผลคะแนน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังจากการนำเสนอผลการศึกษาโครงการฯ ได้มีการแสดงความคิดเห็นจากประชาชนผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นกันอย่างดุเดือดจากทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  ประชาชนที่ไม่เห็นด้วย มีความกังวลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็น ข้อมูลรายละเอียดของโครงการที่ยังไม่เปิดเผยอย่างครบถ้วน ขาดการให้ข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์ ความคุ้มทุนในการสร้าง ทั้งงบประมาณรายจ่ายยังไม่มีข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ อีกทั้งระยะทางของกระเช้าลอยฟ้ามีระยะทางและเวลาที่นานเกินไป และการสร้างจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามประชาชนอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าเพราะเห็นว่าจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้คนเชียงใหม่ โดยเฉพาะคนในพื้นที่ และยังช่วยแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนดอยสุเทพปุยในช่วงเทศกาลได้อีกด้วย

นายไพโรจน์  สำนักงานศึกษาธิการภาค 1 กล่าวว่า การนั่งกระเช้าลอยฟ้าจะต้องมีจุดที่น่าสนใจ เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปนั่งแล้วควรจะเห็นภาพหรือจุดที่สร้างความประทับใจ แต่ภาพที่นำเสนอยังไม่น่าสนใจ เพราะหากสร้างไปแล้วจะต้องสร้างความคุ้มค่า ทั้งนี้ด้านความคุ้มค่าต่อจังหวัด ตำบล หมู่บ้าน และประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการประเมินและระบุตัวเลขให้ชัดเจนว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์ในมูลค่านั้นเท่าใด ในส่วนรายละเอียดของพื้นที่สร้างสถานี พื้นที่เคเบิ้ล ตั้งเสาแต่ละต้นจะมีการวาง การขุดเจาะ และมีการใช้พื้นที่ดิน ใช้แนวระยะกันไฟเป็นพื้นที่เท่าใด ยังไม่ละเอียดชัดเจนพอ

นอกจากนี้เชียงใหม่ยังประสบปัญหาไฟป่า ดินถล่ม อยู่บ่อยครั้ง แต่รายละเอียดด้านความปลอดภัย ระบบความช่วยเหลือ อย่างเช่น ไฟดับ กระเช้าขัดข้องทางเทคนิค ทางโครงการฯ จะมีแผนรองรับปัญหาต่างๆอย่างไร รวมถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การป้องกัน เช่น กระแสไฟฟ้า ระบบเสียง มลภาวะจากน้ำมันหล่อลื่น ปัญหาขยะตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ จะมีความชัดเจนในการวางแผนอย่างไร และระบบขนส่งมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ตนต้องการเห็นรายละเอียดที่มากขึ้นและรอบด้านอย่างแท้จริง

นายประหยัด  จตุพรพิทักษ์กุล ศูนย์พิทักษ์สิทธิชุมชน กล่าวว่า ประเด็นแรกเวทีรับฟังความคิดเห็นวันนี้ ดำเนินการโดยไม่ถูกต้อง และเวทีนี้จะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจาก โครงการของพิงคนครได้มอบหมายให้บริษัทเทสโก้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามระยะเวลาต้องแล้วเสร็จเมื่อเดือน มิถุนายน แต่ตอนนี้มาขยายให้เทสโก้ดำเนินการถึงเดือนตุลาคม 

“วันนี้ทางบริษัทเร่งรีบดำเนินการโดยไม่ถูกต้องคือ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนจะรับฟังความคิดเห็นประชาชนจะต้องได้รับข้อมูลก่อน  15 วัน เพื่อศึกษาข้อมูลของโครงการ แต่มีการแจกเอกสารสรุปและไม่มีรายงานผลกระทบที่มีรายละเอียดครบถ้วน  ประเด็นที่สอง เทสโก้ยังดำเนินการกระบวนการขั้นตอนยังไม่แล้วเสร็จ คือ กระบวนการชี้แจงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยจะต้องมีการจัดประชุมในพื้นที่สามครั้ง  ครั้งแรก จัดเวทีชี้แจงรับฟังความเห็นชาวบ้านที่แม่เหียะ ครั้งที่สอง จะต้องจัดเวทีชี้แจงรับฟังความเห็นภายหลังศึกษาและเลือกเส้นทางเรียบร้อยแล้ว แต่เวทีครั้งที่สองข้างต้นไม่มีการจัดเวทีหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งล่าสุดเกิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนในวันนี้ หลังศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลกระทบ ทั้งนี้เทสโก้จะต้องทำรายงานผลกระทบสามระยะด้วยกันคือ ระยะก่อนโครงการ  ระยะการก่อสร้าง และหลังการดำเนินโครงการ แต่มีการพูดถึงการรายงานผลกระทบเฉพาะเท่านั้น”

นายประหยัดย้ำว่า เทสโก้ยังไม่ได้ดำเนินการออกแบบขอบเขตโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าหลังจากเลือกเส้นทาง เรื่องการศึกษาและออกแบบรายละเอียดการใช้งบประมาณในการก่อสร้างโครงการกระเช้าลอยฟ้าทั้งหมด ซึ่งทางเทสโก้ไม่มีการทำข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดในส่วนนี้ให้ประชาชนรับทราบ  อีกทั้งแผนการบริหารงานด้านการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า ตนเห็นว่าเวทีวันนี้พิงคนครต้องยกเลิก ให้เป็นโมฆะ

ขณะที่นายกฯตำหนัก อ.สารภี  ตัวแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 5 อำเภอ กล่าวว่า สิ่งที่เรากังวลที่สุดคือเรื่องผลกระทบทางด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องป่าไม้ แต่เท่าที่ดูมาก็เห็นว่าไม่น่าจะมีผลกระทบมาก และเมื่อมาดูส่วนที่ดี จะเห็นว่า หนึ่ง นักท่องเที่ยวจะเข้ามาในเชียงใหม่มากขึ้น สินค้าโอทอปที่มีอยู่ทุกอำเภอก็จะขายได้ สินค้าทุกอย่างก็จะขายได้ พี่น้องชาวเชียงใหม่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายประเสริฐ อินต๋า กำนันตำบลบ้านปง กล่าวว่า ตนเองยินดีอย่างยิ่งที่จะมีกระเช้าไฟฟ้า แต่ขอย้ายที่ตั้งจากหมู่ 9 ไปหมู่ 4 เพราะหมู่เก้าเป็นแหล่งน้ำ ที่ผ่านมาสิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ เรื่องไฟป่า เพราะปีที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนุบสนุนงบประมาณตรงนี้เลย ปีที่แล้วได้แค่สามพันบาท ส่วนเรื่องกระเช้าไฟฟ้า ถ้ามีเงินก็ทำเลย ทำวันนี้ วันพรุ่งนี้ได้ก็ทำเลย จะได้จบๆไป

นายยิ่งยศ ตัวแทนจากหมู่บ้านดอยปุย กล่าวว่า ตนเสียดายโครงการที่ดีๆที่เข้ามาในเชียงใหม่ เพราะหลายโครงการถูกล้มไป อย่างเช่น เรื่องเตาเผาขยะ ซึ่งทำให้จังหวัดเชียงใหม่เสียโอกาส อะไรๆก็คัดค้านหมด ความเจริญเราไปห้ามมันไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องมี คนเชียงใหม่น่าจะลองปรับทัศนคติ แบบ ลองมองดูอีกมุมว่า กระเช้าไฟฟ้าจะช่วยปรับวงจรการท่องเที่ยวให้กับเราอย่างไรบ้าง เราต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่า ความคุ้มค่ามันอยู่ตรงไหน ซึ่งเท่าที่ดูจากการประเมิน คิดว่าคุ้ม

“ผมเชื่อว่ากระเช้าไฟฟ้าจะเป็นนวัตรกรรมใหม่ ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้น”


ด้านนายยงยุทธ คุณรา รองนายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ  กล่าวว่า การอนุรักษ์ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนา ซึ่งเชียงใหม่ค่อนข้างขาดเรื่องการพัฒนา ชาวต่างชาติที่เข้ามาบ้านเราไม่ได้มาชมวัดเพียงอย่างเดียว เขาต้องการความสะดวกในการเดินทางด้วย เมื่อเชียงใหม่เติบโตขึ้น เราก็ต้องความสะดวกสบายมากขึ้น แม้โครงการศึกษาจะมีสิ่งที่ขาดตกบกพร่องไปบ้าง และต้องกลับไปศึกษาต่อ แต่กระเช้าไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามา มาเที่ยวชมความงามทางธรรมชาติ ในฐานะคนท้องถิ่นก็อยากให้เชียงใหม่เจริญ

“ท้องถิ่นที่อยู่ในแนวเส้นทางต้องนำเสนอปัญหาให้คณะศึกษาได้รับทราบ ต้องหาทางออกว่าถ้าจุดที่ชาวบ้านไม่เอา เขาจะไปอยู่ตรงไหน ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนตรงนี้ แล้วมาพิจารณาดูว่าสิ่งไหนจะหาแนวทางร่วมกัน ให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมจะดีที่สุด”

นายอดุลย์  อิสลาม ผู้จัดการโครงการ กล่าวหลังมีการแสดงความเห็นว่า  พวกตนได้ดำเนินการตามระเบียบต่างๆทุกขั้นตอน และในกระบวนการศึกษาออกแบบ รวมถึงในส่วนที่ต้องนำไปใช้อื่นๆ เราได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนมาตรฐานที่หลายคนกังวลในช่วงเกิดกรณีฉุกเฉินนั้น เวลาสร้างเราจะทำตามมาตรฐานสากลทุกประการ

ส่วนเรื่องงบประมาณในการลงทุนก่อสร้างของโครงการนี้อยู่ในวงเงินลงทุน 2,345 ล้านบาท ซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน เรามองเป็นสองส่วน หนึ่ง ส่วนด้านการเงิน สองด้านเศรษฐศาสตร์ โดยภาพรวมของการศึกษาที่สามารถนำเรียนได้ คือ เมื่อประเมินจากต้นทุนที่ใช้จ่าย นอกจากการก่อสร้างแล้วก็จะมีเรื่องค่าบำรุงรักษา  บุคลากร เราได้ประเมินสิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนแล้ว ส่วนด้านรายรับประเมินว่า จะมีรายรับจากค่าตั๋ว และการจับจ่ายซื้อของ เมื่อนำมาเฉลี่ยกัน ประเมินแล้วว่ามีความคุ้มค่า ซึ่งมี Discount rate(อัตราที่ใช้คำนวณในการนำมูลค่าอนาคตย้อนกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน) อยู่ที่ร้อยละ 7-17 ผลตอบแทนที่ได้สูงสุดอยู่ที่ 2 เท่า จนถึงประมาณ 1 กว่าของตัวต้นทุนในระยะ 30 ปี จึงมองว่ามีความคุ้มค่า.

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 ’พิงคนคร’เปิดตัวกระเช้าลอยฟ้าไนท์ซาฟารีข้ามดอยสุเทพ-ปุย ด้านคนชม.ฮือต้านสุดกำลัง

บ.ที่ปรึกษา กระเช้าลอยฟ้าดอยสุเทพเดินสายชี้แจงชาวบ้าน 4 ตำบลแจงแค่ศึกษายังไม่ก่อสร้าง

โครงการกระเช้าไฟฟ้า สุเทพ-ปุยสื่อเค้าสะดุดชาวบ้านเตรียมล่ารายชื่อคัดค้าน

คนเชียงใหม่รุดยื่นหนังสือผู้ว่าฯ ต้านกระเช้าลอยฟ้า เผยเตรียมเปิดแคมเปญออนไลน์ชวนคนทั่วประเทศคัดค้าน

 

 

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) หรือ สพค. (Pinkanakorn Development Agency (Public Organization)) เรียกโดยย่อว่า ‘PDA’ เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี   โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ที่เชื่อมโยงหรือต่อเนื่องกับเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยวกับทั้งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว โดยทดลองดำเนินกิจการ 5 ปี จากนั้นจึงจะมีการประเมินผลความคุ้มค่าอีกครั้ง

อ่านซีรีย์  เจาะ ‘พิงคนคร’ ตอนที่ 1 2 3

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,855 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.