• 24 กรกฎาคม 2560 - 01:50 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยันไทยต้องยกเลิกอำนาจทหารในการควบคุมตัวพลเรือน

 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 - 11:06 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,226 ครั้ง พิมพ์

 

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ ประเทศไทย: ยกเลิกและต้องไม่เพิ่มอำนาจทหารในการควบคุมตัวพลเรือน ทั้งนี้ทางการไทยต้องยกเลิกแผนการเพิ่มอำนาจทหารในการควบคุมตัวพลเรือนเป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่มีการตั้งข้อหาและการไต่สวนคดีโดยทันที

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ปลายเดือนนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแต่งตั้งโดยทหารที่ยืดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะพิจารณาร่างแก้ไขพระราช บัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสั่งควบคุมตัวพลเรือนได้ไม่เกิน 84 วัน

รูเพิร์ต แอ็บบอต (Rupert Abbott) ผู้อำนวยการงานวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า เป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งที่กองทัพไทยพยายามให้อำนาจมากขึ้นกับตนเอง เพื่อละเมิดสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นเงื่อนไขที่ประเทศต้องปฏิบัติตาม ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะทำให้เกิดข้อกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารสามารถใช้เพื่อสั่งควบคุมตัวบุคคลได้โดยพลการ แทนที่จะเป็นอำนาจของศาล พวกเขาควรถอนร่างกฎหมายนี้โดยทันที

ตามร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ในสภาพที่เกิด “เหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ” ผู้บังคับบัญชาทหารสูงสุด ณ ที่นั้นอาจสั่งให้ควบคุมผู้ต้องหารวมทั้งพลเรือนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งปรกติเป็นอำนาจของศาลพลเรือน

นับแต่เกิดรัฐประหาร กองทัพได้เพิ่มอำนาจให้กับตนเองในการจับกุมพลเรือน โดยไม่มีข้อกล่าวหาหรือไม่มีโอกาสได้รับการไต่สวนคดีจากศาล โดยสามารถสั่งควบคุมตัวไว้เป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวัน และมีการนำตัวมาขึ้นศาลทหารโดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์คดี เมื่อรวมกับอำนาจที่มาจากร่างแก้ไขพระราช บัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 แล้ว จะทำให้ทหารสามารถควบคุมตัวพลเรือนได้นานถึง 84 วัน

ที่ผ่านมามีบุคคลหลายร้อยคนที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการตามอำนาจของกฎอัยการศึก และพลเรือนอีกหลายคนต้องเข้ารับการไต่สวนคดีในศาลทหารนับตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

“ประเทศไทยมีแนวโน้มมุ่งไปสู่การกดขี่ปราบปราม โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ ที่ผ่านมากองทัพละเมิดพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และจากร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า กองทัพไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่เลย และถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดกับข้ออ้างภายหลังการทำรัฐประหารว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการที่จำกัดสิทธิเพียงชั่วคราว แต่อันที่จริงกองทัพได้ให้อำนาจกับตนเองอย่างกว้างขวางและโดยถาวร และได้ใช้อำนาจนั้นเพื่อการปฏิบัติมิชอบ”

“แนวโน้มดังกล่าวต้องยุติลงโดยทันที แทนที่จะเพิ่มอำนาจศาลทหาร หน่วยงานของรัฐควรยกเลิกอำนาจของผู้บัญชาการทหารและศาลทหารที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีต่อพลเรือน และให้ฟื้นฟูการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของตน” รูเพิร์ต แอ็บบอตกล่าว

ในฐานะเป็นรัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ตามกฎหมายแล้ว ประเทศไทยไม่สามารถควบคุมตัวบุคคลได้โดยพลการ การควบคุมตัวบุคคลเป็นเวลาเกือบสามเดือนโดยใช้กฎหมายของฝ่ายบริหาร จึงเป็นการละเมิดสิทธิเหล่านี้อย่างชัดเจน นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป็นหลักการไว้นานแล้วว่า ศาลทหารต้องไม่ทำหน้าที่ไต่สวนคดีต่อพลเรือน.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,240 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.