• 25 เมษายน 2560 - 09:58 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ม.เที่ยงคืนร้องทุกฝ่าย. ร่วมผลักดันยกเลิกกฎอัยการศึก

 วันที่ 2 ธันวาคม 2557 - 19:30 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,250 ครั้ง พิมพ์

 

วันที่ 13 สิงหาคม 2557

ภาพจาก เวป www.Kapook.com

วันนี้ (13 สค.57) มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนทุกฝ่ายร่วมกันเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ชี้เป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น และในช่วงเวลานี้กำลังจะร่างกฎหมายต่างๆซึ่งจะกระทบกับหลายฝ่าย  ดังนั้นจึงควรเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายแสดงความเห็นได้อย่างเสรี

โดยแถลงการณ์ระบุว่า โดยทั่วไปแล้วจะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพบางประการของประชาชนเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม เช่น เกิดสงคราม หรือมีการจลาจลเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  และเนื่องจากเป็นกฎหมายที่จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและรุนแรง การประกาศกฎอัยการศึกจึงต้องวางอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าสถานการณ์ที่จำเป็นนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นแล้ว

“สำหรับการประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารและยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น นับเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นเพราะในเวลานี้ไม่ปรากฏว่ามีภัยคุกคามใดๆ ที่น่าวิตกกังวลอีกทั้งกระบวนการในการจัดตั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของคณะรัฐประหารก็กำลังเดินหน้าไป แม้ว่าจะมีการคัดค้านหรือการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างก็เป็นเพียงการแสดงความเห็นตามปรกติที่ผู้คนในสังคมอารยะทั่วไปกระทำกัน ซึ่งไม่ได้จะนำไปสู่ภัยอันตรายหรือการจลาจลวุ่นวายใดๆ”

“ที่สำคัญในขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติขึ้นมาทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย ซึ่งการบัญญัติกฎหมายไม่ว่าจะมีเนื้อหาที่ดีสักเพียงใดก็ตาม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มซึ่งอาจเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ได้ ดังนั้น ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบหรือมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือประชาชนที่มีความเห็นจากมุมมองที่แตกต่าง ก็ควรจะมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นหรือการผลักดันความต้องการของตนเองโดยไม่ต้องมีความเกรงกลัวว่าจะถูกลงโทษโดยปราศจากความผิดจากบทบัญญัติในกฎอัยการศึก”

“หากปรารถนาที่จะสร้างสังคมที่เอื้อให้คนทุกกลุ่มทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และต้องการกลับคืนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่มีความปรารถนาดีต่อสังคมไทยได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดการยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็ว เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการร่วมกำหนดชะตากรรมของตนเองและสังคมต่อไปได้อย่างเต็มภาคภูมิและก้าวไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ร่วมกันในอนาคตข้างหน้า”

 

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

เรื่อง ร่วมกันเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก

 

นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557ได้มีการประกาศกฎอัยการศึกและบังคับใช้มาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในขณะนี้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วแต่ก็ไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะมีการยกเลิกกฎอัยการศึกเมื่อใด

โดยทั่วไปแล้วจะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพบางประการของประชาชนเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม เช่น เกิดสงคราม หรือมีการจลาจลเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  และเนื่องจากเป็นกฎหมายที่จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและรุนแรง การประกาศกฎอัยการศึกจึงต้องวางอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าสถานการณ์ที่จำเป็นนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับการประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารและยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น นับเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นเพราะในเวลานี้ไม่ปรากฏว่ามีภัยคุกคามใดๆ ที่น่าวิตกกังวลอีกทั้งกระบวนการในการจัดตั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของคณะรัฐประหารก็กำลังเดินหน้าไป แม้ว่าจะมีการคัดค้านหรือการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างก็เป็นเพียงการแสดงความเห็นตามปรกติที่ผู้คนในสังคมอารยะทั่วไปกระทำกัน ซึ่งไม่ได้จะนำไปสู่ภัยอันตรายหรือการจลาจลวุ่นวายใดๆ

ที่สำคัญในขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติขึ้นมาทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย ซึ่งการบัญญัติกฎหมายไม่ว่าจะมีเนื้อหาที่ดีสักเพียงใดก็ตาม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มซึ่งอาจเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ได้ ดังนั้น ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบหรือมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือประชาชนที่มีความเห็นจากมุมมองที่แตกต่าง ก็ควรจะมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นหรือการผลักดันความต้องการของตนเองโดยไม่ต้องมีความเกรงกลัวว่าจะถูกลงโทษโดยปราศจากความผิดจากบทบัญญัติในกฎอัยการศึก

อนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดภายใต้กฎอัยการศึกย่อมจะต้องถูกนำตัวไปพิจารณาในศาลทหาร ซึ่งมีความแตกต่างเป็นอย่างมากจากกระบวนการตามปรกติของศาลยุติธรรม รวมทั้งมีข้อจำกัดเป็นอย่างมากในการต่อสู้คดี การนำตัวบุคคลผู้ถูกกล่าวหาขึ้นพิจารณาในศาลทหารภายใต้ข้อจำกัดเช่นนี้ย่อมเป็นการยากมากที่ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับความสะดวกในการต่อสู้และได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี การดำรงอยู่ของกฎอัยการศึกจึงสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนทั่วไปไม่มากก็น้อย

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเผชิญกับความเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งทางการเมืองมามากแล้วแม้ว่าในปัจจุบันอาจไม่มีการปรากฏตัวของบุคคลที่มีความเห็นขัดแย้งหรือการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะยุติลงไปอย่างสิ้นเชิง วิถีทางที่น่าจะดีที่สุดในการเผชิญหน้ากับความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองเพื่อลดความขัดแย้งในระยะยาวก็คือการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถแสดงความเห็นของตนเองได้ภายใต้กรอบของการเคารพและยอมรับในความเป็นมนุษย์ของฝ่ายอื่นที่มีความเห็นแตกต่างไปจากตน ไม่มีสังคมใดในโลกนี้ที่ไม่มีความขัดแย้ง ปัญหาสำคัญคือจะจัดการกับความขัดแย้งนั้นอย่างไร การใช้อำนาจบังคับให้ประชาชนหยุดแสดงความเห็นอาจกระทำได้ในบางช่วงเวลาเท่านั้น หากบีบบังคับให้หยุดแสดงความคิดเห็นเป็นเวลานาน ความตึงเครียดก็จะทวีขึ้นจนระเบิดออกมาในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งบทเรียนจากหลายประเทศก็ปรากฏให้เห็นมาโดยตลอด

 

หากปรารถนาที่จะสร้างสังคมที่เอื้อให้คนทุกกลุ่มทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และต้องการกลับคืนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่มีความปรารถนาดีต่อสังคมไทยได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดการยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็ว เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการร่วมกำหนดชะตากรรมของตนเองและสังคมต่อไปได้อย่างเต็มภาคภูมิและก้าวไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ร่วมกันในอนาคตข้างหน้า

 

                                                                   13 สิงหาคม 2557

                                                                   มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,855 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.