• 27 มีนาคม 2560 - 17:42 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

บางมุมของเชียงใหม่ในชีวิตปกติ @ เคอร์ฟิว 14 วัน 14 คืน

 วันที่ 2 ธันวาคม 2557 - 16:48 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 991 ครั้ง พิมพ์

 

นับจากคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จวบจนวันนี้ 5 มิถุนายน 2557 ก็ผ่านมา 14 คืน ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต้องเข้านอนและตื่นขึ้นมาพร้อมคำสั่งเคอร์ฟิวที่ ห้ามออกนอกเคหะสถานในพื้นที่และตามเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากสี่ทุ่มถึงตีสี่ขยับมาเป็นเที่ยงคืนถึงตีสี่ แม้ช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นยามที่ผู้คนปกติหลับใหล ทว่าธุรกิจท่องเที่ยว ภาคบริการ ภาคขนส่ง ตลอดจนการค้าขายตามชุมชนยังคงตื่นอยู่และรอคอยวงจรชีวิตที่จะกลับคืนสู่ปกติ จึงไม่แปลกหลังคสช.มีประกาศยกเลิกคอร์ฟิวพัทยา-สมุย-ภูเก็ต เสียงแซ่ซ้องสาธุการในสามพื้นที่ก็ดังระงม แต่หาใช่ทุกพื้นที่เชียงใหม่ก็เช่นกัน

ประชาธรรมชวนติดตาม ชวนกันแบ่งปันภาพถ่ายชีวิตปกติ จะเป็นเรื่องราวแง่มุมไหนจะร้ายหรือดีก็ได้ที่อยากแบ่งปัน พร้อมเขียนบรรยายสั้น โดยติดhashtag #เชียงใหม่ชีวิตปกติ อัพในพื้นที่การสื่อสารของตัวท่านเอง

 

image

 

คิวรถตุ๊กตุ๊กกลางเมืองเชียงใหม่

“ไม่อยากพูด มันก็ต้องพูด เพราะตั้งแต่เคอร์ฟิวมา รายได้ หายไปครึ่ง จากเดิมได้วันละพันกว่าบาท ตอนนี้ได้แค่ วันละ 400-500 บาท ไม่ใช่เฉพาะพวกเราอย่างเดียวนะ บาร์แถวนี้ก็ได้รับผลกระทบ จากเดิมเขาได้วันละสองแสน แต่ตตอนนี้ วันละไม่ถึงแสน ลองไปถามเขาดูซิ””

“ลูกค้าส่วนใหญ่ของลุง เป็นฝรั่ง เพราะแถวนี้มันบาร์ฝรั่ง คนไทยไม่ค่อยมีหรอก แต่พอเคอร์ฟิว ฝรั่งไม่มา ไม่เที่ยว ก็ไม่มีใครขึ้น”

ลุงแดง อาชีพ ขับรถตุ๊ก ตุ๊ก

 

 

image

 

ร้านค้าย่านโรงเรียนยุพราช

ฝรั่งมักจะมาใช้บริการในช่วงดึก แต่ช่วงนี้ต้องออกมาดื่มก่อนหมดเวลาเคอร์ฟิว ทำให้ร้านเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ

“กระทบแน่ๆ จากเดิมผมเข้างาน ห้าโมง เลิกเที่ยงคืน ตอนนี้ก็ต้องเปลี่ยนมาทำบ่ายโมง เลิกห้าทุ่ม ยอดขายของร้านหายไปครึ่งหนึ่ง รายได้ของผมที่เป็นทริปจากลูกค้าก็หายไปเยอะด้วย มันเห็นได้ชัด”

พนักงานเสิร์ฟร้านค้าย่านนิมมานเหมินทร์

 

 

image

 

รถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง หรือสปินเตอร์ เข้าเทียบชานชลาที่ 4 สถานีรถไฟเชียงใหม่

“น้อยลง จีน เกาหลี น่าจะเท่าเดิม แต่ที่แน่ๆ ฝรั่งน้อยลง เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด”

พนักงานตรวจขบวนรถไฟ

 

ทั้งนี้ไทยรัฐออนไลน์นำเสนอข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวเผยถึงสถิตินักท่อง เที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยหลังการยึดอำนาจการปกครองของคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยลดลง ทันที โดยตั้งแต่วันที่ 1-22 พ.ค.57 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองลดลง 15% แต่วันที่ 23-31 พ.ค. ที่อยู่ในช่วงหลังการรัฐประหาร นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยลดลงราว 30% ขณะที่สถิติตลอดเดือน พ.ค. มีจำนวน 1.736 ล้านคน ลดลง 10.66% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 75,993.99 ล้านบาท ลดลง 8.24%

ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค.อยู่ที่ 10.35 ล้านคน ลดลง 652,339 คน หรือคิดเป็น 5.93% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เหลือ 499,566.48 ล้านบาท ลดลง 19,534.97 ล้านบาท หรือติดลบ ไปราว 3.91% โดยขณะนี้มี 67 ประเทศที่ประกาศเตือนพลเมืองให้เดินทางมาไทย แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ห้ามเดินทางมาไทยเลยมี 1 ประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่อีก 20 ประเทศแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นมาไทย และอีก 46 ประเทศเพียงแค่แจ้งเตือนสถานการณ์ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเข้าไปยัง พื้นที่ชุมนุม.
 

อ้างอิง
http://www.thairath.co.th/content/427389

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,750 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.