• 23 มีนาคม 2560 - 15:07 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือผนึกกำลัง 15 องค์กร ยื่นข้อเสนอรัฐ แก้กม.คุ้มครองสิทธิ-ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

 วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 - 17:24 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 568 ครั้ง พิมพ์

 

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ 15 องค์กร ยื่นข้อเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาท ต่อวันทั่วประเทศ  เสนอปรับแก้กฎหมายให้คุ้มครองสิทธิแรงงานมากยิ่งขึ้น อาทิ แรงงานข้ามสามารถจัดตั้งสหภาพฯได้  ทำงานได้ทุกอาชีพ เดินทางได้อย่างเสรี ฯลฯ

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ 15 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์  มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา  มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (EMPOWER)  มูลนิธิ MPLUS เครือข่ายปฏิบัติการผู้หญิงไทยใหญ่ (SWAN)  กลุ่มพลังเยาวชนไทใหญ่ (SYP)  สหพันธ์คนงานข้ามชาติ  กลุ่มแรงงานสามัคคี  สมาคมส่งเสริมสิทธิแรงงาน  สหภาพแรงงานอุตสากรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์  สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์  เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ  กลุ่มคนรับงานมาทำที่บ้าน  ละครชุมชน “กั๊บไฟ” เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ ได้จัดแถลงข่าวเสนอต่อรัฐบาล เนื่องในวันกรรมกรสากลปี 2016 ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนยื่นข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลผ่านสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

โดยข้อเรียกร้องได้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หนึ่ง ข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแรงงานประจำจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ นักวิชาการ นักกฎหมายที่สนใจด้านแรงงาน และสหภาพแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของคนงาน และการเข้าถึงสิทธิด้านแรงงานของคนงาน

สอง ข้อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทาง

และสาม ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ซึ่งมี 7 ข้อ ได้แก่ 1 . ขอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทจัดหางาน เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานผิดประเภทของแรงงาน โดยบริษัทจัดหางานนำคนงานไปทำงานไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาการจ้างงาน เป็นเหตุให้คนงานข้ามชาติกลายเป็นผู้ทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551

2.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนแรงงานและออกใบอนุญาตทำงาน ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนต้องใช้เอกสารจำนวนมากและมีหลายขั้นตอน เสียค่าใช้จ่ายสูง

3.ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน

4.ขอให้รัฐบาลปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาทต่อวัน ทั่วประเทศ

5.ขอให้รัฐบาลกำหนดให้พนักงานบริการเป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ

6.ขอให้แก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้คนงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และขยายอายุคนทำงานจนถึง 60 ปี

7.ขอให้มีการแก้กฎกระทรวงที่ยกเว้นกลุ่มอาชีพบางกลุ่มที่ไม่ให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ให้แรงงานทุกคนทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในกองทุนชราภาพ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกที่จะรับเป็น บำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ โดยไม่กำหนดอายุของผู้ประกันตน


“ พวกเรารวมตัวกันในฯฐานะองค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และตัวแทนคนงานในพื้นที่ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานภายในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่ายังมีปัญหา การละเมิดสิทธิแรงงาน ได้แก่ การจัดตั้งสหภาพแรงงานของคนงานในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้ง ไม่สามารถขยายสหภาพแรงงานให้เพิ่มขึ้นและขาดความเข้มแข็ง รวมถึงไม่ได้มีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคีชุดต่างๆ”

“แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด แรงงานข้ามชาติยังไม่ได้รับสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลา ต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด” 

“ปัญหาด้านสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน ยังพบว่าเอกสารข้อแนะนำ วิธีการใช้และเก็บรักษาอุปกรณ์การทำงานและสารเคมีอันตราย การป้องกันและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาของคนงาน ไม่มีการอบรมชี้แจงถึงข้อควรระวังของการใช้สารเคมีต่างๆ ให้กับคนงานได้มีความรู้และเข้าใจก่อนนำไปใช้ การเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากนายจ้างไม่ได้นำลูกจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม และบางส่วนมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น การใช้สิทธิเบิกเงินสงเคราะห์บุตร ที่มีเงื่อนไขต้องให้ข้าราชการ ซี 3 รับรองทุกปี และกรณีรับเงินชราภาพ ที่ยังไม่มีมาตรการชัดเจนในการรับสิทธิ นอกจากนี้ ยังพบว่าแรงงานข้ามชาติถูกจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการเดินทาง และถูกเรียกรับผลประโยชน์” ไหม จากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ กล่าว

เธอ กล่าวอีกว่า กลุ่มตนเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะตอนนี้แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้เงินตามค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเฉพาะผู้หญิง บางคนได้แค่ 250 บาท บางคนรับเป็นรายเดือนได้แค่ 7,000 บาท ไม่พอใช้จ่าย  ประกอบกับกลุ่มตนห็นข่าวแรงงานกรุงเทพเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาท แม้เราจะอยู่เชียงใหม่ แต่เมื่อดูควบคู่กับรายจ่ายของแรงงานในงานวิจัยที่ Map ได้ทำ ด้วยค่าแรงขั้นต่ำในอัตรานั้น เราเห็นว่ามีความเหมาะสมและทำให้เราอยู่ได้

“แรงงานข้ามชาติ ก็มีรายจ่ายที่ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ต้องเสียค่าเช่าห้อง ค่ารถ ค่าประกันสังคม ฯลฯ อีกมากมาย จึงอยากสนับสนุนข้อเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาท  และอยากให้รัฐบาลกำหนดอัตราเดียวกันทั่วประเทศ”

ส่วนข้อเรียกร้องการแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ ให้เดินทางได้เสรีนั้น จะช่วยให้เราสามารถไปเยี่ยมญาติ หรือไปศึกษาดูงานที่อื่นได้สะดวกและไม่เสียเวลา ตอนนี้แค่ตนจะเดินทางไปอ.ฝางแบบไปวันเดียวกลับ ยังเดินทางไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ขออนุญาติ ถ้าเราไปขอใบอนุญาต ก็มีขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยากยาวนาน ใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน และไม่สามารถเดินทางได้เลยต้องรออีกวันหนึ่ง บางวันเราไปที่อำเภอ เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ เราก็ต้องเสียเวลาทำงานไปหนึ่งวัน ซึ่งส่วนมากพวกตนได้ค่าจ้างเป็นรายวัน จะทำให้เสียรายได้ตรงนี้ไป

“เราอยากจะไปแค่เยี่ยมญาติหรือไปเที่ยวบางที่แบบไปกลับ เราก็สามารถทำได้เลย สะดวกต่อเรา เพราะเราก็ไม่ได้เดินทางไปทำอะไรไม่ดี เราก็ควรได้สิทธิตรงนี้”

ไหม กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสิทธิข้อเรียกร้องอื่นๆที่เสนอไป ก็จะไม่ต่างจากทุกๆปี  ที่เรียกร้องทุกปี ก็เพราะว่าพวกตนยังไม่ได้รับการตอบรับข้อเสนอ อย่างเช่น เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หรือสัญญา ILO ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรอง ซึ่งหากปีนี้ไม่ได้ เราก็คงต้องเรียกร้องในปีต่อๆไป

หลังจากแถลงข่าว เครือข่ายแรงงานภาคเหนือกว่า 100 คนได้เคลื่อนขบวนไปยังหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อสำนักงานจังหวัด โดยมีการทำป้ายเรียกร้องการเข้าถึงสิทธิ รวมถึงการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นอกจากนี้ยังมีการแสดงละครสะท้อนปัญหาแรงงาน (ชมบรรยากาศในคลิปวีดีโอท้ายบทความ)

ด้านสำนักงานจังหวัด ได้ส่งนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มารับข้อเสนอของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ นายกฤษณ์ได้รับเรื่องและกล่าวทักทายกลุ่มแรงงานฯ ก่อนออกไปปฏิบัติราชการต่อ.

 


 

คลิปบรรยากาศการยื่นข้อเรียกร้องและแสดงละครสะท้อนปัญหาแรงงานหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ (2/5/59)

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,734 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.