• 19 ตุลาคม 2560 - 19:38 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สกน.พีมูฟ เดินเท้าหาประยุทธ์ ทวงถามการแก้ปัญหาป่าไม้-ที่ดินหลังผ่านเจรจามา 409 วัน

 วันที่ 22 ธันวาคม 2558 - 12:56 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,051 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 22 ธ.ค.2558 เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือ P-move จัดกิจกรรม "เดิน : ก้าว : แลก เพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย" ที่หน้าอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ และที่ศาลากลางจังหวัดอีก 18 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลและคสช.เดินหน้านโยบายโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน ยุติแผนแม่บทฯ และทบทวนการประกาศอุทยานฯทับที่ชุมชน ฯลฯ โดยตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ระบุว่า เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบัน ได้มีข้อเสนอจากฝ่ายประชาชนมากมายที่ได้เสนอไปยังรัฐบาลและหวังว่าจะได้รับการแก้ไข แต่เวลาที่ผ่านไปได้พิสูจน์ชัดแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มีความสนใจที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินและปัญหาปากท้องของชาวบ้านอย่างแท้จริงและนี่คือเหตุผลที่จะบอกว่า ทำไมชาวบ้านถึงตัดสินใจ "เดิน ก้าว แลก" อีกครั้งเพื่อให้มีการปฏิรูปที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านประมาณ 100 คนได้รวมกันตั้งแต่ช่วงเวลา 8:00 น. จากนั้นในเวลาประมาณ 9:00 น. จึงได้ตั้งขบวนและจุดดอกไม้ธูปเทียนบูชาบูรพกษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ต่อมานายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือได้อ่านแถลงการณ์ “มาตามสัญญา: เดินก้าวแลกเพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย” เรียกร้องให้รัฐบาล 5 ข้อ ได้แก่ หนึ่งเร่งรัดแนวทางรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการดูแลที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบโฉนดชุมชน สองเร่งรัดโครงการนำร่องธนาคารที่ดินโดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการทบทวนมติที่ให้ยุบสถาบันบริหารจัดการที่ดิน สามกรณีการประกาศเขตอุทยนแห่งชาติเพิ่มเติมนั้นขอให้ชะลอการประกาศออกไปก่อนและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกันเขตพื้นที่ออกก่อนประกาศเขตฯ สี่ให้ทบทวนและแก้ไขการดำเนินการตาม แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงคำสั่ง/ประกาศคสช.ที่ส่งผลกระทบอันไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน และห้าให้เร่งรัดสั่งการให้มีนัดหมายวันเวลาในการประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ และที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างระดับจังหวัด เพื่อให้คณะทำงานที่ได้มีการแต่งตั้งโดยรัฐบาลดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายดิเรก กองเงิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้มีแนวทางแก้ปัญหาให้คนจนเหมือนกัน แต่การนำนโยบายไปปฏิบัตินั้นแต่ละกระทรวงกับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการแก้ไขปัญหา ไม่ได้กระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้คนจนเข้าถึงที่ดิน แต่กลับเอาคนจนออกจากที่ดินจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลกำลังจะประกาศเขตอุทยาน ซึ่งหากกระบวนการไม่เปิดให้คนจนเข้าไปมีส่วนร่วมจากทั้งสองฝ่าย หรือมีการกันเขตพื้นที่ให้ชัดเจน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางสังคมเพิ่มขึ้น

“กิจกรรมครั้งนี้เป็นเรื่องปัญหาปากท้องของชาวบ้าน แผ่นดินที่อยู่อาศัยที่ทำกินคือชีวิตของคนจน”

สำหรับเส้นทางเดินเท้า มาตามสัญญาฯ นั้นจะออกเดินทางจากอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ผ่านประตูท่าแพ สะพานนวรัตน์ และเดินตามถนนเจริญเมืองเลียบค่ายกาวิละ เดินตรงไปยังศาลากลางจังหวัดลำพูน เพื่อร่วมรับฟังการตัดสินของศาลฎีกาในคดีประวัติศาสตร์ของปฏิรูปที่ดินลำพูนเมื่อปี 2546 จากนั้นจึงจะเดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาต่อไป

ส่วนความเคลื่อนไหวในเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้น ทางเพจต่าง ๆ ของเครือข่ายได้ชวนเชิญประชาชนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กและไลน์เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว โดยผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่เพจขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move เพจพลิกฟื้นผืนดินไทย

อนึ่ง กิจกรรมเดินก้าวแลก: เพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย ได้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 ที่วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยกำหนดจะเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปที่ดิน และเรียกร้องให้คสช.หยุดทบทวนนโยบายการทวงคืนผืนป่าตามคำสั่ง 64/2557 และ66/2557 แต่ได้ถูกทหารสกัดกั้นไม่ให้เดินเท้า ที่สุดจึงนำไปสู่การเปิดเวทีเจรจากับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 และการเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 อย่างไรก็ตามได้มีการประชุมกลไกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาอีก 7 ครั้ง แต่ปัญหากลับไม่คืบหน้าแต่อย่างใด

 กระทั่งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2558 ที่ผ่านมา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้มียื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. (พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาของคนจน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ โดยขอให้หน่วยงานที่รับเรื่องเร่งรัดประสานงานและติดามข้อเสนอและข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหา และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการอย่างเป็นทางการให้กับ สกน.รับทราบ ภายในระยะเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไป 7 วัน สกน.กลับไม่ได้รับการประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด ในขณะที่ปัญหาของชาวบ้านและชุมชนสมาชิกของสกน. และพื้นที่อื่น ๆ กลับได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากแผนปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.58 ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ อำเภองาว จังหวัดลำปางซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายการทวงคืนผืนป่า และการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทซ้อนทับ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเพื่อร้องเรียนให้มีการกันแนวเขตพื้นที่ชุมชน ทั้งที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ป่าชุมชน ออกก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ และให้หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน ซึ่งแต่ละชุมชนได้มีข้อมูล แนวเขตการจัดการชัดเจนทุกหมู่บ้าน  แต่ปรากฏว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในพื้นที่สกัด ข่มขู่ไม่ให้ชาวบ้านเดินทางไปพบผู้ว่าฯ 

นอกจากนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่โครงนำร่องธนาคารที่ดิน จังหวัดเชียงใหม่ – ลำพูน ซึ่ง ครม.ได้มีมติให้ดำเนินการโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2554 แต่ผลปรากฏว่าผ่านไป 2 รัฐบาล (รัฐบาลอภิสิทธิ์ และ รัฐบาลยิ่งลักษณ์)  และรัฐบาลที่ 3 ยุค คสช.การดำเนินการแก้ไขปัญหาก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด  มิหนำซ้ำชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่กลับถูกนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง  โดยก่อนสิ้นปี 2558นี้ ในวันที่ 23 วันที่ 29 ธันวาคม 2558 ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นำร่องฯ บ้านไร่ดง และบ้านแพะใต้ จะต้องขึ้นศาลจังหวัดลำพูนเพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำนวน 9 ราย รวมถึงคาดว่ารัฐบาลยุค คสช.จอาจสั่งการให้ยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และยุติการดำเนินงานของสำนักงานโฉนดชุมชน ซึ่งนั่นก็หมายความว่ากลไกที่ชาวบ้านคาดหวังว่าจะนำมาแก้ไขปัญหาที่ดินที่เคยผลักดันมาก็จะสิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง.

ชมภาพกิจกรรม

ขนวนเดินเท้ารณรงค์ เดิน ก้าว แลก นั่งพักเหนื่อยบริเวณหน้าค่ายกาวิละก่อนจะออกเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดลำพูนต่อไป

 

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,701 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.