• 21 สิงหาคม 2560 - 04:13 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ลำไย: จีนกับอำนาจทางการตลาด ซีรีย์ความเปลี่ยนแปลงจากสวนลำไย-ความเสี่ยงของใคร? ใครจัดการ

 วันที่ 27 เมษายน 2559 - 21:18 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,599 ครั้ง พิมพ์

 

ลำไย เป็นไม้ผลที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเนื่องจากมูลค่าการส่งออกหลายพันล้านบาท เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าไทยเป็นแหล่งผลิตลำไยรายหลักของโลก โดยพื้นที่ปลูกลำไยแหล่งใหญ่ของประเทศอยู่ทางภาคเหนือตอนบน บางสายพันธุ์ปลูกในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น บริเวณจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน จันทบุรี เชียงราย และพะเยา สำหรับในต่างประเทศก็พบการเพาะปลูกเชิงเศรษฐกิจในบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ประเทศไต้หวัน ประเทศออสเตรเลีย พม่า ลาว ฮ่องกง อินโดนีเซีย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา 

ข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร1 (อัพเดพ 28ธ.ค.2558) ระบุว่า ไทยมีพื้นที่ปลูกลำไยที่ให้ผลในปี 2559 รวมทั้งประเทศจำนวน 1,071,478 ไร่ มีผลผลิตในปี 2558 จำนวน 872,122 ตัน คาดการณ์ว่าในปี 2559 จะมีผลผลิตจำนวน 919,612 ตัน อย่างไรก็ตามด้วยผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์น้ำแล้งในหลายพื้นที่ ขณะที่หลายพื้นที่ลำไยในฤดูกำลังอยู่ในช่วงการติดดอก เตรียมออกผลผลิตตามฤดูในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ก็เริ่มมีภาพลำไยยืนต้นตายถูกเผยแพร่ทางเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าผลิตลำไยในปีนี้อาจมีคุณภาพด้อย หรือมีผลผลิตน้อยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นได้

สำหรับการส่งออก ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยความร่วมมือของศุลกากร ระบุว่า ในปี 2558 มีปริมาณการส่งออกรวมทั้งหมด 553,264,678 คิดเป็นมูลค่า 15,813,143,841 (ผู้สนใจสามารถดูตารางจำแนกการส่งออกเป็นรายเดือนได้ที่ http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.phpโดยตลาดส่งออกลำไยทั้งสดและอบแห้งแหล่งใหญ่ของไทยนั้น คือ ประเทศจีน เกือบทั้งหมดของผลผลิตถูกส่งออกไปที่นั่นมากกว่าการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าคนไทยบริโภคในรูปของลำไยสดไม่เกินร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด

ในด้านของมาตรการต่าง ๆ ของการส่งออก แม้ลำไยของไทยเป็นหนึ่งในผลไม้ของไทยที่ได้รับประโยชน์จากความตกลงจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน โดยจีนลดภาษีนำเข้าสินค้าลำไยสดสำหรับไทยจากร้อยละ 12และลำไยอบแห้งจากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 0 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 แต่ศุลกากรจีนเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้าลำไยทั้งสดและอบแห้ง (สินค้าเกษตร) ในอัตราร้อยละ13 และลำไยกระป๋อง (สินค้าอุตสาหกรรม) ร้อยละ17 โดยจีนเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจากสินค้าที่ผลิตในประเทศและสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ

นอกจากเรื่องภาษีแล้วลำไยสดเป็นผลไม้ที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนและจากจีนมาไทยหลายด้าน อาทิ ต้องเป็นลำไยจากสวนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และโรงคัดบรรจุผ่านมาตรฐานGMP จากกรมวิชาการเกษตร ลำไยต้องผ่านการตรวจสอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยมีค่าในเนื้อไม่เกิน 50 ppm. มันเป็นมาตรฐานและในมุมหนึ่งก็เป็นปราการด่านสำคัญที่ทำให้อำนาจกับหน่วยงานปลายทางที่จะตรวจสอบว่าเกินค่าที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาทางจีนก็ตรวจขันลำไยจากไทยอย่างเข้มงวด

นอกจากมาตรการทางการค้าแล้วลำไยไทยยังอยู่ภายใต้ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้ทุนจีนเข้ามาแทรกอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของลำไยเกือบครบทั้งวงจร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการรับซื้อ โรงงานแปรรูป โรงงานบรรจุ ธุรกิจส่งออก เหลือเพียงการเพาะปลูกเท่านั้นที่ยังเป็นของชาวสวนคนไทย รวมถึงพ่อค้าคนกลางที่คอยประสานแรงงาน และความช่ำชองชำนาญในการตีราคาลำไยในแต่ละสวน เพื่อเอาไปขายให้กับพ่อค้าคนจีนอีกทอดหนึ่ง ดังที่ปรากฏในรายงานหลายชิ้นก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของสภาพการเพาะปลูก การจ้างงาน การตลาด การแปรรูป ผลิตผลต่าง ๆ จากลำไย อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเด็นการถือครองอำนาจนำทางการตลาดของจีน แต่จากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่การปลูกลำไยของประเทศไทย ของทีมประชาธรรมในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนที่ผ่านมา พบว่ากับความเปล่ียนแปลงหลายแง่มุมที่น่าสนใจที่จะทำความใจลำไยมากกว่าอะไร ๆ ก็โทษคนจีน ทุนจีน จึงเชิญชวนติดตามซีรีย์ลำไยงานเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้.

 

 

 

อ้างอิง

อุปสรรคในการส่งออกลำไยไปจีน http://www.dtn.go.th/index.php/เอกสาร/เอกสารเผยแพร่-บทความ-บทวิเคราะห์/item/อุปสรรคในการส่งออกลำไยไปจีน.html

1ดูเพิ่มเติมที่ http://www.longancenter.mju.ac.th/main/assets/files/report-longan/report-longan2014-2016.pdf

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พ่อค้าลำไย กับนักลงทุนกระเป๋าหิ้วจากจีน

แรงงานเก็บลำไยในวันที่ล้งจีนเบ่งบาน : การจ้าง-สร้าง(เครือข่าย)-ต่อรอง ระหว่างแรงงานกับนายจ้าง

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,391 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.