• 27 มิถุนายน 2560 - 02:13 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติระดมทุนช่วยเหลือค่าดำเนินคดีฆาตกรรมบนเกาะเต่า

 วันที่ 28 มกราคม 2558 - 23:18 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,208 ครั้ง พิมพ์

 

เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Workers Rights Network หรือ MWRN) ตัวแทนแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ร้องขอการสนับสนุนในการทำคดีของทีมทนายความที่ทำหน้าที่ให้ความยุติธรรมแก่ชาวพม่าสองคนในฐานะเป็นทนายความจำเลย โดยบุคคลทั้งสองถูกฟ้องคดีอาญาด้วยข้อหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราแล้วฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า เมื่อเดือนกันยายน ปี 2557  ท่ามกลางความเป็นห่วงว่า จะเป็นการจับเเพะซึ่งไม่ใช่ฆาตกรแท้จริง เพราะน่าเชื่อว่า อาจมีการเก็บพยานหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง  ทั้งยังมีการร้องเรียนกับพนักงานอัยการว่า  จำเลยทั้งสองถูกซ้อมให้รับสารภาพระหว่างการควบคุมตัวก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน  กองทุน MWRN ที่ได้จัดตั้งขึ้นนี้  จึงเป็นช่องทางสำคัญอีกทางหนึ่งที่จะรับประกันว่า การดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่จำเลยทั้งสองและกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดี

 

เซนเทย์ ประธานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ หรือ MWRN กล่าวว่า การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมสำหรับ ซอ ลิน และเว พิว ในคดีที่ถูกฟ้องนี้ ควรทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่าจะไม่มีการลงโทษผิดตัว โดยไม่ใช่เป็นการลงโทษผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งหากทีมทนายความจำเลยไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยแก้ต่างให้จำเลยได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่แล้ว ก็จะทำให้จำเลยได้รับความไม่เป็นธรรมซ้ำซ้อน เพราะจะถูกดำเนินคดีอย่างเสียเปรียบและอาจถูกลงโทษประหารชีวิตได้  และถ้าหากจำเลยทั้งสองคนเป็นผู้บริสุทธิ์จริง  คงจะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ผิดพลาดเช่นนี้ และนี่เป็นเหตุผลสำคัญในการจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้น เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอันเกิดจากการทำคดี

 

ประธานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ กล่าวต่อว่า หากต้องการบริจาคเพื่อสนับสนุนให้จำเลยในคดีเกาะเต่า ได้รับการช่วยเหลือจนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างแท้จริงแล้ว ท่านสามารถมีส่วนได้โดยเข้าไปที่ http://www.youcaring.com/nonprofits/justice-koh-tao-murder-case/246839 เงินทั้งหมดที่ได้จากการบริจาคทางเว็บไซต์จะถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารในประเทศไทย ส่วนรายการใช้จ่ายเงินสามารถตรวจสอบได้ เพราะจะมีการบันทึกบัญชีการใช้จ่ายและจัดให้ทุกคนเข้าตรวจสอบบัญชีดังกล่าวได้เป็นระยะๆ โดยผ่านทาง YouCaring

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคเงิน  หรือข้อมูลอื่น  กรุณาติดต่อ

1.            ผุ้บริหารกองทุน เซนเทย์ (ประธาน MWRN [email protected] +95(0)94 9278500)

2.            ที่ปรึกษากองทุน อานดี้ ฮอลล์ (ที่ปรึกษาระหว่างประเทศ MWRN [email protected] +66(0)84 611 9209)

3.            ที่ปรึกษากองทุน นาย นคร ชมพูชาติ (หัวหน้าทีมทนายความ [email protected] +66(0) 81 847 3086)

 

ความเป็นมาของคดี

ฮันน่า วิทเทอริท อายุ 23 ปี และเดวิด มิลเลอ อายุ 24 ปี ถูกฆาตรกรรมอย่างทารุนโหดร้าย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557  บนเกาะเต่า  สถานที่ท่องเที่ยวในอ่าวไทยที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากชาวต่างประเทศ การสืบสวนสอบสวนคดีนี้ภายหลังเหตุการณ์ดูเหมือนเป็นไปอย่างยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ ทำให้หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ หรือทักท้วงอย่างกว้างขวาง  ทั้งในและนอกประเทศ  โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์  และการละเมิดสิทธิผู้ต้องหา  รวมทั้ง ผู้ต้องสงสัยในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ซึงปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมคดีนี้  ทำให้เกิดความกังวลถึงความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย

 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2557  แรงงานข้ามชาติ ซอ  ลิน และ เว พิว ชาวพม่าที่มาจากรัฐยะไข่   ได้ถูกจับกุมตัวในข้อหาเข้าเมืองและอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย  ต่อมา ถูกตั้งข้อหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ  ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557  ผู้ต้องหาทั้งสองคนแจ้งแก่ทนายความของสภาทนายความ ว่า เป็นการรับสารภาพโดยไม่สมัครใจและไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามที่รับสารภาพ  เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ  และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่น  ได้ร้องขอให้สภาทนายความพิจารณาช่วยเหลือและจัดหาทนายความมาต่อสู้คดีให้  โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ร้องขอความเป็นธรรมว่า  ถูกซ้อมเพื่อบังคับให้รับสารภาพ และมีรายงานว่า ระหว่างสืบสวนสอบสวนคดีนี้ แรงงานข้ามชาติหลายรายได้ถูกละเมิดสิทธิในการสืบสวน  และได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม  ซึ่งเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ  ไว้เพื่อที่จะยื่นเป็นหลักฐานเข้าไปในคดีนี้ด้วย

 

หลังจากรอคอยการฟ้องคดี  ช่วงระหว่างที่มีการผลัดฟ้องของพนักงานอัยการหลายครั้ง  ซึ่งจากการผลักดันของสื่อทั้งในและนอกประเทศ ในทางการทูต รวมถึง การเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้เเก่ผู้ต้องหาโดยครอบครัวของผู้ต้องหาทั้งสอง  และจากการที่ทนายความคัดค้านการฝากขังของพนักงานอัยการ  จนในที่สุดพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง ซอ ลิน และ เว พิว ต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2557 ด้วยหลายข้อหา  ต่อมา  มีการสอบคำให้การจำเลย  ปรากฏว่า  จำเลยทั้งสองยังคงยืนยันให้การปฏิเสธตามฟ้อง  จนมาในวันตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ศาลได้กำหนดวันสืบพยานของทั้งสองฝ่าย รวม 18 วัน โดยกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์วันแรก คือ วันที่ 8 กรกฎาคม 2558  ซึ่งทนายความจำเลยได้ระบุขอสืบพยานบางคน  นอกศาลจังหวัดเกาะสมุย  โดยจะขอสืบในศาลกรุงเทพมหานคร  ซึ่งศาลไม่อนุญาต  แต่อาจพิจารณาเรื่องการอนุญาตให้สืบพยานผ่านทางจอภาพระหว่างประเทศหรือจากกรุงเทพมหานคร

 

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย ญาติของผู้เสียชีวิต จำเลยและครอบครัวในคดีนี้ ก็คือ การที่ทุกฝ่ายจะได้รับความยุติธรรมอย่างมีหลักประกัน รวมทั้ง จำเลยสามารถต่อสู้และแก้ต่างทางคดีได้อย่างเต็มที่และเป็นธรรม อันถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ความยากลำบากเป็นพิเศษในการแก้ต่างคดีนี้ ก็เนื่องจากเป็นคดีที่มีพยานบุคคลมากถึง 100 ปาก รวมทั้ง พยานเอกสารกว่า 1,000 หน้า พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ แทบทั้งสิ้น

 

ส่วนความยากลำบากในการช่วยเหลือคดีในศาล ก็คือ การพิจารณาคดีที่กระทำกันบนเกาะสมุย โดยต้องใช้เวลาว่าความในศาลเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 18 วันเต็ม  ซึ่งศาลจังหวัดเกาะสมุยกำหนดช่วงเวลาให้อยู่ภายในสามเดือน โดยที่ทนายความหลักของจำเลยล้วนอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น  อีกทั้ง เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง  ทำให้มีค่าครองชีพสูง ส่วนสถานที่พักก็ต้องจ่ายในราคานักท่องเที่ยว รวมทั้ง การพิจารณาคดีในศาลจะต้องมีการใช้ล่ามถึงสามภาษา ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนที่ต้องให้พยานเบิกความในศาล และอาจต้องให้พยานบางคนเบิกความผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ การให้ความปลอดภัยแก่พยานที่มีความจำเป็นและต้องคุ้มครองพยานกันเอง ซึ่งหากปราศจากเงินทุนที่พอเพียงแล้ว ก็เป็นไปได้ยากที่จะมีพยานมาเบิกความเพื่อให้จำเลยทั้งสองได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม  จนอาจเกิดความล้มเหลวในกระบวนการยุติธรรมได้

 

เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติเคยตั้งกองทุนฉุกเฉินขึ้นมาแล้วหนึ่งครั้ง  เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557  ซึ่งสามารถระดมทุนได้เกือบ 20,000 เหรียญสหรัฐ แต่ได้ใช้จ่ายไปในช่วงการเตรียมคดีเบื้องต้นไปทั้งหมด  จึงได้เริ่มต้นระดมทุนอีกเป็นครั้งที่สองเพื่อนำมาใช้ในการเตรียมคดีโดยละเอียดและการดำเนินคดีในศาล ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา ทั้งสิ้น 10 เดือน ซึ่งนอกจากทนายความที่แก้ต่างทางคดีให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของทีมงานที่สนับสนุนการจัดเตรียมพยานด้วย รวมทั้ง เงินช่วยเหลือจำเลยทั้งสองในการปรับสภาพชีวิตในเรือนจำ และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างที่ถูกคุมขังตลอดช่วงเวลาของการพิจารณาคดี  จนกว่าศาลจะมีคำสั่งปล่อย

 

การจ้างผู้ประสานงานและจัดการเรื่องต่างๆ ทางคดี คือ สิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการทันที  เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมทนายความ  และทีมสนับสนุนที่เป็นนักสิทธิมนุษยชน  ที่ช่วยเหลือคดีในด้านอื่นๆ  ซึ่งทุกคนต่างเข้ามาช่วยคดีโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน  แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนั้นค่อนข้างสูง  โดยเฉพาะการเดินทางไป-กลับเกาะสมุย ที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน  การเดินทางและพักอาศัยระหว่างที่ต้องทำงานอยู่บนเกาะสำหรับทีมสนับสนุน  และการช่วยเหลือจำเลยในสิ่งที่จำเป็นในเรือนจำ  ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางและที่พักของพยานผู้เชี่ยวชาญ  ค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานและการย้ายถิ่นที่อยู่สำหรับพยานจำเลยบางคน รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการรวบรวมหลักฐาน  และการดำเนินการให้พยานเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย  เพื่อมาเป็นพยานในคดี เป็นต้น.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,141 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.