• 19 สิงหาคม 2560 - 01:14 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เทศบาลนครเชียงใหม่ผนึกกลุ่มสถาปนิกล้านนาเปิดโครงการปรับภูมิทัศน์ย่านกลางเวียงรับมรดกโลก

 วันที่ 7 ตุลาคม 2558 - 14:41 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,294 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ (7ต.ค.58) เวลาประมาณ 10:00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ฟื้นถิ่นล้านนา เทศบาลนครเชียงใหม่ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีฯ จัดแถลงข่าวการปรับภูมิทัศน์อาคารในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ย่านถนนพระปกเกล้า (จากแยกอนุสาวรีย์สามกษัตริย์-สี่แยกกลางเวียง) เพื่อให้เป็นต้นแบบรูปธรรมของอาคารตามแนวทางของเทศบัญญัติและจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ตามความเหมาะสมต่อไป

พื้นที่อาคารย่านถ.พระปกเกล้าที่จะดำเนินการปรับภูมิทัศน์

ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา ในการจัดทำรูปแบบของอาคาร และจัดหาสีทาอาคาร วัสดุอื่นๆ ให้

การปรับปรุงภูมิทัศน์อาคารตามโครงการจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2558 โดยเริ่มจากการรื้อถอนป้าย และสิ่งกีดขวาง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยออก จากนั้นจะเริ่มซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสวยงาม และทำการทาสีอาคารเป็นลำดับสุดท้าย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2558

รูปภาพแบบการปรับปรุงอาคารคูหาต่างๆ

ทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร่วมกับคณะทำงานกลุ่มต่างๆ เพื่อนำเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ตนทำสำเร็จไปแล้ว คือ การผลักดันเขตเมืองเก่าให้มี “ความเป็นเมืองเก่า” โดยการออกเทศบัญญัติซึ่งมีสาระสำคัญ คือ หนึ่ง คุมความสูงของตึกไม่ให้เกิน 12 เมตร สอง รูปแบบอาคารที่สร้างจะต้องเป็นอาคารรูปแบบล้านนาและสาม สีของอาคารต้องไปในแนวเดียวกัน ที่กำหนดไว้ คือ สีขาว สีครีม สีน้ำตาลซึ่งเทศบัญญัติตัวนี้ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

“พื้นที่เมืองเก่าของเมืองเชียงใหม่กำลังผลักดันให้เป็นมรดกโลก ตอนนี้ ขั้นตอนอยู่ที่ยูเนสโก้รับใบสมัคร แต่ยังไม่รับรองว่าเป็นมรดกโลก ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป"

“อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เทศบัญญัติหรือว่ากฎหมายทุกอย่างไม่มีผลย้อนหลัง หมายความว่าตึก อาคาร บ้านเรือนต่างๆ ซึ่งทาสีหรือปรับปรุงอาคารไปก่อนเทศบัญญัติประกาศใช้ ไม่มีผลต่อการบังคับใช้  ดังนั้นจึงเกิดโครงการอีกโครงการหนึ่งซึ่งร่วมกับกลุ่มสถาปนิกล้านนา และผู้สนับสนุนต่างๆ รวมถึงเจ้าของอาคารเอง คือ การปรับภูมิทัศน์อาคารในบางพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง เช่น พื้นที่แยกอนุสาวรีย์สามกษัตริย์-สี่แยกกลางเวียง โดยมาร่วมกันทาสีตึกบริเวณนี้ใหม่ให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ เพื่อต่อไปจะได้เห็นว่า เมื่อทำแล้วเมืองที่เราอยากจะให้เป็น จะมีรูปร่างลักษณะอย่างไร ไม่ใช่ปรากฏแค่ในโฟโต้ชอปหรือรูปถ่าย ประกอบกับถนนเส้นพระปกเกล้าร่วมกับเทศบาลก็มีโครงการที่จะทำสายไฟลงดิน ซึ่งน่าจะเสร็จภายในปีหน้า ทั้งหมดเพื่อจุดประกายผลักดันให้หลายๆภาคส่วนมาทำสิ่งที่เราหวังให้กลายเป็นจริงขึ้นมา เพื่อผลักดันให้เมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก”

 

นายอดุลย์ เหรัญญะ ประธานกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา กล่าวว่า สถาปนิกล้านนายินดีที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะตระหนักว่า การก่อสร้างอาคารสถานต่างๆ เป็นหน้าที่หลักของสถาปนิกทุกคนจึงอาสากันมาช่วยงานในครั้งนี้ โครงการนี้ต้องขอบคุณสถาปนิกหลายท่าน โดยเฉพาะจาก 7 บริษัทที่เข้ามาช่วยทำงาน  ได้แก่ ล้านนาอาร์คิเทค สถาปนิก49  แผลงฤทธิ์ พรอมอาร์คิเทค อาสนะสถาปนิก ฟูลสเกล และแม่คะนิ้ง  ซึ่งเป็นการทำด้วยจิตสาธารณะจริงๆ เพราะไม่คิดค่าใช้จ่าย อีกส่วนหนึ่งที่มาช่วยสนับสนุน คือ บริษัทสี จำนวน เก้าบริษัท ซึ่งสนับสนุนสีให้ฟรี ได้แก่ จีบีพี กัปตัน ไอซีไอ ทีโอเอ โจตัน ไดเมท เบเยอร์ เอสเคเค และนิปปอน

ในพื้นที่นี้จะมีทั้งหมด 9 บล็อก บล๊อคหนึ่งก็จะมี 4-6 คูหา รวมแล้วทั้งสองฝั่งถนนมีตึกประมาณ 40- 45 คูหา เราแบ่งงานกันทำ โดยให้สถาปนิกลงพื้นที่เพื่ออธิบายให้กับเจ้าของอาคาร ทั้งแบบสเก็ตและเสนอภาพก่อนหน้าที่เป็นอยู่ และหลังจากปรับปรุงแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากเจ้าของอาคารหรือผู้เช่าอาคารอย่างดีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

“ผมเชื่อมั่นว่า บ้านเมืองหรืออาคารทุกๆ ที่ ถ้ามีความสวยงามและก็มีคุณค่าจะส่งผลต่อเมืองและประเทศชาติให้มีความเจริญงอกงามได้ในอนาคต โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่ดีน่าจะขยายผลต่อไป ทำให้บ้านเมืองเราเป็นระเบียบและสวยงามได้ในอนาคต”

 

นางสาวอรุณี ชุติมา ตัวแทนเจ้าของอาคารย่านถนนพระปกเกล้า กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่มีโครงการนี้เกิดขึ้น ในฐานะผู้ประกอบการมีร้านค้าอยู่ตรงนี้มานาน เห็นความเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในเขตคูเมืองอย่างมาก ซึ่งถ้ามีการจัดระเบียบและการปรับปรุงภูมิทัศน์ น่าจะทำให้เมืองน่าอยู่มากขึ้น

“ผลดีสำหรับผู้ประกอบการจะได้รับมีเยอะอยู่แล้ว คือ ถ้ามีนักท่องเที่ยวมามากขึ้น ผู้ประกอบการก็จะทำธุรกิจได้ดีขึ้น ในฐานะที่เป็นคนเชียงใหม่ บ้านย่าก็อยู่แถวนี้  เห็นพื้นที่นี้มาตั้งแต่เด็ก เราก็เห็นว่า โครงการนี้นอกจากจะทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยขึ้นสวยงามขึ้น มันก็จะสะท้อนกลับมายังตัวเมืองเชียงใหม่ว่าไม่ได้มีดีแค่พื้นที่สวยงามทางธรรมชาติเท่านั้น ในพื้นที่เมืองเก่ายังมีพื้นที่อนุรักษ์ที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ภาคสนามในการสำรวจพื้นที่ พบว่า เจ้าของอาคารร้อยทั้งร้อยไม่มีปัญหาเรื่องการรื้อป้าย ปรับปรุงทาสี อย่างไรก็เจ้าของอาคารจำนวนหนึ่งยังมีความกังวลต่อการดำเนินโครงในรายละเอียดบางจุด เช่น เรื่องการใช้ผ้าใบมาแทนที่กันสาดถาวร เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพในบริเวณดังกล่าว ซึ่งทางเทศบาลฯและกลุ่มสถาปนิกล้านนากำลังหารือและทำความเข้าใจร่วมกับทุกฝ่ายต่อไป.

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,379 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.