• 27 มีนาคม 2560 - 17:45 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ศาลสั่งเปรมประชาจ่ายค่าเสียหายให้ผู้เสียหายกรณีรสบัสพลิกคว่ำกว่า 3 ล้านบาท

 วันที่ 26 ธันวาคม 2558 - 18:18 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,119 ครั้ง พิมพ์

 

จากกรณีที่รถโดยสารบริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด หมายเลขทะเบียน 10-1291 เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุชนรถจักรยานยนต์แล้วพลิกคว่ำที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ บนทางหลวงหมายเลข 108 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย และบาดเจ็บ 56 ราย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 นั้น ในด้านคดีอาญาศาลได้ตัดสินให้คนขับรถจำเลยที่ 1 (ซึ่งยังคงหลบหนีการจับกุม) มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียชีวิต

ส่วนการเยียวยาค่าเสียหายได้มีตัวแทนจากบริษัทเปรมประชาฯ มาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อชดเชยความเสียหายกับกลุ่มผู้เสียหายและญาติผู้ตายแบบรายกลุ่ม 5 ครั้งและเจรจาแบบบุคคลอีกหลายครั้ง แต่เมื่อกลุ่มผู้เสียหายเห็นว่าการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลเนื่องจากการเจรจาทุกครั้งผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่มาเจรจาด้วยตนเอง ดังนั้นกลุ่มผู้เสียหายและญาติผู้ตายจำนวน 13 คน จึงฟ้องคดีทางแพ่งต่อนายอิ่นแก้ว มูลสุข คนขับรถ (จำเลยที่ 1) และบริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด (จำเลยที่ 2)โดยใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 กับศาลแขวงในกรณีที่ผู้ร้องเรียกค่าเสียหายไม่เกิน 300,000 บาท จำนวน 8 คดี และศาลจังหวัด จำนวน 5 กรณี

สำหรับคดีที่ศาลแขวง ศาลได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยสำเร็จจนนำไปสู่การปิดคดี ทำให้ผู้ร้องได้รับเงินจากบริษัทเปรมประชาฯ เรียบร้อยทุกคดี รวมจำนวนเงินทั้งหมด 155,000 บาท ส่วนคดีที่ศาลจังหวัดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถตกลงตามข้อเสนอของบริษัทได้ จึงมีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

จนเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 11.15 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 15 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ศาลได้อ่านผลคำพิพากษาเรื่องการละเมิดผิดสัญญารับขนส่งคนโดยสาร เพื่อเรียกค่าเสียหายรับผิดตามสัญญาประกันภัย มีรายละเอียดดังนี้ ผู้ฟ้องคดีคนที่ 1 นายสมบูรณ์ วงศ์ษา (ภรรยาเสียชีวิต) คดีหมายเลขดำ ผบ.458/2558 ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จ่ายเงินทั้งหมด 886,000 บาท

ผู้ฟ้องคดีคนที่ 2 นายวรัญญู อยู่สุภาพ (ผู้บาดเจ็บ) คดีหมายเลขดำ ผบ. 459/2558 ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จ่ายเงินทั้งหมด 236,740 บาท

ผู้ฟ้องคดีคนที่ 3 น.ส.วรพรรณ ประเสริฐ (ผู้บาดเจ็บ) คดีหมายเลขดำ ผบ. 460/2558 ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จ่ายเงินทั้งหมด 355,200 บาท

ผู้ฟ้องคดีคนที่ 4 นายวีรวุฒิ อุปวงศิลป์ (ผู้บาดเจ็บ) คดีหมายเลขดำ ผบ. 461/2558 ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จ่ายเงินทั้งหมด 285,434.50 บาท

ผู้ฟ้องคดีคนที่ 5 นายลำพูนและนางทอง เจริญเกียรติ (ลูกสาวเสียชีวิต) คดีหมายเลขดำ ผบ. 462/2558 ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จ่ายเงินทั้งหมด 1,390,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ต้องร่วมกันจ่ายทั้งหมด 3,153,374.50 บาท (สามล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นสามพันสามร้อยเจ็ดสิบสี่บาทห้าสิบสตางค์)

ทั้งนี้หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาล มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันอ่านคำพิพากษา

ด้านนางอานุด อยู่สุภาพ ซึ่งมีลูกชายเป็นผู้โดยสารที่ประสบเหตุในครั้งนั้นจนต้องเย็บแผลบริเวณใบกว่า 30 เข็มและต้องนอนพักฟื้นนานกว่า 4 เดือน กล่าวในฐานะตัวแทนของกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 5 คนว่า หลังจากได้รับฟังคำตัดสินของศาลในครั้งนี้ แม้จำนวนเงินอาจไม่เต็มจำนวนตามที่เรียกร้องไปแต่ทุกคนก็พึงพอใจกับเงินชดเชยเยียวยาที่ศาลพิจารณาให้ เพราะที่ผ่านมาพอมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในฐานะผู้บริโภคก็ไม่ได้ทำอะไร ยอมรับค่าชดเชยเพียงเล็กน้อย และปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป แล้วอุบัติเหตุของชาวแม่สะเรียงกับรถเปรมประชาฯ ก็มีมาเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้พวกเราเห็นว่าบางครอบครัวต้องสูญเสียคู่ชีวิต บางครอบครัวก็ต้องสูญเสียลูกสาวไป จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาปกป้องคุ้มครองสิทธิของตัวเอง เพื่อแสดงพลังให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นว่าชาวแม่สะเรียงก็ต้องการได้รถโดยสารสาธารณะที่ปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน จึงตัดสินใจรวมกลุ่มกันฟ้องคดี

นายคงศักดิ์ ชื่นคงไกรสาศ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสาระหลักของ “พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551” เป็นคดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ เป็นกฎหมายที่ผู้บริโภค (รวมถึงผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทน) สามารถฟ้องคดีภายใน 3 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายแต่ไม่เกิน 10 ปี แต่ถ้ามีการเจรจาเกี่ยวกับค่าเสียหายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคอายุความสะดุดหยุดอยู่จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้บอกเลิกการเจรจา และที่สำคัญผู้ฟ้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกขึ้น.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,750 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.