• 19 สิงหาคม 2560 - 01:21 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ภูเก็ตหวานยื่นหนังสือถึงนายกฯแนะกองทัพเรือถอนฟ้องคดี

 วันที่ 23 มกราคม 2558 - 22:59 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,322 ครั้ง พิมพ์

 

สำนักข่าวภูเก็ตหวานยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีดำเนินการให้กองทัพเรือ ถอนฟ้องคดีอาญาที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน



วันนี้ 23 มกราคม 2558 เมื่อเวลา 10:00 น ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวชุติมา สีดาเสถียร ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวภูเก็ตหวาน (www.phuketwan.com) ได้ยื่นหนังสือต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อร้องเรียนให้ดำเนินการให้กองทัพเรือถอนคำร้องทุกข์และฟ้องคดี ในคดีที่กองทัพเรือยื่นฟ้องสำนักข่าวภูเก็ตหวานต่อศาลจังหวัดภูเก็ตในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยมีนางสาว ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนไว้แทน

 

สืบเนื่องมาจาก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 สำนักข่าวภูเก็ตหวานเผยแพร่ รายงานพิเศษเรื่อง “ทหารไทยได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ผู้อพยพทางเรือ” ซึ่งอ้างอิงแหล่งข้อมูลมาจากสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานชิ้นนี้มีการกล่าวพาดพิงว่าเจ้าหน้าที่กองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2556 กองทัพเรือจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตให้ดำเนินคดีต่อ บริษัท บิ๊กไอซ์แลนด์ มีเดีย จำกัด นายอลัน มอริสัน เจ้าของสำนักข่าวภูเก็ตหวาน และนางสาวชุติมา สีดาเสถียร นักข่าวประจำสำนักข่าว ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 14(1) ซึ่งศาลจังหวัดภูเก็ตนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2558

 

ทั้งนี้ สำนักข่าวภูเก็ตหวาน (www.phuketwan.com) มีข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำเนินการเพื่อให้กองทัพเรือดำเนินการถอนฟ้องคดีอาญา ที่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน ซึ่งผู้สื่อข่าวทั้งสองได้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน มีบทบาทหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร การศึกษา ความคิดเห็น ความบันเทิง โดยการนำเสนอข้อมูลหรือรายงานเหตุการณ์ต่างๆ นั้น เพื่อให้สังคมมีการรับรู้ ติดตามข่าวสาร ตลอดจนมีการสอดส่อง ตรวจสอบ เฝ้าระวัง แล้วนำมาเสนอให้สังคมได้ทราบเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนดังกล่าวเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ให้การคุ้มครองเอาไว้โดยมาตรา 45 และมาตรา 46  ซึ่งรัฐจะจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนมิได้ เว้นแต่เพื่อความมั่นคงของประเทศ กระทบกระเทือนต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทบสิทธิของบุคคลอื่น และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ จะต้องไม่กระทำการใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่เป็นการขัดขวาง หรือแทรกแซง การเสนอข่าว หรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของสื่อมวลชน หากกระทำการดังกล่าวถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ

 

เหตุผลเพราะสื่อมวลเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ตีแผ่ความจริงเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร  การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชนเท่ากับการปิดหูปิดตาประชาชน และการที่กองทัพเรือร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับผู้สื่อข่าวทั้งสองคนไม่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมแต่อย่างใด.

*ภาพประกอบข่าวจาก http://www.dailynews.co.th

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,379 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.