• 27 มิถุนายน 2560 - 00:23 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สกน.รวมตัวให้กำลังใจ 7 นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินลำพูน ย้ำคุกแก้ปัญหาให้คนจนไม่ได้

 วันที่ 11 มิถุนายน 2559 - 08:52 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,467 ครั้ง พิมพ์

 

สกน. เคลื่อน “คุก ตะราง ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของคนจนฯ” เร่งรัดคก.นำร่องธนาคารที่ดินและพ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร



วานนี้ (10 มิถุนายน 2559) สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) นำโดย นายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ร่วมด้วยขบวนเกษตรกรรายย่อยภาคเหนือประมาณ 150 คน เดินทางมาเยี่ยมนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินของจังหวัดลำพูน นายสุแก้ว ฟุงฟู และชาวบ้านบ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ที่ถูกตัดสินจำคุกข้อหาบุกรุกที่ดินเอกชน (ที่ดินกรณีพิพาทอันเนื่องจากการออกโฉนดทับซ้อนที่ทำกินเดิมของชาวบ้าน) ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ณ เรือนจำลำพูน โดยได้มีการอ่านแถลงการณ์หลังการเข้าเยี่ยม แสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาเกษตรกรล่าช้าจนทำให้ต้องมีการตัดสินคดีความทั้งที่โจทย์ได้ยอมไกล่เกลี่ยและหาทางออกร่วมกันแล้ว

สืบเนื่องจากการที่ได้มีการตัดสินคดีความกรณีพิพาทปัญหาที่ดินทำกินระหว่างชาวบ้านและนายทุน บ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 อันมีผลทำให้ชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ได้แก่ 1.นายสุแก้ว ฟุงฟู 2.นายพิภพ หารุคำจา 3.นายสองเมือง โปยาพันธ์ (อายุ 71 ปี อายุมากที่สุดในกลุ่ม) 4.นายวัลลภ ยาวิระ 5.นายวัลลภ ไววา 6.นางคำ ซางเลง 7.นางบัวไร ซางเลง ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา โดยก่อนหน้านี้ทนายความของจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาเนื่องจากโจทก์ยอมไกล่เกลี่ย แต่ศาลยกคำร้อง มีผลทำให้นักต่อสู้ทั้ง 7 คน เดินเข้าเรือนจำในวันนั้น สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจึงได้เดินทางมาเยี่ยม โดยมีการเขียนข้อความให้กำลังใจ และวาดรูปหัวใจให้กับนักต่อสู้ทั้ง 7 คน นอกจากนี้ยังได้ตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ต้องขังทั้งหมด

นายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าของรัฐบาล ซึ่งได้มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านบ้านแพะใต้ อันเป็นหนึ่งในห้าของพื้นที่นำร่องโครงการธนาคารที่ดินมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ผ่านมานานจนถึง 5 ปี การดำเนินการไม่มีความคืบหน้าจนนำไปสู่การตัดสินคดีความและทำให้ชาวบ้านที่ลุกขึ้นสู้เพื่อความเป็นธรรมกลับต้องเข้าคุก

“เมื่อปี 2554 ครม. อนุมัติพื้นที่นำร่องแก้ไขปัญหาที่ดินโดยโครงการธนาคารที่ดิน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 ภายใต้นโยบายกองทุนธนาคารที่ดิน เป็นเงินประมาณ 167 ล้านบาท โดยมีพื้นที่นำร่องทั้งหมด 5 หมู่บ้าน ซึ่งบ้านแพะใต้ คือหนึ่งในพื้นที่นำร่องครั้งนี้ แต่แล้วการดำเนินการที่ล่าช้าก็ทำให้ธนาคารที่ดินไม่เกิด เงินที่อนุมัติไปแล้วแต่ก็อยู่ในอากาศไม่มาถึงมือเกษตรกรสักที จึงทำให้การต่อสู้ของชาวบ้านบ้านแพะใต้ที่ยาวนานมาถึง 18 ปี ต้องจบลงด้วยการเดินเข้าคุก ทั้งที่พื้นที่ทำกินผืนที่เป็นปัญหาพิพาทนี้ก็เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ที่น่ากังขา การเข้าคุกของพี่น้องที่ต่อสู้อย่างสันติตลอด จึงนับเป็นความเจ็บปวดของเกษตรกรผู้ยากไร้ทุกคน วันนี้จึงได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจพวกเขา และอยากบอกสังคมและรัฐบาลว่า คุก ตะราง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาคนจนหรือเกษตรกรรายย่อยได้”

ทั้งนี้ เนื้อหาของแถลงการณ์ของ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) หลังการเข้าเยี่ยมนักต่อสู้ทั้ง 7 คน มีข้อเสนอสำคัญ 2 ข้อคือ

หนึ่ง ขอให้เร่งรัด “โฉนดชุมชน” โดยการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็ว และสอง เร่งรัดการดำเนินงาน “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน” ในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ของจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่

ขณะที่ทีมทนายความของนายสุแก้ว ฟุงฟู และชาวบ้านอีก 6 คนที่ถูกจำคุกในครั้งนี้ ได้แจ้งว่ากำลังจะดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ทั้งหมด.

ย้อนรอยความเป็นมาของคดีที่ดินบ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นคดีที่ว่าด้วยการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ โดยเดิมทีที่ดินที่เป็นกรณีพิพาทนี้เป็นที่ดินสาธารณะของชาวบ้านโดยบรรพบุรุษได้ใช้เพาะปลูก ทำมาหากินร่วมกัน ไม่มีการจับจองเป็นของคนใดคนหนึ่ง กระทั่งรัฐบาลมีนโยบายจัดสรรที่ดินผืนใหญ่ในปี 2509 ชาวบ้านได้ยื่นความจำนงและบางส่วนได้รับใบจองมา แต่แล้วกลับมีการเรียกใบจองคืนโดยอ้างเหตุว่ามีการออกใบจองผิดพลาดและแจ้งว่าจะมีการจัดสรรใหม่

ต่อมา ปี 2533 จึงมีการสำรวจและออกโฉนดที่ดิน ซึ่งปรากฎว่าเอกสารสิทธิ์ส่วนใหญ่กลับไปอยู่ในมือเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มทุนหรือบริษัทต่างๆ จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินของชาวบ้านจึงกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุน แต่ได้ปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์  ในที่สุดปี 2540 ชาวบ้านบ้านแพะใต้จำนวน 99 ครอบครัวจึงลุกขึ้นปฏิรูปที่ดิน โดยได้เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อทำกิน อาทิ ทำสวนลำไย สวนมะม่วง หรือพืชเกษตรอื่นๆ จนนำมาสู่การฟ้องร้องจากนายทุนในปี 2546  กล่าวหาว่ามีการบุกรุกที่ดินโดยฟ้องจำเลย 10 คน (3 คน ได้เสียชีวิตระหว่างการฟ้องร้อง) คดีฟ้องร้องมีความยืดเยื้อยาวนานถึง 18 ปีเต็ม ก่อนที่ศาลฎีกาจะเปิดอ่านคำพิพากษาส่งผลให้ชาวบ้านที่ต่อสู้ทั้ง 7 คนถูกจำคุกประมาณ 1 ปี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้เฒ่าวัย 71 ปี

อนึ่ง หลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายปัญหาที่ดินทำกินได้พยายามผลักดันแนวทางในการจัดการปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรที่ประสบปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับภาครัฐและเอกชน โดยได้เสนอแนวทางการออกโฉนดชุมชน (กรณีที่ทำกินทับซ้อนที่ดินรัฐ)   เพื่อให้เป็นโฉนดของชุมชน ให้โอกาสคนจนได้มีที่ทำกิน ไม่มีการขายต่อ และไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง และผลักดันให้เกิด สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่ทำกินของคนจนทับซ้อนกับที่ดินเอกชน โดยธนาคารจะเจรจาขอซื้อที่ดินจากภาคเอกชนและให้ชาวบ้านมาผ่อนจ่ายกับทางธนาคาร ซึ่งการเกิดขึ้นของธนาคารที่ดิน ทำให้เจ้าของที่ดินเอกชนที่มีการพิพาทกับชาวบ้านหลายรายยินยอม จึงได้มีการเสนอพื้นที่นำร่อง 5 หมู่บ้านในภาคเหนือ  ซึ่งบ้านแพะใต้คือหนึ่งในพื้นที่นำร่องครั้งนี้ โดยครม. ได้อนุมัติวงเงินจำนวน 167 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 แต่ว่าไม่มีการดำเนินการในทางปฏิบัติ

กระทั่งเดือนตุลาคม 2558 สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ได้เกิดขึ้น แต่ก็ช้าเกินไปที่จะช่วยให้คดีพิพาทบ้านแพะใต้ลงเอยด้วยดี แต่ก็ยังไม่สายสำหรับอีกหลายคดีของชาวบ้านในพื้นที่นำร่องที่เหลืออีก 4 พื้นที่ ซึ่งล้วนมีปัญหาถูกฟ้องร้องในลักษณะคล้ายคลึงกันกับบ้านแพะใต้ นั่นคือ ปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านทับซ้อนที่ของนายทุน  โดยสาเหตุการออกเอกสารสิทธิ์นั้นสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสืบค้นถึงการออกว่าโดยชอบหรือไม่

สำหรับพื้นที่นำร่องในโครงการธนาคารที่ดิน 5 พื้นที่ได้แก่ 1) บ้านไร่ดง หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 2) บ้านแม่อาว หมู่ที่ 3 ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 3) บ้านแพะใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน 4) บ้านท่ากอม่วง หมู่ที่ 3 ตำบลหนองปลาสวาย อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน 5) บ้านโป่ง หมู่ที่ 2 ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,138 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.