• 27 มิถุนายน 2560 - 00:26 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จี้คสช.ปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัว ตามหลักกม.

 วันที่ 2 ธันวาคม 2557 - 16:39 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,047 ครั้ง พิมพ์

 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จี้คสช.ปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัว ตามหลักกฎหมาย นิติธรรม สิทธิมนุษยชน



เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศเรื่อง การควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ (ฉบับที่ 1/2557) และประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร (ประกาศฉบับที่ 2/2557) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหา นคร เขตปริมณฑลและพื้นที่ต่างๆของประเทศหลายๆ พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว และต่อมา ครส. ยังได้ออกประกาศอีกหลายฉบับให้ประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองผู้นำการชุมนุมทางการเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ นักกิจกรรม สื่อมวลชน เข้ารายงานตัวต่อ คสช.และได้ควบคุมตัวผู้ที่ถูกเรียกมารายงานบางราย โดยอาศัยอำนาจตาม พรบ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ควบคุมการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและออกประกาศห้ามประชาชนเข้าร่วมชุมนุม ทางการเมือง (ประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557)

ขณะนี้ปรากฎว่าประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองหรือ การรัฐประหารโดยการใช้อำนาจดังกล่าวข้างต้นของ คสช.ได้ออกมาชุมนุมตามจุดต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารละเรียกร้องให้มีการ จัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ในการสลายการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมและนำ ตัวไปควบคุมตัวไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยที่ผู้ถูกควบคุมตัวไม่ได้รับโอกาสที่จะแจ้งให้ญาติหรือคนใกล้ชิดทราบว่า ถูกจับกุมและนำตัวไปควบคุมไว้ที่ใด และยังโดยเจ้าหน้าที่หน่วยใดและไม่ทราบว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ในข้อหาใดไม่สามารถเข้าถึงบันทึกการควบคุมตัวได้ โดยสามารถควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกได้นานถึง 7 วัน โดยไม่สามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้ เช่นการพบกับญาติ ทนายวามเป็นต้น จึงเป็นที่น่าห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกควบคุม ตัวดังกล่าว

ยิ่งไปกว่านั้นจากเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่บริเวณห้างสรรพสินค้า Terminal 21 สี่แยกอโศก กรณีนางสาวสุนันทา พวงศิริ ผู้ชุมนุมที่แสดงสัญลักษณ์คัดค้านการรัฐประหารได้ถูกชาย 2 คนที่เชื่อน่าเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบฉุดกระชากและบังคับตัว ขึ้นรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทส 422 (บันทึกภาพเคลื่อนไหว http://www.bangkokpost.com/multimedia/vdo/thailand/413010/anti-coup-protester-forced-into-taxi)โดย ไม่มีใครทราบว่าชายดังกล่าวเป็นใครและไม่ทราบว่าถูกนำตัวไปที่ใด  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่พบเห็นและภาพเหตุการณ์ ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปตาม

สื่อต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ และสร้างความกังวลอย่างมากต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงและอุกอาจ เป็นการบังคับขู่เข็ยทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการถูก ละเมิดสิทธิในความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายและเสี่ยงต่อการถูกบังคับให้หาย สาบสูญได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมาทราบว่า คุณสุนันทาถูกนำตัวไปที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวมาด้วย

จากกรณีดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้อำนาจและมาตรการในการ ควบคุมความสงบของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ที่ แม้การชุมนุมจะเป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช. แต่หากประชาชนเพียงแต่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์  โดยมิได้มีพฤติกรรมที่รุนแรงหรือจะเป็นภัยอันตรายต่อบุคคลอื่นแต่อย่างใด การใช้มาตรการในการควบคุมการชุมนุม เจ้าหน้าที่จึงต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์และกรณี โดยต้องไม่เป็นการใช้อำนาจหรือมาตรการรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติตามกฎหมาย หลักนิติธรรม และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนด้วย  

ดังนั้น เพื่อลดเงื่อนไขความตึงเครียดและความไม่พอใจของผู้ที่มีความเห็นต่างทางการ เมืองแต่เพียงต้องการแสดงออกอย่างสันติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเสนอข้อคิดเห็นดังต่อไปนี้

เจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมสถานการณ์หรือดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ชุมนุม ควรแต่งกายหรือมีบัตรประจำตัวซึ่งแสดงที่มาของหน่วยงานที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้โอกาสจากผู้ไม่หวังดีในการละเมิดสิทธิในชีวิต ร่างกายและเสรีภาพของประชาชน

ในการค้นตัวหรือควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะที่เป็นสตรี ควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่สตรีเข้าร่วมการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมโดยคำนึงถึงเพศสภาพ และป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ

หากจำเป็นต้องมีการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งให้ผู้ที่จะถูกควบคุมตัวนั้นทราบ และให้โอกาสผู้ถูกควบคุมแจ้งให้ญาติหรือบุคคลที่ตนไว้วางใจทราบถึงการถูกควบ คุมตัว และสถานที่ที่จะถูกควบคุมตัวนั้น เพื่อให้ญาติสามารถติดตามหรือเข้าเยี่ยมได้ตามความเหมาะสม

การควบคุมตัว ควรจัดแยกสถานที่ควบคุมตัวให้เหมาะสมและชัดเจน ระหว่างห้องควบคุมตัวหญิง ชาย และเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และให้ผู้ถูกควบคุมตัวสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ตามความเหมาะสม

เจ้าหน้าที่ควรทำบันทึกการควบคุมบุคคลในสถานที่ควบคุมตัวต่างๆ เช่นการให้แพทย์ตรวจร่างกายและญาติหรือทนายความ สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัวนั้นได้ รวมทั้งการทำบันทึกการปล่อยตัว และแจ้งให้ญาติทราบว่ามีการปล่อยตัว ณ สถานที่ควบคุมตัวใดและให้ญาตหรือผู้ที่ผู้ควบคุมตัวไว้วางใจมารับและลงชื่อ ไว้ เพื่อป้องกันการถูกบังคับให้หายสาบสูญ

กรณีที่มีการดำเนินคดีต่อผู้ถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย ผู้ถูกควบคุมตัวควรได้รับแจ้งข้อกล่าวโดยไม่ชักช้า และสามารถติดต่อที่ปรึกษาทางกฎหมายหรือผู้ที่ตนไว้วางใจในการให้ความช่วย เหลือในทางคดีได้ทันที

คสช. ควรมีประกาศสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทางการในทุกๆสถานที่ที่มีการควบคุมตัว บุคคลตามอำนาจกฎอัยการศึกและสถานที่ที่มีการฝากการควบคุมตัวกับหน่วยงาน อื่นๆ และให้สิทธิแก่ญาติในการเยี่ยมในวันแรกและตามสมควรเพื่อคลายความกังวล รวมทั้งไม่ควรห้ามมิให้มีการติดต่อสื่อสารใดใดเลยในระหว่างการควบคุมซึ่ง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษนขั้นพื้นฐาน

คสช.ควรออกแนวปฏิบัติต่อการควบคุมตัวบุคคลที่ฝ่าฝืนประกาศต่างๆ ที่ออกโดย คสช.อย่างชัดเจนเป็นขั้นตอน  เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชนโดย ยึดหลักกฎหมาย หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของสังคมไทยในการสร้างความสงบ ความปรองดองของคนในชาติ ให้กลับมาโดยเร็ว.

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,140 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.