• 24 กรกฎาคม 2560 - 01:43 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

นักวิชาการภาคใต้จัดงานคืนสิทธิ์ คืนสุข (ศุกร์)ให้ประชาชนเสนอยกเลิกอัยการศึก

 วันที่ 10 ธันวาคม 2557 - 01:00 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,142 ครั้ง พิมพ์

 

โดยนก หลงคอน

ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา จัดงานสัปดาห์สิทธิมนุษยชนครั้งที่ 3 ขึ้น เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนให้กับนักศึกษา โดยปีนี้ได้เน้นการเรียกร้องประชาธิปไตย เคารพความคิดเห็นต่างของผู้คน หยุดจับจ้องและคุกคามประชาชน และมีการจัดนิทรรศการ ภาพยนตร์ กิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน งานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ การจัดงานครั้งโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและสังคม ประกอบด้วย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และ Amnesty International Thailand

ภายใต้กฎอัยการศึก ชาวบ้านและชุมชนถูกกดดันและจำกัดเสรีภาพขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะในภาคใต้ หลายกิจกรรม คนทำงานถูกทหารจับกุมและนำไปปรับทัศนคติหลายครั้ง ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ การเดินรณรงค์ปฏิรูปพลังงานของ “ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถูกจับกุมหลายสิบคน หรือแม้แต่วิทยุชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ถูกปิดหลายร้อยสถานี โดยได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านที่จัดรายการวิทยุชุมชนว่า หากสถานีวิทยุชุมชนได้ปรับคลื่นกระจายเสียงตามเงื่อนไขแล้ว ก่อนจะได้รับต่ออนุญาตเปิดสถานี ต้องยอมรับเงื่อนไขของทหารด้วยว่า จะไม่จัดรายการที่เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา และความขัดแย้ง รวมไปถึงต้องส่งสคริปต์ หรือเทปรายการให้ทหารตรวจสอบก่อนออกอากาศอีกด้วย นับเป็นครั้งแรกที่สื่อวิทยุชุมชนถูกจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกเต็มรูปแบบ

ทางคณะผู้จัดงานสัปดาห์สิทธิมนุษยชนได้ตระหนักถึงบรรยากาศอึมครึมทางการเมืองในปัจจุบัน การจัดงานสัปดาห์สิทธิมนุษยชนครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “คืนสิทธิ์ คืนสุข (ศุกร์) ประชาชน” นัยเพื่อคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน ไม่ใช่การพูดและบังคับให้ประชาชนเชื่อฟัง ดังอย่างที่ผู้นำพูดออกอากาศสดทุกวันศุกร์ ดังนั้นการคืนวันศุกร์ให้กับประชาชนก็คือการคืนพื้นที่ความหลากหลายทางความคิด โดยไม่ถูกจับกุม คืนบรรยากาศเสรีภาพประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชน

รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและผู้คนในสังคมที่จะต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง แม้ในสถานการณ์ที่เปราะบางของบรรยากาศทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่สังคมไทยและสังคมการเมืองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงการเปิดพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้คนในสังคม อย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง การเลือกปฏิบัติ ปิดกั้นการแสดงออก ปิดหู ปิดตา รังแต่จะเพิ่มความขัดแย้ง ชิงชังให้บาดลึก ร้าวฉานในสังคมเพิ่มมากขึ้น ในสถานการณ์ของการสร้างประชาธิปไตยครั้งใหม่ ต้องสร้างหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานการแสดงออก การสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องยกเลิกกฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะ “กฎอัยการศึก” และหยุดจับจ้องจับผิดผู้ที่คิดต่าง

วัฒนา นาคประดิษฐ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กล่าวถึงการแนวทางที่ของรัฐบาลจะจัดพื้นที่ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นได้ โดยให้สถาบันทางการศึกษาแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการว่า การที่จะมีพื้นที่ให้คนที่คิดต่างกับรัฐบาลเป็นเรื่องดี แต่ไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง เพราะว่ารัฐบาลรู้จักแต่ละกลุ่มองค์กรเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ขอนแก่น อย่างกลุ่มดาวดิน หรือกลุ่มพี่น้องเขื่อนปากมูนที่อุบลราชธานี กลุ่มต่อต้านเหมืองโปรแตสที่อุดรธานี หรือกลุ่มชาวบ้านกฎหมายที่มาเรียกร้องเรื่องกฎหมาย 4 ฉบับ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลรู้จักคนเหล่านี้อยู่แล้ว รัฐบาลสามารถเปิดเวทีพูดคุยกับพวกเขาได้เลย และควรเป็นท่าทีที่รัฐบาลพร้อมจะแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวบ้าน ไม่ควรเป็นท่าทีที่เห็นนักศึกษาและชาวบ้านเป็นศัตรู เชื่อว่าสังคมจะปฏิรูปได้จริงก็ต่อเมื่อท่าทีที่คุยกันนั้นพร้อมจะแก้ไขปัญหาได้จริงๆ แต่หากจะใช้วิธีการแก้ไขปัญหาโดยมีคนกลาง ก็ควรเป็นสถาบันที่เข้าใจมิติของชาวบ้านและชุมชนด้วย

ส่วนทางด้าน Amnesty International Thailand ได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมาว่า กฎอัยการศึกต้องไม่เป็นพิมพ์เขียวให้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างมหาศาลกับกองทัพไทย ทำให้สามารถกำหนดมาตรการจำกัดสิทธิมนุษยชนได้

ผรัณดา ปานแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ทางสมาคมทำงานด้านเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น การชุมชนของประชาชนอย่างเสรี เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ต้องได้รับการเคารพจากรัฐ และต้องปฏิบัติอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนของชุมชน การจะบังคับใช้กฎหมายภายใต้กฎอัยการศึกต้องคำนึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เช่น ต้องได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา ได้รับสิทธิปรึกษาทนายความ การติดต่อญาติทันทีที่ได้รับการควบคุมตัว รวมไปถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกที่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เนื่องจากกฎอัยการศึกต้องขึ้นศาลทหาร การต่อสู้ทางกระบวนการทางกฎหมายไม่เป็นไปตามปกติ ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ต่อสู้ทางสิทธิได้อย่างเต็มที่

นับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยในภาคใต้ลุกขึ้นมาจัดงานและมีการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมือง หลังจากที่เงียบงันมานานนับปี.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,240 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.