• 23 เมษายน 2560 - 18:52 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ดูวิธีแบบจีนสไตล์ อยู่และจัดการปัญหาหมอกควัน

 วันที่ 11 มีนาคม 2559 - 11:15 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,219 ครั้ง พิมพ์

 

อานนท์ ตันติวิวัฒน์



ท่ามกลางปัญหาหมอกควัน คนจีนอยู่กับมันอย่างไร และรัฐจีนพยายามแก้ปัญหาอย่างไร

ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายอย่างภายในประเทศ โดยเฉพาะตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วก็นำมาซึ่งปัญหามลพิษทางอากาศเช่นกัน เมืองใหญ่ๆของจีนล้วนมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

มีการคาดการณ์ว่า ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก โดยเฉพาะกระทบกับความสามารถในการผลิตของแรงงาน (Labor Productivity) ราวร้อยละ 6.5 ของการผลิตทั้งประเทศ เมื่อเทียบกับ จีดีพีในปี 2012 ซึ่งมีมูลค่า 8.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หากจีนสามารถลดมลพิษทางอากาศได้จนอยู่ระดับตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก  อาจเพิ่มมูลค่าการผลิตรายปีมากกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ(ประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท)[1] ด้วยเหตุนี้ จีนจึงประกาศสงครามกับปัญหาหมอกควัน  ประมาณการกันว่าจีนต้องใช้งบประมาณราว สองแสนเหรียญสหรัฐ(ประมาณ 7 ล้านล้านบาท)จึงจะลดปัญหาหมอกควันได้[2] เฉพาะที่เมืองปักกิ่งเตรียมโครงการลดปัญหาหมอกควันภายใน 5 ปีไว้มากถึง 81 โครงการ[3] ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง การลดการใช้พลังงานถ่านหินลงครึ่งหนึ่ง ลดจำนวนรถบนท้องถนน แนะนำ(หรือผลักดัน)ให้ขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน กระตุ้นและควบคุมไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยควันเสียในที่สาธารณะ

สาเหตุปัญหาหมอกควันถูกวิเคราะห์ออกมาว่ามีหลายสาเหตุตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงระดับใหญ่ ปัญหาที่ถูกนำเสนอทั้งจากกรีนพีซ นักสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐของจีน ได้แก่ ปัญหาการปล่อยไอเสียของยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม การเผาทำลายพืชในภาคการเกษตร การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหิน(จีนใช้พลังงานถ่านหินถึงร้อยละ 79 จากพลังงานทั้งหมด) ฯลฯ

ปัญหาหมอกควันส่งผลต่อสุขภาพชาวจีน และเป็นอันตรายต่อปอด เป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคมปีที่แล้ว (2015) ค่าฝุ่นละอองขนาด 2.5 pm. พุ่งสูงถึง 568 ไมโครกรัม[4] และในวันที่ 9 เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา(2015) ค่าฝุ่นละอองขนาด 2.5 pm ที่เมืองเสิ่นหยางพุ่งสูงเกินกว่า 1400 ไมโครกรัม[5]

ไทม์ไลน์คุณภาพอากาศของจีนช่วง 1 ปีที่ผ่านมา  http://multimedia.scmp.com/china-air-pollution-in-2014/

ท่ามกลางปัญหาหมอกควันที่หนักหนาสาหัสมาเป็นเวลากว่า 10 ปี น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐของจีนมีวิธีการจัดการอย่างไรบ้าง และคนจีนอยู่กับมันอย่างไร หากเทียบกับในภาคเหนือของไทยที่เผชิญกับภาวะดังกล่าว(หรือรับรู้ว่าเป็นปัญหา) ก็อยู่ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน แม้ว่าอาจไม่หนักเท่ากับจีนก็ตาม ปัญหาที่เกิดจากบริบทต่างกัน ย่อมมีการจัดการปัญหาที่แตกต่างกันไป แต่การเรียนรู้ความต่างอาจนำมาซึ่งไอเดียการจัดการปัญหาใหม่ๆ

และนี่คือไอเดียการจัดการหมอกควันของจีนที่คัดมาบางส่วน โดยมีที่มาจากรัฐบาลจีน นักวิชาการ เอ็นจีโอ และคนจีน มีตั้งแต่วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบบ้าระห่ำ ไปจนถึงการพยายามเปลี่ยนโครงสร้างทางกฎหมายสิ่งแวดล้อม

หนึ่ง ห้ามย่างบาร์บีคิว[6] เมื่อต้นปี 2013 รัฐบาลได้ร่างข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางการลดปัญหาหมอกควันหลายอย่าง และหนึ่งในข้อเสนอเหล่านั้นคือ ห้ามย่างบาร์บีคิว พร้อมทั้งรณรงค์ให้ชาวจีนลดการบริโภคอาหารปิ้งย่าง จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของคนปักกิ่งไม่น้อย โดนวิพากษ์ วิจารณ์ผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน เช่นว่า “มีใครเชื่อหรือเปล่าฟระว่า หมอกควันจะลดลงเมื่อไม่มีการย่างบาร์บีคิว” “รัฐบาลไม่ควรมาแก้ปัญหาที่ตัวบุคคล มันไม่สามารถลดหมอกควันได้หรอก ถ้ายังไม่สามารถทำให้โรงงานอุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบต่อเรื่องดังกล่าว” เป็นต้น

ครั้งหนึ่ง เชียงใหม่ก็เคยมีการยกประเด็นเรื่องร้านหมูกระทะขึ้นมาว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน แต่สุดท้ายก็โดนวิพากษ์วิจารณ์จากคนทั่วไปอย่างหนักหน่วง 

อนุมานได้ว่า เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติจริงๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งชาติจีน

 

ภาพ คนจีนกำลังซื้อบาร์ บี คิว Beijingers relish mutton kebabs at Lunar New Year. Photo: AP

 

สอง สร้างโดรนพ่นสารกำจัดหมอกควัน

จีนใช้เครื่องบิน หรือโดรนขึ้นไปพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดหมอกควันมาหลายปี โดยสารเคมีตัวนี้เมื่อถูกพ่นออกไปจะจับกับตัวฝุ่นควันแล้วทำให้มันตกลงมาพื้นดิน  โดยเมื่อเดือนเมษายน ปี 2014 บริษัท Aviation Industry Corporation of China ได้พัฒนาโดรนพ่นสารกำจัดหมอกควันขึ้นมา และทดสอบร่วมกับตัวแทนรัฐบาล ซึ่งบริษัทที่พัฒนาโดรนตัวนี้อ้างว่า มีต้นทุนที่ถูกกว่าเดิมถึงร้อยละ 90 และมีประสิทธิภาพมากกว่า[7]

หม่า หยงเซง chief executive of the company กล่าวว่า โดรนตัวนี้สามารถบรรทุกสารเคมีกำจัดหมอกควันได้ประมาณ 700 กิโลกรัม พ่นได้ในรัศมี 5 กิโลเมตร บังคับขึ้นลงง่าย และถูกกว่ายานพาหนะแบบอื่น

ภาพ ภาพการทดสอบประสิทธิภาพโดรนกำจัดหมอกควันของบริษัท Aviation Industry Corporation of China ที่หนิงปัว ซึ่งจะนำมามาใช้ในการต่อสู้กับหมอกควัน Photo: Nandu.com

 

สาม ยิงจรวดสร้างฝนเทียม

การสร้างฝนเทียม เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จีนนำมาใช้จัดการกับปัญหาหมอกควันมาตั้งแต่ปี 2011[8]  ซึ่งวิธีการในการสร้างฝนเทียมคือ ใช้เครื่องยิงจรวด ยิงสารเคมีที่ประกอบไปด้วย โพแทสเซียม ไอโอไดด์ (potassium iodide ) โพเพนเหลว (liquid propane)  ซิลเวอร์ไอโอไดด์ (silver iodide) เข้าไปในเมฆ เพื่อเร่งให้เกิดผลึกน้ำแข็งจนกลายเป็นฝนตกลงมา

ด้วยโมลิกุลของเม็ดฝนจะช่วยชะล้างฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศให้ตกลงมาสู่พื้นดิน แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าถึงเรื่องความคุ้มค่ากับงบประมาณเพื่อแลกกับน้ำฝนอันน้อยนิด รวมถึงมีประเด็นถกเถียงกันว่า ซิลเวอร์ไอโอไดด์ (silver iodide)เป็นสารพิษหรือไม่[9]

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า จีนวางแผนใช้สารเคมีสร้างฝนเทียมราว 55,000 ล้านตันต่อปี[10] และเตรียมจะพัฒนาสารเคมีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพ เครื่องยิงจรวดเพื่อสร้างฝนเทียมตั้งอยู่ที่สถานี Meteorological Bureau in Beijing. AP Photo/Ng Han Guan.

 

สี่ ติดสปริงเกอร์ขนาดยักษ์

Yu Shaocai นักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ได้เสนอวิธีการใช้น้ำจัดการกับมลพิษทางอากาศ ผ่านบทความทางวิชาการในหัวข้อ Environmental Chemistry Letters[11] โดยแนะนำให้ติดสปริงเกอร์ขนาดยักษ์บนตึกสูง การติดสปริงเกอร์จะทำให้เราเปิดปิดน้ำได้ตามต้องการ โดย Shaocai ได้ให้เหตุผลว่า การติดสปริงเกอร์จะช่วยให้เรากำจัดฝุ่นละอองขนาด2.5 pm  ซึ่งลอยอยู่ในอากาศ ไม่เกิน 300 ฟุตจากพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถกำหนดพื้นที่ได้อีกด้วย[12] ไม่แน่ใจว่าแนวคิดนี้อยู่ในแผนของรัฐบาลจีนหรือไม่ แต่ก็ได้รับทั้งคำชื่นชมและคำเย้ยยันไม่น้อยเช่นกัน

ภาพ ภาพจำลองสปริงเกอร์ยักษ์ที่ชาวเน็ตตัดต่อล้อเลียน

 

ห้า แปรรูปควันพิษเป็นอัญมณีส่งออกขาย

Daan Roosegaarde ศิลปินชาวดัตช์ ที่มีสตูดิโออยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และทำงานร่วมกับนายกเทศมนตรีเมืองปักกิ่ง โดยโครงการของเขาคือ สร้างระบบจัดเก็บหมอกควัน (collecting system in smog)[13]  วิธีการ คือ นำทองแดงใส่ไว้แท่งแก้ว เพื่อทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าสถิตย์ เมื่อปล่อยขึ้นบนฟ้า สิ่งประดิษฐ์นี้จะดึงฝุ่นควันให้มาติด โดยที่สามารถบีบอัดอนุภาคให้เป็นก้อนได้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการทดลองเรื่องลูกโป่งดึงผม- เมื่อเรานำลูกโป่งมาไว้ใกล้ผม ลูกโป่งจะดึงผมเราขึ้นมาได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าสถิต

เมื่อได้ควันบีบอัดที่ติดมาในแท่งแก้ว เขาเตรียมที่จะแปรรูปมันเป็นอัญมณี ติดแหวนส่งออกขาย ทำให้คนซื้อรู้สึกว่าได้ซื้ออัญมณีที่มีส่วนช่วยให้อากาศปักกิ่งสะอาด[14]

“สำหรับผมการออกแบบไม่ใช่แค่ เก้าอี้ โคมไฟ หรือโต๊ะ หรืออะไรที่เป็นการออกแบบแบบชาวดัตช์ ผมชอบความคิดที่จะออกแบบอะไรที่มันสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ได้ถูกเมืองปักกิ่งปฏิเสธไป แต่ก็มีข่าวลือว่า มีการลอกเลียนแบบไอเดียนี้ โดยนายกเทศมนตรีของปักกิ่งสั่งให้ทดลองที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง[15]

วีดีโอจำลองวีธีการดูหมอกควัน

 

หก พัฒนาแอพพลิเคชั่น รายงานสภาพอากาศแต่ละจุด เพื่อเฝ้าระวัง และจับผิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยควันเสีย

อันที่จริงการสร้างแอพพลิเคชั่นรายงานสภาพอากาศไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่ ประเทศอื่นๆก็สร้างกัน แต่บริบทที่ทำให้เกิดการสร้างแอพพลิเคชั่นรายงานสภาพอากาศเพื่อติดตามคุณภาพอากาศในจีนน่าสนใจไม่น้อย กล่าวคือ จีนพยายามที่จะควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ให้ปล่อยควันเสีย ทั้งรณรงค์ ออกกฎหมายปรับ แต่ก็มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้ โรงงานบางแห่งรู้จักกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีการติดสินบนกันเพื่อไม่ให้ตรวจก็มี อีกทั้งรัฐบาลก็มักจะเชื่อข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่าข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนไป จึงทำให้แม้จะมีการประกาศเป็นกฎหมายออกมา แต่ก็ไม่มีผลในทางปฏิบัติมากนัก

อย่างไรก็ตามในปี 2006 สถาบัน the Institute of Public and Environmental Affairs ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนได้สร้าง แผนที่ข้อมูลน้ำเสีย[16]ในแต่ละจุดขึ้นมา เพื่อใช้มอนิเตอร์คุณภาพน้ำเสียแบบเรียวไทม์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้บีบให้รัฐต้องดำเนินคดีกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสีย เนื่องเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน  ตอนนี้ในแต่ละเมืองของจีน มีการสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อจับตาดูการปล่อยมลพิษตามจุดต่างๆ  ที่เมืองซานตงจะมีการประกาศรายชื่อโรงงานที่ปล่อยควันเสียเป็นรายเดือน[17]

หม่าจุง (Ma jung) นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมของ The Institute of Public and Environmental Affairs กล่าวว่า เขาประทับใจที่รัฐเริ่มให้ความสำคัญกับแอพพลิเคชั่นมอนิเตอร์การปล่อยควันเสียและต้องชมรัฐมนตรีกระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมของจีนที่ดำเนินการเรื่องนี้  มันจะนำมาซึ่งการตรวจสอบโรงงานที่ปล่อยควันพิษอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ เพราะจีนขาดกลไกที่จะบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม

“ผมประทับใจจริงๆ เราต้องให้เครดิตท่าน(รัฐมนตรีกระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อม)ที่ทำเรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

อย่างไรก็ตาม หม่า ก็เห็นว่า การใช้แอพมอนิเตอร์การปล่อยควันเสียยังไม่นำมาซึ่งหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพราะคนที่ปล่อยควันยังพยายามใช้อิทธิพลและเส้นสายเพื่อหลีกเลี่ยงอยู่ แต่เชื่อว่าจะดีขึ้น

แม้ว่าเปิดการเผยข้อมูลการปล่อยควันเสีย อาจจะไม่สามารถทำให้จีนแก้ไขปัญหาหมอกควันได้เร็ววัน แต่อย่างน้อยประเทศที่พยายามปิดกั้นข้อมูลมาโดยตลอด  กลับเริ่มทำข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจีนจริงจังกับแก้ไขปัญหาหมอกควันมากแค่ไหน ในขณะที่บ้านเราบางพื้นที่ยังฉีดน้ำใกล้กับเครื่องวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้ค่าฝุ่นควันลดลง

 

เจ็ด เปลี่ยนใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม / สีกินฝุ่น / อาคารกรองอากาศ

อีกแนวคิดหนึ่งที่ถูกพูดถึงในจีนค่อนข้างมาก และมีผู้ประกอบการบางรายเริ่มผลิตวัสดุก่อสร้างที่ช่วยกรองอากาศออกมาบ้างแล้ว รวมถึงมีการคิดเรื่องการสร้างอาคารที่ช่วยทำให้อากาศสะอาดอีกด้วย

ความหวังเรื่อง การสร้างอาคารที่มีส่วนช่วยป้องกันหมอกควัน คือ สีที่มีส่วนผสมของสารเคมี “ไทเทเนี่ยมไดออกไซค์” (titanium dioxide)  สารเคมีตัวนี้จะกลืนกินไนโตรเจน อ๊อคไซค์(ทำให้ระเหยไป)  ซึ่งเป็นสารพิษหลักที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ[18]

ภาพ กระบวนการเปลี่ยนสารพิษในอากาศโดยไทเทเนี่ยมไดออกไซค์

ทฤษฎีการสร้างอาคารช่วยกรองอากาศนำไปสู่การผลิตและพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในจีน เมื่อเดือนมกราคม 2016 Kaier New Materials Co Ltd ของจีนได้ออกมาประกาศว่า ได้พัฒนาสร้างวัสดุเคลือบตึกที่สามารถย่อสลายมลพิษทั้งฝุ่นละอองขนาด 2.5 pm  คาร์บอนไดออกไซค์ น้ำและแร่ธาตุ[19]

Shu Wenxiao นักวิจัยของบริษัท กล่าวว่า เราใส่ oxidizing and hydrophilic nanometer material ในวัสดุที่ใช้เคลือบตึก วัสดุนี้จะทำการสังเคราะห์ ทำปฏิกิริยาต่อมลพิษอากาศที่มีส่วนผสมของไนโตรเจน อ๊อคไซค์ (nitrogen oxides)

ซูได้เปรียบเทียบว่า อาคารที่เคลือบด้วยวัสดุใหม่  200 ตารางเมตร สามารถทำให้อากาศบริสุทธ์ได้เทียบเท่ากับต้นป๊อปล่าที่โตเต็มที่ 14 ต้น ถ้าเราสามารถทำให้ตึกสูงขนาด 100 เมตร เคลือบวัสดุชนิดใหม่ในพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร อาคารเหล่านี้จะสามารถทำให้อากาศบริสุทธิ์ได้เทียบเท่าต้นป๊อปล่าที่โตเต็มแล้วถึง 1,400 ต้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังอยู่ในช่วงทดลองกับตึกของตัวเอง โดยยังไม่นำมาจำหน่าย

 

แปด ควบคุมการปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม

หลังจากไล่ดูแนวคิดที่เป็นรายละเอียดปีกย่อยแล้ว ลองมาดูแนวคิดหลักที่จีนวางแผนจะจัดการอย่างจริงจัง หลังจากมีการวิเคราะห์ปัญหาจากทั่วสารทิศว่า ปัญหามลพิษที่จีนกำลังเผชิญอยู่มาจากการปล่อยควันพิษของโรงงานอุตสาหกรรม และการใช้พลังงานถ่านหินเป็นแหล่งในการผลิตกระแสไฟฟ้า ถ้าเปลี่ยนผ่านสภาพการณ์ตรงนี้ไม่ได้ จะไม่มีทางแก้ไขปัญหาหมอกควันได้

ในช่วงแรกจีนลังเลที่จะเปลี่ยน เพราะกลัวสูญเสียศักยภาพในการผลิต วิธีจัดการจึงอยู่ของการคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ เน้นบรรเทาปัญหา เช่น ทำฝนเทียม ลดปริมาณการจารจร แต่พอปัญหาเริ่มหนักขึ้น จีนก็เริ่มคิดกับมันมากขึ้น แม้ความคิดเรื่องการจัดการที่ออกจะดูห่ามๆหน่อย เป็นต้นว่า มีแนวคิดจะย้ายโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเหล็ก ซีเมนต์ และแก้วไปตั้งที่แอฟริกาใต้ ยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา และส่วนต่างๆของเอเซีย[20] แต่ก็คิดถึงหลักการควบคุมโดยใช้กฎหมายและนโยบายอัพเกรดโรงงานให้ใช้พลังงานอย่างอื่นแทนถ่านหินด้วย โดยเฉพาะที่ปักกิ่งมีโครงการควบคุมการปล่อยควันและมลพิษเป็นจำนวนมาก ในแผนยุทธศาสตร์ลดควันพิษภายใน 5 ปี[21]

โดยในช่วงปลายปี 2014 จีนได้ร่างกฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มอัตราการปรับโรงงานที่ปล่อยควันเสียเกินค่ามาตรฐานเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านหยวน (ประมาณ 5.4 ล้านบาท) รวมถึงอาจจะมีการสั่งปิดโรงงาน[22] ล่าสุดในช่วงต้นปี 2016 เมืองปักกิ่งออกมาประกาศว่า ได้ทำการปิดโรงงานที่ปล่อยมลพิษเกินกว่าค่ามาตรฐานไปเป็นจำนวน 2,500 โรง โดยใช้การมอนิเตอร์ค่าหมอกควันแบบเรียลไทม์ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า โรงงานที่ถูกปิดเป็นโรงงานขนาดเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น[23]

 

เก้า เปลี่ยนจากการใช้พลังงานถ่านหินเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

จากแผนลดมลพิษทางอากาศของจีนภายใน 5 ปี (2012-17) โดยตั้งเป้าลดควันพิษให้ได้ร้อยละ 10 [24] สิ่งหนึ่งที่จีนต้องการจะทำ คือ เปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานถ่านหินไปสู่พลังงานที่สะอาด โดยปักกิ่งเป็นเมืองที่สนองนโยบายนี้อย่างทันทีโดยตั้งเป้าจะลดการใช้พลังงานถ่านหินลงครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ เมืองปักกิ่งยังตั้งเป้าว่า จะลดการใช้ถ่านหินประมาณ 180 ล้านตันภายในปี 2020 [25]เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา (2015)  เมืองได้ห้ามไม่ให้ใช้ถ่านหินด้อยคุณภาพในการผลิตเพื่อลดการใช้ถ่านหินให้ได้ตามเป้า

เมื่อช่วงต้นปี 2016 เมืองเห่อเปย ซึ่งเป็น 1 ใน 10 เมืองที่ปล่อยมลพิษมากที่สุด ได้ออกมาสั่งห้ามโครงการก่อสร้างที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น ถ่านหิน และน้ำมันที่มีความหนาแน่นสูง(heavy oil)  รวมถึงมีนโยบายจะผลักดันให้สิ่งปลูกสร้างที่พึ่งพาพลังงานแบบเดิมได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดอีกด้วย โดยกระตุ้นให้หันมาใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และก๊าซธรรมชาติ  เห่อเปยอยู่ติดกับเมืองปักกิ่ง และตั้งเป้าว่า จะลดค่าฝุ่นควันขนาด 2.5 P.M. ให้ได้ร้อยละ 6 และลดการใช้ถ่านหินประมาณ 5 ล้านตัน ให้ได้ภายในปี 2016[26]

จีนใช้พลังงานถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 79[27]

 

สิบ จัดการเรื่องยานพาหนะและการจราจรบนท้องถนน

การจัดการเรื่องการจราจรบนท้องถนน เป็นเรื่องที่จีนจัดการเป็นอันดับแรกๆ ดังที่เราเห็นในข่าวและคุ้นเคยกันดี และในแผนลดหมอกควันภายใน 5 ปีของปักกิ่งก็มีเรื่องการจัดการจราจรและการใช้ยานพาหนะอยู่หลายโครงการ เราลองมาดูกันว่า ที่ผ่านมาจีนพยายามจัดการเรื่องยานพาหนะอย่างไร

หนึ่ง ออกกฎกำหนดค่ามาตรฐานการปล่อยไอเสีย โดยในปี 2013 เมืองปักกิ่งเป็นเมืองแรกที่นำค่ามาตรฐานการปล่อยควันในยุโรปมาเป็นแนวตั้งค่ามาตรฐานบังคับใช้ โดยจะไม่แจกทะเบียนรถที่ไม่ได้ตามค่ามาตรฐาน[28] นอกจากนี้ใครที่ขับรถปล่อยมลพิษเกินค่า จะต้องถูกปรับ 100 หยวน (ประมาณ 500 กว่าบาท)[29] ทันทีที่ถูกตรวจพบ

สอง ตรึงราคาน้ำมันให้สูงกว่าราคาโลก เพื่อลดการใช้ยานพาหนะ จีนใช้มาตรการนี้หลายครั้ง ล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015 ในช่วงที่ราคาน้ำมันทั่วโลกต่ำมาก แต่จีนเลือกตรึงราคาน้ำสูงกว่าราคาน้ำมันในสหรัฐอเมริกาถึงสองเท่า(ราคาในสหรัฐฯตอนนั้นอยู่ที่  2 ดอลล่าห์ต่อแกลอน) [30]

สาม สลับรถวิ่งบนท้องถนนวันคู่วันคี่ ตามเลขทะเบียนที่ลงท้าย

สี่ ซื้อรถเก่าไปทำลาย รถป้ายทะเบียนสีเหลืองของจีน คือรถเก่า เป็นรถยนต์หรือรถบรรทุกที่ปล่อยมลพิษ ซึ่งจะต้องปลดระวางตามกฎหมายของจีน ซึ่งรถป้ายเหลืองในปี 2012 จะต้องถูกปลดระวางภายในปี 2015[31]

และหก หนุนใช้รถพลังงานไฟฟ้า เมืองปักกิ่งเพิ่งออกนโยบายกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2015 ว่า ใครใช้รถพลังงานไฟฟ้าจะสามารถวิ่งได้ทุกเวลาแม้แต่ในช่วงประกาศใช้นโยบายวิ่งรถวันคู่เมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในภาวะวิกฤต[32]

 

สิบเอ็ด คนจีนจ่ายเงิน 20,000 หยวน (109,000 บาท) ซื้อเครื่องกรองอากาศและหน้ากากสู้หมอกควัน

ดูแนวคิดการพยายามจัดการปัญหาหมอกควันมาพอควรแล้ว เราลองมาดูการความพยายามอยู่กับปัญหาของคนจีนบ้าง

เมื่อค่าฝุ่นควันพุ่งสูงขึ้นในระดับที่เป็นอันตรายในเดือนพฤศจิกายนปี 2015  เครื่องกรองอากาศจำนวน 571,310 เครื่องถูกขายออกไปภายในวันเดียว[33] เซาท์ไซน่ามอร์นิ่งโพสต์ได้รายงานชีวิตของหญิงปักกิ่งท่ามกลางปัญหาหมอกควัน นามว่า วู หุย โดยนำเสนอว่า ภายใน 1 ปี เธอใช้เงินราว 20,000 หยวน (108,730 บาท)[34] เพื่อซื้ออุปกรณ์ป้องกันหมอกควัน

เธอใช้เงิน 7,000 หยวน ซื้อเครื่องกรองอากาศยี่ห้อของสวีเดนในปีนี้เมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งที่เมื่อปีที่ผ่านมา เธอเพิ่งซื้อไปสองเครื่อง เครื่องหนึ่งยี่ห้อของสวิสราคา 10,000 หยวน(54,000บาท) และอีกเครื่องหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นราคา 2,000 หยวน(18,000 บาท) เนื่องจากจำเป็นที่จะเปิดเครื่องกรองอากาศตลอดวัน  

การเปิดเครื่องกรองอากาศทั้งวันทำให้เธอจ่ายค่าไฟฟ้าสิ้นเดือนราว 200 หยวน(1,100 บาท) เธอซื้อหน้ากากช่วยหายใจแบบใช้แล้วทิ้ง 50 ชิ้น ราคา 285 หยวน(1,500 บาท)

เธอ และลูกชายวัยสามขวบของเธอป่วยจากหมอกควัน ทำให้ต้องจ่ายค่ารักษาราว 500 หยวน (2,700บาท)

เซาท์ไซน่ามอร์นิ่งโพสต์ยังรายงานอีกว่า ไม่ใช่แค่เธอที่จ่ายเงินราว 20,000 หยวน แต่สาวออฟฟิศ นามว่า ฟางมิง ก็เสียเงินราว 20,000 หยวนเพื่อซื้อเครื่องกรองอากาศสามเครื่อง เพื่อช่วยทำให้อากาศในบ้านอยู่ในระดับดีอยู่ตลอดเวลา (ค่า P.M 2.5 อยู่ในระดับ 35)

 

สิบสอง ฝรั่งในเมืองจีน ประดิษฐ์เครื่องกรองอากาศไฟฟ้าติดจักรยานที่ใช้พลังงานจากการปั่น

Matt Hope ได้ประดิษฐ์เครื่องกรองอากาศไฟฟ้าติดจักรยานที่ใช้พลังงานจากการปั่นเพื่อต่อสู้กับปัญหาหมอกควันในเมืองจีน

ดูวิธีการทำได้ที่วีดีโอนี้

 

และสิบสาม  ฝึกศิลปะป้องกันตัว เพื่อให้มีภูมิต้านทานขึ้น

วิธีการสุดท้าย ที่เลือกมานำเสนอ คือการฝึกศิลปะป้องกันตัวตามแบบจีนสไตล์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายรับปัญหาหมอกควัน

ภาพการรำไทเก็ก หรือรำมวยจีนกลางหมอกควันในประเทศจีน เราคงเห็นตามสื่อมาบ้างแล้ว แต่ตอนนี้โรงเรียนในจีนเริ่มให้นักเรียนฝึกศิลปะป้องกันตัว โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายยามเผชิญหน้ากับหมอกควัน

นักเรียนโรงเรียน Guangminglu  ในเมือง Shijiazhuang ของจังหวัดเห่อเปย  ฝึกศิลปะป้องกันตัว โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาหมอกควัน (11 ธันวาคม 2013/2556) เจ้าหน้าที่โรงเรียนกล่าวว่า การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้จะช่วยให้ปอดแข็งแร[35]

 

 

อ้างอิง

[1]U.S.News, ‘Smog Solutions’, Keith Crane, 17 January 2015, http://www.usnews.com/opinion/blogs/world-report/2015/01/17/china-can-fix-its-severe-pollution-problem, (accessed 19 January 2016).

[2] เรื่องเดียวกันเชิงอรรถ 1

[3]เทศบาลเมืองปักกิ่ง, แผนปฏิบัติการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเมืองปักกิ่ง ปี 203-2017, แหล่งที่มา: http://zhengwu.beijing.gov.cn/gzdt/gggs/t1322955.htm, (19 มกราคม 2559). [ต้นฉบับภาษาจีน]

[4] BBC, ‘China pollution: Beijing smog hits hazardous levels’, 15 January 2015, http://www.bbc.com/news/world-asia-china-30826128, (accessed 19 January 2016).

[5] The guardian, ‘Airpocalypse now: China pollution reaching record levels’, Tom Phillips, 9 November 2015, http://www.theguardian.com/world/2015/nov/09/airpocalypse-now-china-pollution-reaching-record-levels, (accessed 19 January 2016).

[6] South China Morning Post, ‘Beijingers respond to planned BBQ bans with a scoff and a cough‘, Minnie Chan and Li Jing, 22 February 2013,  http://www.scmp.com/news/china/article/1155761/beijingers-respond-planned-bbq-bans-scoff-and-cough, (accessed 19 January 2016).

[7]South China Morning Post, ‘China to test new smog-busting drone to help clear polluted skies‘, Darren Wee, 05 March 2014, http://www.scmp.com/news/china/article/1440923/china-test-new-smog-busting-drone-help-clear-polluted-skies, (accessed 20 January 2016).

[8] Quartz, ‘China creates 55 billion tons of artificial rain a year—and it plans to quintuple that’, Gwynn Guilford, 22 October 2013, http://qz.com/138141/china-creates-55-billion-tons-of-artificial-rain-a-year-and-it-plans-to-quintuple-that/, (accessed 20 January 2016).

[9] Wikipedia, ‘Cloud seeding’, https://en.wikipedia.org/wiki/Cloud_seeding, (accessed 20 January 2016).

[10] เรื่องเดียวกับเชิงอรรถ 7

[11] Springer Link, ‘Environmental Chemistry Letters’, http://link.springer.com/journal/10311, (accessed 20 January 2016).

[12] Gizmodo, ‘Four Ideas to Fix Beijing's Smog Airpocalypse, And One That Will Work’, Kelsey Campbell-Dollaghan, 2015, http://gizmodo.com/four-ideas-to-fix-beijings-smog-airpocalypse-and-one-t-1679696538, (accessed 21 January 2016).

[13] Gizmodo, ‘Beijing Will Test This Giant Smog-Devouring Pollution Vacuum’, Adam Clark Estes, 22 October 2013, http://gizmodo.com/beijing-will-test-this-giant-smog-devouring-pollution-v-1450019111, (accessed 21 January 2016).

[14] The New York Time, ‘Turning Dust to Diamonds’, CHRISTOPHER F. SCHUETZE, 16 March 2014, http://www.nytimes.com/2014/03/17/fashion/Turning-Dust-to-Diamonds.html?_r=0, (accessed 21 January 2016).

[15] Gizmodo, ‘Beijing Will Test This Giant Smog-Devouring Pollution Vacuum’, Adam Clark Estes, 22 October 2013, http://gizmodo.com/beijing-will-test-this-giant-smog-devouring-pollution-v-1450019111, (accessed 21 January 2016).

[16] The Institute of Public and Environmental Affairs[IPC], ‘China Water Pollution Map’, http://www.ipe.org.cn/en/pollution/index.aspx, (accessed 22 January 2016).

[17] The New Yorker, ‘China Tries a New Tactic to Combat Pollution: Transparency’, CHRISTOPHER BEAM, 6 February 2015, http://www.newyorker.com/news/news-desk/china-tries-new-tactic-combat-pollution-transparency, (accessed 22 January 2016).

[18] New Scientist, ‘Smog-busting paint soaks up noxious gases’, Jenny Hogan, 4 February 2004, https://www.newscientist.com/article/dn4636-smog-busting-paint-soaks-up-noxious-gases/#.VLfZdmTF-PM, (accessed 22 January 2016).

[19] ChinaDaily, ‘Chinese Company Kaier claims to have developed air-purifying walls’, 21 January 2016, http://www.chinadaily.com.cn/business/2016-01/21/content_23180592.htm, (accessed 22 January 2016).

[20] Bloomberg, ‘China's Plan to Export Pollution’, Dexter Roberts, 27 November 2014, http://www.bloomberg.com/bw/articles/2014-11-27/chinas-pollution-solution-move-factories-abroad, (accessed 25 January 2016).

[21] เทศบาลเมืองปักกิ่ง, แผนปฏิบัติการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเมืองปักกิ่ง ปี 203-2017, แหล่งที่มา: http://zhengwu.beijing.gov.cn/gzdt/gggs/t1322955.htm, (19 มกราคม 2559). [ต้นฉบับภาษาจีน]

[22] Businessinsider, ‘China Is Finally Updating Its Air Pollution Laws’, Stian Reklev- Reuters, 23 December 2014, http://www.businessinsider.com/r-china-drafts-new-law-to-fight-air-pollution-xinhua-2014-12, (accessed 25 January 2016).

[23] Chinadaily, ‘Beijing to shut 2,500 small, polluting firms this year’, 9 January 2016, http://europe.chinadaily.com.cn/business/2016-01/09/content_23008155.htm, (accessed 25 January 2016).

[24] Wikipedia, ‘Pollution in China’, https://en.wikipedia.org/wiki/Pollution_in_China#Government.27s_response_to_the_air_pollution, (accessed 25 January 2016).

[25] South China Morning Post, ‘China pollution pledge: Beijing to cut 60pc of power sector emissions by 2020’, 3 December 2015, http://www.scmp.com/news/china/policies-politics/article/1886449/china-says-it-will-cut-60pc-emissions-power-generators, (accessed 25 January 2016).

[26] Chinadaily, ‘Hebei to ban heavily polluting fuel in cities’, 13 January 2016, http://usa.chinadaily.com.cn/china/2016-01/13/content_23075670.htm, (accessed 26 January 2016).

[27] U.S.News, ‘Smog Solutions’, Keith Crane, 17 January 2015, http://www.usnews.com/opinion/blogs/world-report/2015/01/17/china-can-fix-its-severe-pollution-problem, (accessed 19 January 2016).

[28] South China Morning Post, ‘The 40b yuan cost of new emission rule’, Anita Lam, 25 February 2013, http://www.scmp.com/business/china-business/article/1157722/40b-yuan-cost-new-emission-rule, (accessed 26 January 2016).

[29] Chinadaily, ‘Road pricing vs car ban to control air pollution’, 13 January 2016, http://europe.chinadaily.com.cn/business/2016-01/13/content_23058501.htm, (accessed 26 January 2016).

[30] Chinadaily, ‘Oil pricing to fight pollution’, 31 December 2015, http://europe.chinadaily.com.cn/opinion/2015-12/31/content_22877155.htm, (accessed 26 January 2016).

[31] U.S.News, ‘Smog Solutions’, Keith Crane, 17 January 2015, http://www.usnews.com/opinion/blogs/world-report/2015/01/17/china-can-fix-its-severe-pollution-problem, (accessed 19 January 2016).

[32] South China Morning Post, ‘Beijing's smog ignites rush for electric cars which are not barred from hitting the road on 'red alert' pollution days’, 10 December 2015, http://www.scmp.com/news/china/policies-politics/article/1889211/beijing-air-pollution-sparks-rush-interest-buying, (accessed 27 January 2016).

[33] South China Morning Post, ‘Protection, Beijing style: face masks outsell condoms as smog settles in Chinese capital’, Zhuang Pinghui, 09 December 2015, http://www.scmp.com/news/china/policies-politics/article/1889119/protection-beijing-style-face-masks-outsell-condoms, (accessed 27 January 2016).

[34] เรื่องเดียวกันกับเชิงอรรถ 33

[35] Chinadaily, ‘'Anti-smog' martial arts for pupils’, 12 December 2013, http://www.chinadaily.com.cn/photo/2013-12/12/content_17169611_2.htm, (accessed 27 January 2016).

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,853 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.