• 27 มิถุนายน 2560 - 00:24 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สนง.สิ่งแวดล้อมจังหวัดภาค 1-4 ชูมาตรการรับมือปัญหาหมอกควันปี 59 เน้นบังคับใช้กม.

 วันที่ 31 มกราคม 2559 - 15:07 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 776 ครั้ง พิมพ์

 

เช้าวันนี้ 31 ม.ค. 2559 ที่โครงการบ้านข้างวัด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดภาคที่ 1 – 4 จัดงาน “จิบน้ำชา...จับตาหมอกควัน” จัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงและเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากภาคเหนือประสบปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน โดยมลภาวะดังกล่าวได้ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังกระทบไปถึงภาคการขนส่งธุรกิจการท่องเที่ยวในภาคเหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของสำนักงานสิ่งแวดล้อมนั้น จะเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ช่องทางการเตือนภัย และชี้แจงวิธีแก้ไขปัญหาหมอกควัน ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลปี 2559 ได้กำหนดมาตรการรับมือปัญหาหมอกควันและไฟป่าโดยให้จังหวัดภาคเหนือใช้วิธีการขอความร่วมมือกับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหา มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจตระเวนชายแดน และภาคประชาชน แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเฝ้าระวัง ระดมกำลังคน จัดหาอุปกรณ์ระงับการเผาป่าหรือวัสดุการเกษตรฯและอื่น ๆ

นอกจากนั้นจะมีการรณรงค์การไถกลบตอซัง และใช้สารย่อยสลายแทนการเผาโดยใช้กลไกควบคุมกันเองในชุมชน เช่น การประกาศเขตห้ามเผา 90 วัน การจัดทำแนวป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในการแถลง ให้สัมภาษณ์กับประชาธรรมว่า ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มทวีความรุนแรงตั้งแต่ช่วงปี 50-51 ทางรัฐก็มีมาตรการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีในแต่ละปีปัญหามันจะที่แตกต่างกันไปตามเรื่องของสภาพอากาศ แต่ในภาพรวมมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมา ตนคิดว่าถูกทางแล้ว เพียงแต่ว่าต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น ในเรื่องของวิถีการดำเนินชีวิต เช่น การเผาในที่โล่งแจ้ง เผาเศษวัสดุในภาคการเกษตรต่าง ๆ ตรงนี้ก็ต้องค่อย ๆ คุย กันไป ทุกมาตรการพยายามจะออกมาให้พี่น้องประชาชนให้เข้าใจมากที่สุด และคำนึงถึงหลายปัจจัย สำหรับปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นไปที่การแก้ปัญหาในหน่วยที่เล็กที่สุด และการประสานความร่วมมือกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายก็เข้มข้นขึ้น”

สำหรับปัญหาหมอกควันจากสาเหตุอื่น ๆ นั้น รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า “ปัญหาหมอกควันมันมาจากหลายเหตุ หลากมิติ ต้องยอมรับปัจจัยที่เกิดหมอกควัน มันเกิดจากการเผา ขณะเดียวกันที่เรามองข้ามไปไม่ได้คือ ควันข้ามพรมแดน อย่างเช่นประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สิ่งหนึ่งที่ต้องหารือร่วมกัน คือ การวางแผนเรื่องการบริหารจัดการหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งจะมีการประชุมที่เชียงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

เมื่อสอบถามถึงแผนระยะยาว รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ชี้แจงว่า ได้มีการวางแผน 3 ระยะ กล่าวคือ ระยะเตรียมการ ระยะที่เกิดปัญหา และระยะฟื้นฟู ทั้งสามส่วนจะประกอบไปด้วยการทำงานตั้งแต่ในเรื่องของพื้นที่ เช่น หมู่บ้าน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานถึงหมู่บ้าน ทั้งที่อยู่ติดป่า มีอาชีพหาของป่า หรือหมู่บ้านที่ทำการเกษตร จากหมู่บ้านมาระดับตำบล ตำบลจะมีท้องถิ่นเข้ามาประกอบ ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด

“เราจะมองถึงยูนิตเล็กสุด การเพิ่มความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมาย และการให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชนเข้ามาร่วมอย่างแท้จริง นี่คือความเด่นของปีนี้”

อนึ่ง การแถลงข่าววันนี้ประกอบด้วยนายจตุพร บุรุษ พัฒน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในการแถลงข่าว ร่วมกับนายระพีศักดิ์ มาลัยรุ่งสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) นายถาวร เพ็ชรบัว ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 (พิษณุโลก) และนายสุภาพ ชื่นบาน รักษาราชแทนผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4 (นครสวรรค์) รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักงานธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั้ง 9จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำปางและตาก).

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,138 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.