• 23 พฤษภาคม 2560 - 10:15 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

อ่านความหวังต่อร่างกม.สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผ่านสายตาเกรียงไกร ชีช่วง

 วันที่ 1 เมษายน 2559 - 13:58 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 710 ครั้ง พิมพ์

 

สัมภาษณ์: สุวนันท์ คีรีวรรณ นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยนเรศวร ภาพ : http://www.law.nu.ac.th/



เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมาภาคีองค์กรชนเผ่าพื้นเมืองได้ร่วมกันจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรณรงค์ประเด็น “การจัดการที่ดินและทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่นและชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย” ณ โรงแรมฮอลิเดย์การ์เด้นเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย สมาคมศูนย์รวมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท./IMPECT) มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม (IPF) เครือข่ายสตรีชนเผ่าแห่งประเทศไทย (IWNT) Asia Indigenous Peoples Pact (AIPP) มูลนิธิรักษ์ไทย (ภาคเหนือ) มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (กวส.)

ในเวทีสัมมนาดังกล่าวผู้ร่วมสัมมนาได้พูดคุยถึงประเด็นเกี่ยวกับ ความมั่นคงในการครอบครองที่ดิน ทรัพยากรอันเป็นต้นทุนสำคัญในการดำรงอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น การคุกคามสิทธิและผลกระทบจากนโยบายของรัฐฯ รวมถึงตัวบทกฎหมายของรัฐบาลที่ไม่มีส่วนที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เกิดแนวทางในการใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรของชุมชน

เกรียงไกร ชีช่วง หรือพี่ไก่ จากเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (กวส.) เขตงานตะนาวศรี และเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนสภาชนเผ่าพื้นเมือง ได้เล่าถึงปัญหาเรื่องสิทธิและการจัดการที่ดินในพื้นที่ของตนไว้ว่า ปัญหาหลักคือการที่ชาวเผ่าถูกละเมิดสิทธิ เช่น กรณีของแก่งกระจาน หมู่บ้านกะเหรี่ยงโป่งลึก - บางกลอย ที่ถูกเผาทำลายบ้านเพื่อให้พวกเขาย้ายลงมา หรือกรณีที่นายพอละจี รักจงเจริญ ผู้นำในการต่อสู้เคลื่อนไหวถูกอุ้มหายไป การถูกกำจัดสิทธิต่าง ๆ เช่นการรักษาพยาบาลและการเข้าถึงการศึกษากรณีเหล่านี้ต่างเป็นการละเมิดสิทธิของชนเผ่าที่เห็นได้ชัดเจน อีกทั้งกระบวนการในการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ผ่านมาไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและชนเผ่าอย่างแท้จริง

พพพี่ไก่ ขยายความว่า เหตุที่นโยบายจากภาครัฐไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ เป็นข้อมูลจากทางรัฐบาลฝ่ายเดียว ทางชนเผ่าไม่เคยมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลจากรัฐฯ รวมถึงนโยบายที่ออกมาแต่ละครั้งนั้น เป็นความคิดเห็นที่มาจากตัวแทนที่เป็นภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากกว่าตัวแทนจากชนเผ่าจริง ๆ ในจุดนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า รัฐมองเห็นความสำคัญของภาคเอกชนว่ามีมูลค่ามากกว่าคุณค่าทางจารีตประเพณีของชนเผ่าพื้นเมือง นอกจากนี้ยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าถึงนโยบายของรัฐอีกด้วย

“การคิดนโยบายตั้งแต่แรก เราก็ไม่ได้คิดร่วมด้วย ปัญหาคือพอไม่ได้คิดร่วมด้วยข้อมูลจากส่วนของเราก็ไม่มี ทีนี้รัฐจะแก้โดยใช้วิธีที่ว่า กำหนดมาวิธีเดียวแต่แก้ไขปัญหาทั่วประเทศ ซึ่งมันไม่ใช่เพราะเรารู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม คนใต้ก็มีบริบทคนใต้ คนเหนือก็มีบริบทของคนเหนือ ชนเผ่าฯ หรือกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ก็มีบริบทที่ต่างกัน มันจึงแก้ด้วยวิธีการเดียวไม่ได้” ส่วนข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหานั้น นายเกรียงไกร กล่าวว่า ภาครัฐไม่ควรที่จะรับข้อมูลจากภาครัฐเพียงด้านเดียว ควรที่จะมีพื้นที่ในการประสานงาน เจรจา หาทางออก สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างการยอมรับ และเข้าใจชนเผ่า ควรจะให้สิทธิเครือข่ายประเด็นเฉพาะ โดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมือง ให้ได้มีโครงสร้างของพวกเขาเอง อาจจะร่วมกับรัฐหรืออะไรก็ได้แต่อย่างน้อยให้กลุ่มคนเหล่านี้มีที่ยืน โดยเฉพาะกรณีของ พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง หากรองรับเป็นกฎหมายได้ แล้วพวกตัวแทนชนเผ่าจะมีส่วนช่วยภาครัฐมากยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้ถือเป็นแนวทางที่ดีในการเปิดเวทีเพื่อให้เป็นการสื่อสารไปยังสาธารณะ และให้รัฐมองให้ออกว่ามันมีอีกหลายวิธี หลายกระบวนการในการจัดการปัญหาเหล่านี้

ท้ายสุดเมื่อสอบถามถึง "ร่าง พ.ร.บ. สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย” พี่ไก่สะท้อนว่า “คนผลักดันก็เชื่อว่าเป็นไปได้ แต่มันก็ไม่ง่ายหรอก แต่ในความไม่ง่ายเราก็เห็นอุปสรรคเยอะ แต่เมื่อเราร่วมทำแล้วเราก็ต้องเดินต่อไป ส่วนจะได้ พ.ร.บ. ในแนวทางไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ยังไงพวกเราก็ทำกันเองอยู่แล้ว รัฐยังไม่มีทรัพยากรมาให้เรา เราก็ดูแล นี้แหล่ะที่เราช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐที่มันไม่ถึง เราพัฒนาศักยภาพคนของเราต่อไป”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง 

เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองตั้งเป้าปี 63 รัฐ-สังคมยอมรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพิ่มขึ้น 2 เท่า

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,997 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.