• 27 กรกฎาคม 2560 - 15:46 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

อ่านอีกด้านความต้องการของเครือข่ายประชาชนผู้ไร้สิทธิ์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

 วันที่ 2 ธันวาคม 2558 - 12:23 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 901 ครั้ง พิมพ์

 

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนผู้ไร้สิทธิ์เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นการรวมตัวของประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ดำเนินการเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พิเศษ และจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ กระจายความเจริญสู่ ภูมิภาค ลดความเหลื่อมลํ้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ไขป้ญหาความมั่นคง โดยแบ่งการดำเนินการ ออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จำนวน 5 จังหวัดได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา ระยะที่ 2 จำนวน 5 จังหวัดได้แก่ เชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี และนราธิวาส

เครือข่ายประชาชนผู้ไร้สิทธิ์เขตเศรษฐกิจพิเศษ นำเสนอข้อเท็จจริงจากพื้นที่ ในการสัมมนาสาธารณะ “เสียงจากคนไร้สิทธิ์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเบ็ดเสร็จ เมื่อประชาชนถูกบังคับให้พัฒนา” เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยรังสิต พบข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มีลักษณะที่เป็น ปัญหาร่วมคือ ความไม่โปร่งใส ขาดธรรมาภิบาล ดังนี้

1) นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อาจไม่มีความเหมาะสมกับบริบทปัญหาสังคมความต้องการพื้นฐาน และรากฐานทางวัฒนธรรมประเทศไทย

2) การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ไม่ได้คำนึงเป้าหมายที่จะยังประโยชน์สุขที่จะเกิดขึ้นแก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจนที่มีความเป็นเหตุผลเพียงพอ

3) ขาดการมีส่วนร่วมประชาชนตั้งแต่ประชาพิจารณ์ที่มีลักษณะเร่งรีบ ประชาชนรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียว คือ เฉพาะด้านที่เป็นคุณต่อการยอมรับนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แต่ไม่ได้รับรู้ด้านผลกระทบเสียหายแก่วิถีชีวิตชุมชน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

4) การจัดหาที่ดินเพื่อเร่งจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ขาดการวางระบบระเบียบกฏเกณฑ์อย่างรอบคอบ ที่สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

5) การมีลักษณะอาศัย มาตรา 44 เป็นเครื่องมือ เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มอิทธิพล การเมืองท้องถิ่น และกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ต้องการได้ประโยชน์จากการเก็งกำไรและค้าที่ดิน

6) พื้นที่ที่คัดเลือกมีทั้งพื้นที่สาธารณะที่มีคนยากจนและด้อยโอกาสได้พึ่งอาหารจากป่า อันเป็นปัจจัยความ มั่นคงอาหาร และบางพื้นที่มีความขัดแย้งเรื่องที่ดินถือครองโดยไม่มีการพิสูจน์สิทธิอย่างถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยขน

7) การมีแนวโน้มที่จะยกเลิกกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพ ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานการพัฒนาที่จะนำพาประเทศสู่ความยั่งยืน

8) การกำหนด 13 กิจการที่จะส่งเสริมการลงทุน ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ทั้งเอื้อประโยขน์ต่อทุนขนาดใหญ่ และนักลงทุนจากต่างประเทศมากกว่า

9) การทบทวนและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมการลงทุนและ อุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการจัดกลุ่มจังหวัดสำหรับกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่ง อนาคต (Super Cluster) มีผลกระทบต่อพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นรากฐานวิถีชีวิตไทยที่ดีงามและมีความสุข โดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและไม่สอดรับกับเศรษฐกิจฐานราก เป็นต้น

เครือข่ายฯ มีความห่วงใยต่อภาพลักษณ์รัฐบาลและคณะคสช.ที่มีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะปฏิรูปบ้านเมืองสู่ความสงบสุข แต่การใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่เป็นอยู่ต่อกรณีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนี้ ไม่ได้เอื้อต่อความมั่นคง ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจสังคมและทิศทางการพัฒนาของพื้นที่  แต่กลับมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเหลื่อมลํ้า ความไม่เป็นธรรม และเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งขัดแย้งอย่างชัดแจ้งต่อวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในด้านการกระจายรายได้ การลดความเหลื่อมลํ้า การสร้างความเป็นธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ ตามวัตถุประสงค์ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง องค์กรประชาชนตามรายนามด้านล่าง จึงขอให้ท่านได้พิจารณาและสั่งการให้มีการดำเนินการเพื่อให้การพัฒนาก่อประโยชน์สุขแก่คนไทยทุกคน

1.ทบทวนนโยบายหรือชะลอการดำเนินงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และจัดให้มีการทบทวนพื้นที่ แผนงาน และกิจการที่จะส่งเสริมการลงทุน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักประชารัฐหรือนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ต้องทำหน้าที่อำนวยการสร้างการมีส่วนร่วมในนโยบายแห่งรัฐที่ประเทศไทยได้ปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานมาโดยตลอด

2.การปรับปรุงผังเมืองต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ประชาชนมีส่วนร่วม และคงหลักการไม่มีอุตสาหกรรม ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับสิทธิของประชาชนที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีสุขภาพที่ดี รวมทั้ง บังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด

3.ทบทวนนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซุปเปอร์คลัสเตอร์ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนด ทิศทาง เป้าหมายหรือออกแบบการพัฒนาร่วมกัน และให้มีกลไกตัวแทนองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วมใน กลไกดำเนินงานในทุกระดับ

4.ยุติและมีคำสั่งให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ยุติการข่มขู่คุกคามประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการแย่งยึดที่ดิน ขับไล่ประชาชนออกจากหมู่บ้าน

4.พิจารณาการใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างรอบคอบ เฉพาะกิจการที่จำเป็นเพื่อความสามัคคีสมานฉันท์ ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของขาติ ตามวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

6.ในระยะเฉพาะหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

6.1 จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งด้านการจัดหาที่ดินกรณีบ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

6.2 ติดตามและตรวจสอบปัญหาความไม่โปร่งใสในการจัดหาที่ดินเพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย และจังหวัดตาก รวมทั้งพื้นที่อื่นหรือที่กำลังจะดำเนินการ เช่น ป่าชุ่มน้ำที่ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ

6.3 การยืนยันให้กิจการในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องจัดให้มีการศึกษา ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตามพระราขบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

ทั้งนี้ องค์กรภาคประชาชนที่ร่วมลงนามในจดหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย กลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น กลุ่มรักษ์เชียงของ กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน เครือข่ายวาระเปลี่ยนตะวันออก เครือข่ายสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว เครือข่ายประชาสังคมจังหวัดมุกดาหาร มูลนิธิเพื่อการพัฒนาภาคเหนือ สภาพลเมืองจังหวัดชลบุรี สหพันธ์ที่ดินจังหวัดสระแก้ว เครือข่ายผู้นำองค์กรประชาชน และคนทำงานพิทักษ์แม่นํ้าโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคล.).

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,256 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.