• 23 มีนาคม 2560 - 15:07 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

“สามล้อถีบ” ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองเชียงใหม่

 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 - 20:31 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,104 ครั้ง พิมพ์

 

เรื่อง : สุวนันท์ คีรีวรรณ นักศึกษาฝึกงานประชาธรรม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ภาพ : ลลิดา พิงคะสัน



เมื่อกล่าวถึง “สามล้อเชียงใหม่” พวกคุณจะคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก อาจจะเป็นภาพของชายสูงวัยกำลังขี่สามล้อพาผู้โดยสารที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ไปจ่ายตลาด หรือภาพของชายสูงวัยที่ใส่กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ พร้อมกับหมวกฟางนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนสามล้อคอยรอรับลูกค้าตามจุดต่าง ๆ อยู่ที่ “กาดหลวง”

สามล้ออยู่คู่กับกาดหลวงมายาวนานจนชินตา คนขี่สามล้อก็ช่างดูมีอายุจนอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณลุงสามล้อจะขี่ไหวหรือไม่ และในยุคสมัยที่ท้องถนนเต็มไปด้วยรถรับจ้างที่เป็นเครื่องยนต์เหตุใดจึงมีคนเลือกประกอบอาชีพนี้อยู่

“ลุงขี่สามล้อเพราะเป็นอาชีพที่เป็นอิสระ เราเป็นเจ้านายตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราพึ่งตัวเองได้” นายแดง เอกสุวรรณ อายุ 59 ปี เล่าถึงเหตุผลที่เขาเลือกอาชีพขี่สามล้อมานาน 40 ปี เช่นเดียวกับนาย อินแก้ว ใจสูง อายุ 67 ปี ได้เล่าถึงความหลังของการมาประกอบอาชีพนี้ว่า “ลุงมาขี่สามล้อตั้งแต่ปี 2511 แล้ว ตอนแรกลุงขี่สามล้อเป็นอาชีพเสริม ว่างจากทำนาก็มาขี่ แต่เห็นว่ารายได้ตอนนั้นมันดีเลยเปลี่ยนมาขี่สามล้อเป็นอาชีพ เมื่อก่อนรายได้ดี ลุงออกมาขับแค่ครึ่งวัน หลังจากนั้นก็รับซ่อมสามล้อ แต่ตอนนี้ไม่รับซ่อมอีกแล้ว เห็นว่ามานั่งรอรับทัวร์รายได้มันจะดีกว่า”

ปัจจุบันนี้จะเห็นว่าสามล้อเชียงใหม่ ผู้ประกอบการส่วนมากจะเป็นกลุ่มคุณลุงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปแทบทั้งสิ้น จนเกิดเป็นภาพชินตาและกลายเป็นภาพลักษณ์ของคนขี่สามล้อถีบเชียงใหม่ไปว่า คนขี่สามล้อจะเป็นชายค่อนข้างมีอายุ สวมกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าผ้าใบกับหมวกฟาง

ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนถีบสามล้อดูแตกต่างไปจากอดีต คือ เครื่องแต่งกาย จะมีการแต่งยูนิฟอร์ม โดยใส่เสื้อเชิ้ตสีกรมแขนสั้น และยาว สกรีนลายข้างหลังว่า Rotary และกางเกงขาสั้นสีกรม รวมถึงมีการปรับปรุงรถให้ดูดี เนื่องจากจะต้องรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มกลายเป็นผู้โดยสารหลัก

การเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นนี้ มาจากการสนับสนุนของสโมสรโรตารีเชียงใหม่ สโมสรโรตารี่โกเบเซ้าท์ และสโมสรอื่น ๆ อีก 7 สโมสร เมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยพวกเขาเล็งเห็นว่า หากพัฒนารูปลักษณ์ของสามล้อให้ดีขึ้น จะช่วยให้พวกเขามีช่องทางหารายได้มากขึ้น เมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็จะมีคนประกอบอาชีพนี้อยู่ และสามล้อถีบจะยังคงอยู่ และกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

เพราะเราเป็นคนท้องถิ่น เห็นสามล้อมาตั้งแต่เด็ก ๆ โตขึ้นมาก็รู้สึกว่าสามล้อเป็นผู้ที่ทำงานหนัก และมีรายได้น้อย ควรจะช่วยส่งเสริมเพื่อให้เขามีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มาถึงตอนนี้สังคมมันเปลี่ยนไปแต่เขายังยึดอาชีพนี้อยู่ เราก็ควรที่จะช่วยให้เขามีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และตอนนี้เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวเราก็เล็งเห็นว่า เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้พวกเขาได้” นางสาวจิตเมตตา นันทขว้าง ประธานโครงการสามล้อเชียงใหม่ และเป็นหนึ่งในสมาชิกสโมสรโรตารี่ที่เข้าร่วมพัฒนาสามล้อตั้งแต่ต้น กล่าว

นอกจากจะเข้ามาปรับภาพลักษณ์สามล้อถีบแล้ว ยังมีการเปิดอบรมภาษาอังกฤษ ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่จำเป็นต่อการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มสามล้อถีบอีกด้วย นายแดง เอกสุวรรณ พูดถึงตอนที่สโมสรโรตารี่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในช่วงแรกว่า “ตอนที่สโมสรโรตารี่เข้ามา สามล้อเราให้ความร่วมมือกับเขา เราเห็นเขาเข้ามาพัฒนาช่วยเหลือ อนุรักษ์สามล้อ มาซ่อมรถให้ฟรี เปลี่ยนอะไหล่ให้

นอกเหนือจากการเข้ามาพัฒนาสามล้อในเรื่องของ เครื่องแต่งกาย ปรับปรุงรถสามล้อ และการเปิดอบรมทักษะต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวแล้ว การพัฒนาสนับสนุนสามล้อยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นางสาวจิตเมตตา เล่าให้ฟังว่า “เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา มีการจัดตั้งชุมชนสามล้อขึ้นมา การตั้งชุมชนหมายความว่า เขาจะมีการจัดตั้ง บริหารจัดการของเขาเอง ซึ่งจะต้องมีหัวหน้าสามล้อ มีกรรมการในฝ่ายต่าง ๆ ส่วนตัวมองว่าถ้าเราไม่ตั้งให้เขาเป็นชุมชนเป็นกลุ่มก้อน มันจะไม่ยั่งยืน และมีความหวังว่าการรวมกลุ่มนี้จะทำให้พวกเขารู้สึกว่ามันน่าจะดีกว่าการอยู่ตัวคนเดียว

เมื่อสโมสรโรตารี่เชียงใหม่เข้ามาสนับสนุนสามล้อ ทิศทางการอยู่รอดของสามล้อได้เปลี่ยนไปจากเดิม มีช่องทางการหารายได้มากขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการรับกลุ่มนักท่องเที่ยว

เขาเข้ามาสนับสนุนเป็นทัวร์หลายเดือนแล้ว โดยผ่านคุณจิตเมตตา เราไม่มีคิว ถามใครอยากไปก็ไป ช่วงนี้ทัวร์จะเยอะหน่อยเพราะเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ถ้าหมดช่วงนี้ไปก็ไม่ค่อยจะมีแล้ว ลุงก็จะมาจอดสามล้อรอคนอยู่ที่กาดหลวง” นายแดง เอกสุวรรณ กล่าว

นาย อินแก้ว ใจสูง ให้ภาพชีวิตประจำวันสามล้อว่า ช่วงเช้าจะมาคอยลูกค้าที่เป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอยู่ที่กาดหลวง หลังจากนั้นจะไปรับผู้โดยสารที่มาจากรุ๊ปทัวร์

ลูกค้าลุงส่วนมากก็จะเป็นแม่ค้าแถวกาดหลวง ปกติลุงจะออกบ้านมาสักตี 4 - 6 โมงเย็น ตอนเช้ามารอขนของให้แม่ค้า แค่ช่วงเช้าก็มีรายได้เกือบ 200 บาทแล้ว ตอนนี้รายได้มันก็ดีขึ้นมาหน่อยคือ เรามีทัวร์ ลุงอยู่รอไกด์โทรเรียกให้รับนักท่องเที่ยว ลุงรับทัวร์กันรอบละ 150 – 200 บาท ลูกค้านอกจากแม่ค้า นักท่องเที่ยว มีขาจรบ้าง แต่ไม่บ่อย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสนับสนุนจากภายนอก และคนถีบสามล้อในปัจจุบันก็ยังเลือกที่จะประกอบอาชีพนี้อยู่ แต่จำนวนสามล้อที่เราเห็นในปัจจุบันนี้เหลือเพียง 67 คัน ช่างเป็นจำนวนที่บางตาเหลือเกิน จนทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตสามล้อตามมา

ในอนาคต ลุงจะขี่สามล้อไปจนตาย เพราะลุงไปประกอบอาชีพไหนไม่ได้แล้ว เราไปสมัครงานที่ไหนอายุมากขนาดนี้แล้วใครจะรับ” นายแดง เอกสุวรรณ กล่าวถึงตนเองกับอาชีพสามล้อไว้อย่างน่าขบคิด ไม่แพ้ นาย อินแก้ว ใจสูง ให้ข้อมูลว่า “ต่อไปถ้าหมดรุ่นลุงก็ไม่มีใครสืบแล้ว ตุ๊ก ๆ มันมาเรื่อย ๆ ลูกก็ไม่เอาหลานก็ไม่เอา งานสบายนะลูกค้าไม่มีก็นั่งรถไป สบายด้วยอิสระด้วย” หากมองภาพของสามล้อเชียงใหม่ในขณะนี้ผ่านตัวผู้ประกอบการ จะเห็นว่าอาชีพขี่สามล้อกำลังจะหายไปจากสังคมเชียงใหม่ไปเสียแล้ว

ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นอีกปัญหาสำคัญ ที่กลุ่มผู้สนับสนุนมองเห็นเช่นกัน นางสาวจิตเมตตา พยายามหาหนทางเพิ่มจำนวนสามล้อ โดยการสร้างแรงจูงใจด้านรายได้

ถ้ามีทัวร์เข้ามา สามล้อรายได้เพิ่มขึ้น คนเข้ามาประกอบอาชีพแน่นอน ขี่สามล้ออาจจะมีรายได้ดีกว่าตุ๊กๆ สามล้อลงทุนถูก พวกสามล้อส่วนใหญ่จะแข็งแรง ถ้าได้วันละ 500 บาทขึ้นไปใครบ้างจะไม่อยากขี่ เมื่อก่อนภาพพจน์ของสามล้อ มักจะถูกมองว่าขี้เหล้า ได้รายได้ไม่มาก ตอนนี้ถ้าเกิดว่าการท่องเที่ยวยอมรับมากขึ้น สามล้อจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน เราอยากจะพัฒนาให้สามล้อเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ ถ้ามาเชียงใหม่ไม่นั่งสามล้อถือว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่

ในส่วนเรื่องรายได้ของสามล้อ จากการเข้าไปพูดคุยกับสามล้อ พบว่า รายได้ของสามล้อไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแรงขยันของแต่ละคน อย่างนายอินแก้ว ใจสูง ให้ข้อมูลว่า “ตอนนี้รายได้มันค่อนข้างดี หลังจากมีทัวร์มีไกด์มาติดต่อ เฉลี่ยต่อวันก็ 300 บาทขึ้น ถ้าวันไหนรับทัวร์มาก รายได้ถึง 500 บาทยังมีเลย” ซึ่งต่างจากนายแดง เอกสุวรรณ ที่ให้ข้อมูลว่า “สามล้อตอนนี้แย่มาก รายรับมากกว่ารายจ่าย ถ้าใครอยากได้รายได้มากหน่อยก็ขยันรับทัวร์ไป แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับเราด้วยว่าไหวหรือเปล่า

แม้รายได้จากการขี่สามล้อปัจจุบันนี้สามารถทำให้ถึง 500 บาทได้ แต่ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ประกอบการอยู่ดีว่าแต่ละวันสามารถขับสามล้อรับนักท่องเที่ยวได้มากแค่ไหน อีกทั้งเมื่อหมดฤดูท่องเที่ยวไปรายได้ของสามล้อจะสามารถทำยอดให้ถึง 500 บาทได้หรือไม่

นี่คือ ส่วนหนึ่งของเรื่องราวสามล้อถีบในเมืองเชียงใหม่ ที่พัฒนาและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดมาโดยตลอด จนสามารถโลดแล่นให้เราเห็นได้ในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ในหนทางข้างหน้า สิ่งต่อไปที่น่าจับตามองคือ สามล้อจะพัฒนาเพื่อปรับตัวให้อยู่รอดโดยใช้วิธีใด เราไม่อาจรู้ได้ว่าการปรับตัวในรูปแบบต่าง ๆ ของสามล้อ จะทำให้สามล้อสามารถอยู่รอดภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเมืองได้หรือไม่ นับว่าเป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ในเมืองเชียงใหม่ที่น่าจับตามอง.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,734 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.