• 26 มีนาคม 2560 - 06:36 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

มทบ.33เปิดวงชวนแดงนปช.-พันธมิตรชม.หารือลดความขัดแย้ง

 วันที่ 2 ธันวาคม 2557 - 15:45 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 882 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 29 พ.ค. 2557 ที่สโมสรกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ เวลาประมาณ 14:00 น. พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 นำทีมนายทหาร เปิดวงหารือเกี่ยวกับแนวทางการลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อสร้างความสามัคคีและความสงบสุขโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน โดยบ่ายนี้ได้เชิญแกนนำมวลชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ได้แก่พ.ต.ท.สุพล ฟูมูนเจริญ นายศรีวรรณ จันทร์ผง ดาบตำรวจ พิชิต ตามูล นายองอาจ ตันธนะศิลป์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.เชียงใหม่ หรือนปช.แดงเชียงใหม่ และนายกฤษณพงษ์ พรมบึงรำ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นต้น โดยมีนาย จากกลุ่มทหารเสือพระราชา หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเชียงใหม่ ที่ส่งตัวแทนเข้าร่วมเพียงคนเดียว

 

พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 กล่าวถึงเหตุผลในการเชิญประชุมในครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมาเรามีความคิดต่างกันแบ่งเป็นหลายฝ่ายเป้าหมายตอนนี้คือทำอย่างไรจะ ทำให้เกิดความรักสามัคคีเหมือนพี่น้อง กรณีจังหวัดเชียงหากคนในพื้นที่ไม่มีการแบ่งฝักฝ่ายแล้ว คนที่ไหนก็อยากมาเที่ยวบ้านของเรา ดังนั้นเมื่อเรามีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าประเทศไทยไปการปรับโครงสร้าง ปฏิรูปทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ จากนั้นก็ไปสู่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์

 

พ.ต.ท.สุพล ฟูมูนเจริญ นปช.แดงเชียงใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของมวลชนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ส่วนมวลชนบางครั้งก็อาจจะมีการแสดงความคิดเห็นที่มีอารมณ์บ้าง ตามสิ่งที่เขารับรู้ว่าถึงความไม่เป็นธรรมจากฝ่ายของบ้านเมือง ตั้งแต่นี้ไปหากมีความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมก็คิดว่าประชาชน ก็พร้อมจะเดินหน้าให้เกิดความมั่นคงหรือความเจริญของประเทศชาติ แต่ถามว่าความรู้สึกต่างๆ ของผู้คนจะหายไปหรือไม่ก็คิดว่าคงต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับน้ำเดือด

 

“ผมยืนยันว่าพร้อมให้การสนับสนุน ความเห็นแตกต่างทางการเมือง จะชอบพรรคไหน เชียร์ใครผมไม่มีปัญหา แต่ขอให้คสช.ดำเนินการสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนร่วม ไม่ใช่ประโยชน์ของคนใดหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

 

นายศรีวรรณ จันทร์ผง กล่าวว่า หากคสช.จะให้เกิดความสงบปรองดองและเดินหน้าต่อ เสนอว่าต้องเร่งดำเนินการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่เมื่อดูสถานการณ์ขณะนี้ก็คิดว่าเกิดขึ้นค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามก่อนจะมีการเลือกตั้งไม่อยากเกิดบทเรียนเหมือนปี 2550 ที่คมช.ยึดอำนาจในปี 2549 ก็มีการตั้งสนช.ในการร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ส่งผลกระทบให้รัฐบาลถูกเล่นงานจากองค์กรอิสระ

หากจะเดินหน้าต่อได้โดยเคารพความเป็นธรรม สิทธิเสรีภาพ เคารพความเป็นหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน รัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ควรเดินตามแนวทางการได้มาของรธน.ปี 40 และต้องบัญญัติว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว หากมีสิ่งไหนไม่ดีก็ให้เป็นบทของรัฐสภาในการแก้ไข ไม่ใช่การแก้ไขโดยม็อบหรือการยึดอำนาจ หากจะมีการเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญโดยที่พวกตนไม่มีส่วนร่วมอยากจะฝากให้ที่ มาของส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

 

“หากทหารอยากให้บรรยากาศเรียบร้อย ไม่กระทบนักท่องเที่ยว ซึ่งผมมั่นใจว่าความรุนแรงไม่มีในเชียงใหม่เพราะทหารคุมสภาพได้หมดแล้ว ก็ควรยกเลิกกฎอัยการศึกทั้งประเทศ ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย”

 

ด้านด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า อยากขอบคุณที่พี่น้องทหารช่วยดูแลจากอย่างดีตลอดทั้ง 6 วัน สำหรับข้อเสนอเมื่อขณะนี้อำนาจต่างๆ อยู่ที่ คสช. ก็อยากให้มีการตั้งกติกาโดยเร็ว ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการทำประชามติก็ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นรายว่าจะ แก้ไขเรื่องไหน อย่างไรซึ่งมันจะเดินหน้าได้ไวกว่าการตั้งสสร. ขึ้นมาร่างกฎหมาย

 

“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย หากเราปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อออกไปอาจไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงในระดับ ภูมิภาค เช่น AEC หรือสายตาคนจากต่างประเทศก็มองว่าเราเป็นเผด็จการทหาร จะทำให้เราเสียโอกาส นอกจากนี้อยากให้มีการจัดเวทีเชิญพี่น้องกปปส. หรือกลุ่มอื่นมาคุยกันอย่างกว้างขวาง”

 

นายองอาจ ตันธนะศิลป์ นปช.แดงเชียงใหม่  กล่าวว่า รธน. 40 และ 50 ล้วนดีทั้งคู่แต่การบังคับใช้กฎหมายกลับมีความไม่ชัดเจน บางครั้งผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติ หรือไม่มีความชัดเจนว่าองค์กรอิสระมีบทบาทหน้าที่ทำอะไรตรงไหนได้บ้าง เพราะที่ผ่านมาหลายองค์กรได้เข้ามาก้าวก่ายทางการเมืองอย่างชัดเจน

 

“ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะเป็นบทพิสูจน์ ไม่ว่าเหลืองหรือแดง องค์กรอิสระ หรือกลุ่มการเมืองต่างทะเลาะกันจนเกิดการรับประหารขึ้น มีการใช้กฎอัยการศึก มีคำสั่งต่างๆ ซึ่งผู้มีอำนาจในขณะนี้จะบังคับใช้กฎหมายได้ขนาดไหน เชื่อว่าประชาชนจะรอดูว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่าสามารถเห็นผลได้ในเวลา 6 เดือน และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในที่สุด”

 

ด้านนายกฤษณพงษ์ พรมบึงรำ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า การเมืองต้องแก้ปัญหาด้วยการเมือง ทันทีที่มีการประกาศกฎอัยการศึกเชียงใหม่ก็ได้รับผลกระทบ เพราะรายได้จากของคนเชียงใหม่ส่วนใหญ่มาจากเกษตรกรรม และการท่องเที่ยว เป็นไปได้หรือไม่ที่มทบ 33 จะเสนอไปยังส่วนกลางยกเลิกเคอร์ฟิว และการประกาศกฎอัยการศึกในจังหวัดเชียงใหม่ และบางพื้นที่ บางจังหวัดที่ไม่มีขัดแย้ง ส่วนเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเพราะเป็นเรื่องของการต่อสู้ทางความคิด

 

ในทำนองเดียวกับนายเอกชัย วิไลวรรณ พันธมิตรเชียงใหม่ วิหกเรดิโอ กล่าวว่า หากมีการปรับเปลี่ยนอะไรให้เข้าที่ทางแล้วค่อยเลือกตั้ง หรือจะปฏิรูปอะไรก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อไป ส่วนกรณีที่มีข้าราชการบางส่วนที่อาจจะทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ก็อยากให้มีการปลูกจิตสำนึกให้ยึดประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือในครั้งนี้มีสื่อมวลชนให้ความสนใจทำข่าวเป็นจำนวนมาก โดยช่วงท้ายของการพูดคุย พล.ต.ศรายุธ สรุปความว่า นี่เป็นขั้นต้นในการสร้างความปรองดอง โดยจะเชิญทุกกลุ่ม หน่วยงานต่างๆ ในเชียงใหม่มาพูดคุยกันในลักษณะนี้ เพื่อให้เกิดความสามัคคีให้เชียงใหม่เดินหน้า หากเชียงใหม่นิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว สิ่งที่เป็นความห่วงใยเรื่องเคอร์ฟิวก็จะคลี่คลายไป ทั้งหมดเหล่านี้จะนำเสนอให้ผู้บังคับชาทราบ และคสช.ต่อไป.

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,746 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.