• 24 มิถุนายน 2560 - 00:24 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ชาวบ้าน-จนท.ลงพื้นที่ทับซ้อนเขตส.ป.ก.กรณีก่อสร้างศุลกากรแห่งใหม่รับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 - 18:29 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,147 ครั้ง พิมพ์

 

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่นได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ผ่านทางนายด่านศุลกากรแม่สอด เพื่อขอคัดค้านการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด ซึ่งอาจกระทบต่อชุมชน ทำให้ชาวบ้านหลายอาจต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และพื้นที่ป่าช้าของชุมชน ตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านั้น อ่านเพิ่มเติมที่ กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่นยื่นหนังสือค้านสร้างด่านศุลกากรใหม่ในพื้นที่ท่าสายลวด

ล่าสุด วันนี้ 9 พ.ย.2558 เวลา 9:00 น. นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ นายด่านศุลกากรแม่สอด พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลการกร ลงพื้นที่หมู่บ้านวังตะเคียน หมู่ 4 และหมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อพบชาวบ้านที่เดือนร้อนและได้รับผลกระทบโครงการก่อสร้างศุลกากรแห่งที่ 2 ใหม่แม่สอด โดยชาวบ้านนำชี้พื้นที่ที่ดินของตนเอง ( ส.ป.ก.) โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า การมาพบชาวบ้านครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อดูสภาพพื้นที่และระบุว่าหากพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยอยู่อาจจะพิจารณาตัดพื้นที่ออก ส่วนสุสานจะคืนให้เป็นพื้นที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านซึ่งครอบครองเอกสารสิทธิ์ส.ป.ก. และอยู่ในพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นศุลกากรแห่งที่ 2 นั้นตามแผนนั้นมีทั้งหมด 9 ราย รวมพื้นที่ทั้งหมด 133 ไร่เศษ ได้นำนายด่านศุลกากรสำรวจนำชี้พื้นที่จำนวน 8 ราย โดยหลังจากลงพื้นที่แล้วเจ้าหน้าที่ศุลกากรเผยว่าจะส่งเรื่องให้ทางส่วนกลางพิจารณาตัดพื้นที่ออก เนื่องจากเป็นที่อาศัยของชาวบ้านจริง อย่างไรก็ตามก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกทีว่าจะสามารถตัดออกได้หรือไม่ หากจำเป็นต้องใช้พื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จะเปิดให้มีการหารือกับทางชาวบ้านอีกครั้ง

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรยังเสนอให้ชาวบ้านที่ถือเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. ทั้ง 8ราย ส่งข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอที่ต้องการให้กับผู้ใหญ่บ้านภายในวันศุกร์ ที่13 พฤศจิกายน 2558 พร้อมแนบเอกสารสิทธิ์ และสำเนาบัตรประชาชน เพื่อส่งให้นายด่านกิตติ สุทธิสัมพันธ์ในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งจะได้นำเสนอที่กรมศุลกากรต่อไป

นายเฉลิมพล พิมพา ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ท่าสายลวด กล่าวว่า ตนจะยื่นร้องเรียนกับศุลกากรเนื่องจากเชื่อว่าแผนการก่อสร้างศุลกากรแห่งใหม่นั้นจะกระทบกับที่ทำกินจำนวน 27 ไร่เศษ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างแน่นอน และการลงพื้นที่ของนายด่านศุลกากรวันนี้ก็เป็นเพียงการกล่าวทางวาจาเท่านั้น ยังไม่มีความชัดเจนใดให้กับชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบ และชาวบ้านทั้งหมดอยากให้ย้ายจุดการก่อสร้างออกไปให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด

“แรกๆ ก็ดีใจที่มีการตัดถนน เดิมตนมีที่ดินส.ป.ก. 32 ไร่เศษ ตนก็แบ่งพื้นที่จำนวน 5 ไร่เศษให้กรมทางหลวงไป ก็คิดเหมือนกันว่าถนนจะทำให้การทำมาหากินและการดำรงชีวิตดีขึ้น แต่โครงการนี้ก็ยังไม่จบแค่นั้น เขาก็ใช้ทำโครงการนั้นโครงการนี้อยู่เรื่อย” นายเฉลิมพล กล่าว

ภาพการลงสำรวจพื้นที่ ข้อเรียกร้องของชาวบ้าน และการหารือกันเบื้องต้น

ด้านนายสมบัติ พิมพา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่าสายลวด หนึ่งในชาวบ้านพื้นที่ปฏิรูป 9 รายที่จะได้รับผลกระทบจากการโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ เผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) ที่โรงแรมเซ็นทารา แม่สอด ฮิลล์ รีสอร์ท จะมีการสัมมนารับฟังความคิดเห็น โครงการสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ ซึ่งจะมีการนำเสนอแผนการพัฒนาในพื้นที่ โดยกรมศุลการกรร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาและให้คำปรึกษาแห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยหลังจากการเข้าร่วมรับฟังข้อมูลของโครงการแล้ว ทางชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะมีการหารือเพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนอีกครั้ง

“สิ่งที่กังวลกันมากคือเรื่องค่าชดเชย ค่ารื้อถอน แม้จะมีการกันพื้นที่บางส่วนของชาวบ้านออกไปจากแผนเดิม แตผลกระทบต่อไปในอนาคตคือกิจกรรมต่าง ๆ ของศุลกากร เช่น การสัญจรของรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ การกีดขวางการสัญจร และอุบัติเหตุที่อาจเพิ่มขึ้น นี่คือเรื่องหลัก ๆ ที่จะเสนอให้ศุลกากรพิจารณา เพื่อเตรียมการเยียวยาและรองรับผลกระทบในอนาคต” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวสรุป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ คนแม่สอดรักษ์ถิ่น เผยแพร่แถลงการณ์ "สงบสู่ความทุกข์ ชาววังตะเคียนต้องเสียสละ คนแม่สอดรักษ์ถิ่น เราเรียกร้อง ความเป็นธรรม” โดยมีเนื้อหาดังนี้

จากปัญหากรณีที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำสอดแม่สอด จังหวัดตาก เบื้องต้นมีโครงการพื้นที่อุตสาหกรรม ด่านศุลกากรและบ่อน้ำดิบ ทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านวังตะเคียน ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รวมกลุ่มในการแก้ไขปัญหาและเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อหาทางออกเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม แต่ปรากฏว่าในระหว่างแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา การรับข่าวสารข้อมูลข้อเท็จจริงไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการของหน่วยงานอ้างการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดสร้างความหวัดกลัวให้กับชาวบ้าน ถึงแม้จะได้รับการปฏิเสธการข่มขู่ คุกคาม จากภาครัฐโดยเฉพาะทหาร ที่อ้างว่าทหารก็ต้องถือปืน และการประชุมต่าง ๆ ที่ผ่านมาในระดับพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เนื่องจากไม่มีความชัดเจนแนวทางในการรองรับและการแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อน มีเพียงแต่การชี้แจงการเร่งดำเนินโครงการเป็นหลัก ตรงกันข้ามชาวบ้านผู้เดือดร้อนกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่า ครอบครองที่ดินโดยมิชอบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด และชาวบ้านบางคนยังถูกกล่าวหาและจะถูกแจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากเรียกร้องสิทธิบนความเดือดร้อนของชุมชนเป็นสิทธิที่พึงทำได้ การบอกกล่าวกล่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านถูกมองว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การยื่นหนังสือต่างๆร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆพร้อมข้อเสนอของชาวบ้าน ถูกมองว่าเป็นการชุมนุมสร้างความวุ่นวาย ทั้ง ๆ ที่การยื่นหนังสือต่อหน่วยงานเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาอีกแนวทางหนึ่งที่ชาวบ้านสามารถทำได้เช่นกัน

กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่น ขอยืนยันว่าทางกลุ่มและชาวบ้านผู้เดือดร้อนไม่ได้มีเจตนาในการขัดขวางการพัฒนาและความเจริญของประเทศ ไม่ได้ขัดขวางเขตเศรษฐกิจพิเศษดังเช่นหลายท่านกล่าว และการเรียกร้องที่เกิดขึ้น กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่นต้องการให้เกิดความเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ซึ่งที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขปัญหามีเพียงฝ่ายที่มีอำนาจ เป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์และแนวทางให้ชาวบ้านปฏิบัติโดยขาดการมีส่วนร่วมและการยอมรับของชาวบ้าน ทำให้ปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ อ้างว่าชาวบ้านมีส่วนร่วมแล้วโดยคณะกรรมการ คณะทำงานในระดับพื้นที่ ซึ่งข้อเท็จจริงชาวบ้านผู้เดือดร้อนไม่ได้มีส่วนร่วมแต่กลับเป็นเพียงผู้ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งและการสั่งการของผู้นำ ผู้มีอำนาจเพียงเท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

ดังนั้นกลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่นขอแสดงจุดยืนในการยืนหยัดเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านผู้เดือดร้อนตามสิทธิที่พึ่งมี โดยจะไม่ยึดผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง จะมองการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นหลัก จะติดตามการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลเพื่อให้ได้ทางออกและข้อยุติร่วมกันทุกฝ่าย กลุ่มจะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยไม่มีเจตนาแอบแฝง ทั้งเรื่อง ผลประโยชน์ การเมือง อำนาจ และจะร่วมมือกับทุกฝ่ายที่มีเจตนาในการแก้ไขปัญหาของผู้เดือดร้อนให้เกิดความเป็นธรรมดังเช่นจุดยืนของกลุ่ม และขอประณามผู้ไม่หวังดีต่อชาวบ้านผู้เดือดร้อน มองเป็นเพียงชาวบ้านผู้บุกรุกอยู่ผิดกฎหมายโดยยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่ยุยง ส่งเสริม ทั้งบุคคล ทั้งกลุ่ม ทั้งหน่วยงาน และผู้ที่ใช้อำนาจข่มเหงกับชาวบ้าน ทั้งนี้กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่น ยินดีและพร้อมเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกับรัฐบาล

อย่ายัดเยียดความเสียสละให้เรา เพราะเราเป็นผู้เสียสละอยู่แล้ว

อย่ากล่าวหาเราเป็นผู้ผิดกฎหมาย เพียงเรียกร้องสิทธิที่อยู่ที่ทำกินของเรา

อย่าบีบบังคับให้เราทุกข์ยาก เพียงเพื่อหน้าตา

อย่าใช้อำนาจในมือ เพียงเพื่อประโยชน์ของทุนอุตสาหกรรม

เราเป็นมนุษย์ และเป็นประชาชนเหมือนกัน

เชื่อมั่นในพลังประชาชน

กลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่น

อนึ่ง ด่านศุลกากรแห่งที่ 2 ดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่ภายใต้นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในอำเภอแม่สอด นอกเหนือจากการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 การตัดถนนสายใหม่ 4 เลน เชื่อมจากสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ การก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม และการทำบ่อน้ำดิบเพื่อรองรับโรงงานอุตสาหกรรม.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,128 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.