• 27 มิถุนายน 2560 - 02:12 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ศาลฎีกาเลื่อนอ่านพิพากษา คดีประวัติศาสตร์ 17 ปี โรงงานลำไยอบแห้งระเบิด

 วันที่ 20 เมษายน 2559 - 15:55 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 984 ครั้ง พิมพ์

 

ศาลออกหมายจับจำเลยคดีโรงงานลำไยอบแห้งระเบิด หลังเบี้ยวฟังคำพิพากษา นัดฟังอีกครั้ง 27 พ.ค.นี้



วันนี้ (20 เม.. 59) เมื่อเวลา 09:00 . ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ของนางนงนุช แก้ววังษี กับพวกรวม 17 คนเป็นโจทก์ร่วมฟ้องจำเลย บริษัท หงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด ในคดีโรงงานลำไยระเบิด ในวันที่ 19 กันยายน 2542นับเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปีหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่โรงงานลำไยอบแห้ง บริษัท หงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด ระเบิด ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งสาเหตุการระเบิดในครั้งนั้นคาดว่าเกิดจากการที่คนงานนำสารโปแตสเซียมคลอเรต (KCIO) ผสมกับสารอื่น ๆ ตามสูตรสารเร่งดอกลำไยของโรงงาน จนทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดเหตุระเบิด สร้างความเสียหายให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบในระยะรัศมีกว่า 1 กิโลเมตร

การระเบิดของโรงงานลำไยอบแห้งในครั้งนั้นสร้างความเสียหายรุนแรง มีผู้เสียชีวิตจำนวน 36 คนซึ่งเป็นคนงานในโรงงานแห่งนี้ บาดเจ็บสาหัส 2 คน ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงในรัศมี 1 กิโลเมตร ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน บ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายกว่า 570 หลังคาเรือน รวมทั้ง วัด โรงเรียน โรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายจากการระเบิด ยอดประเมินค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าแท้จริงแล้ว โรงงานแห่งนี้นอกจากจะประกอบการค้าลำไยตามที่จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ยังลักลอบขาย และทำสารเร่งลำไยที่มีสารหลักอย่างสารโปแตสเซียมคลอเรต (KCIO) ทั้งยังนำเข้าสารโปแตสเซียมจำนวนถึง 4 ตัน เอาไว้ในโรงงานอีกด้วย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาและดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย โดยอัยการส่งฟ้อง จำเลยที่ 1 บริษัทหงไทยเกษตรพัฒนา จำเลยที่ 2 นายประธาน ตรีฉัตร กรรมการผู้จัดการโรงงาน จำเลยที่ 3 นายเทิดพันธ์ ฉันทโรจน์ศิริ และจำเลยที่ 4 นายหลีหงเตียน หุ้นส่วนชาวไต้หวัน ศาลชั้นต้นตัดสินให้ผู้บริหารโรงงาน มีความผิดในข้อหาโยกย้ายยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 1 ปี และให้รอลงอาญา 2 ปี และสั่งปรับ 90,000 บาท ส่วนข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น ศาลยกฟ้อง

สำหรับการยื่นฟ้องเอาผิดในชั้นศาลอุทธรณ์นั้น มีคำพิพากษาในวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ศาลเห็นว่ามีความผิดในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ ข้อหาโยกย้ายยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ 1 คือ บริษัท หงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลศาลสั่งปรับเงิน 1.5 แสนบาท จำเลยที่ 2 นายประธาน ตรีฉัตร กรรมการผู้จัดการโรงงาน ถูกจำคุก 10 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 3 นายเทิดพันธ์ ฉันทโรจน์ศิริ ถูกจำคุก 10 ปี 2 เดือน และจำเลยที่ 4 นายลี หง เหวิน หลบหนีศาลจึงออกหมายจับ และเมื่อปี 2552 จำเลยที่ 1 – 3 ได้ยื่นฏีกา ในขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิพากษา

ส่วนชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายกว่า 570 ราย ฟ้องเรียกค่าเสียหาจากบริษัท หงไทยเกษตรพัฒนาจำนวนรวม 113 ล้านบาท ศาลชั้นต้นตัดสินให้ชาวบ้านชนะคดีไป แต่ทางบริษัทได้ยื่นอุทรณ์ต่อศาล ต่อมาศาลให้รอการพิจารณาคดีเพื่อฟังผลคดีอาญาให้สิ้นสุดก่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการพิจารณาคดีในวันนี้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 นายเทิดพันธ์ ฉันทโรจน์ศิริ ไม่มาฟังคำตัดสินโดยอ้างว่า ต้องเข้ารับการรักษาโรคริดสีดวงทวารในวันที่ 21 เมษายน 2559 และได้ขอให้ศาลเลื่อนการพิจารณาออกไปอีก 30 วันศาลจึงได้วินิจฉัยให้ออกหมายจับ จำเลยที่ 3 เพราะโรคริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคร้ายแรงทั้งยังไม่ได้มีการแจ้งว่าเข้าโรงพยาบาลไปแล้วหรือประการใด ซึ่งอาจจะเป็นการพยายามหลบหนีหรือการตั้งใจไม่มาฟังคำตัดสินคดี ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำตัดสินไปวันที่ 27 พฤษภาคม 2559.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,141 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.