• 25 พฤษภาคม 2560 - 21:08 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

100 วัน สวิง ตันอุด เดินตาม เดินต่อ สืบสานปณิธานจังหวัดจัดการตนเอง

 วันที่ 18 มิถุนายน 2559 - 15:31 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 508 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 18 มิ.ย. 2559 ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม พลเมืองเชียงใหม่ ร่วมจัดงานรำลึก 100 วันสวิง ตันอุด ณ วัดโลกโมฬี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยมีกิจกรรมเดินรณรงค์รอบคูเมืองเชียงใหม่เพื่อระลึกถึงการเดินรณรงค์ 120 วันร่วมสร้างสรรค์เชียงใหม่มหานคร ตามด้วยพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศบุญกุศล และกิจกรรมอีกมายมายรวมถึงการเสวนาในช่วงท้าย เพื่อพูดคุยถึงหลักคิด ประสบการณ์ของพื้นที่ งานประเด็นต่าง ๆ ที่นำหลักคิดการจัดการตนเองไปใช้ผลักดัน ทั้งสภาองค์กรชุมชน สภาพลเมือง เครือข่ายองค์กรชุมชน

นายสามารถ พุทธา เครือข่ายองค์กรชุมชน จ.ลำปาง กล่าวว่า ที่ผ่านกลไกการพัฒนาต่าง ๆ เราเน้นมักที่หน่วยงานท้องถิ่น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านชุมชนมีอยู่มากมาย ซึ่งทั้งท้องถิ่นเองก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ ในขณะที่หลังจากมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตั้งแต่ปี 2551 ทำให้เกิดช่องทางใหม่ ยกตัวอย่าง จ.ลำปางใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการพูดคุยปัญหาในชุมชน และสร้างเวทีในพูดคุยกับหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชนใน จ.ลำปาง หลักการสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้คนทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน อยู่ในฐานะที่ยอมรับกันได้ เพราะหน่วยงานรัฐและท้องถิ่นมักตั้งคำถามเสมอว่ามีสถานะทางกฎหมาย มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่

เครือข่ายองค์กรชุมชน จ.ลำปาง จึงใช้ช่องทางมาตรา 27 ของกฎหมายสภาองค์กรชุมชนในการยื่นแผนการพัฒนาให้แก่จังหวัด ทำให้ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบล แห่งละ 2 คน กลายเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัดโดยปริยาย

“พลังของการรวมตัวมันสะท้อนจากการจัดการตนเอง เช่น การออมสวัสดิการวันละบาท มันทำให้ชุมชนสามารถจัดการทรัพยากรของชุมชนในการพัฒนาตนเองได้”นายสามารถ กล่าวสรุป

นายศักดิ์ดา แสนมี่ กล่าวถึงสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยว่า การผลักดันแนวคิดเรื่องการ เชียงใหม่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการรวมตัว กรณีอ.กัลยาณิวัฒนา ก็มีการผลักดันให้มีการก่อสร้างอาคาร สถานที่ราชการสอดคล้องกับวิถีของท้องถิ่น และการพูดคุยเรื่องการจัดการตนเองในหลายระดับ จนนำไปสู่การยกร่างสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ขณะนี้ตัวร่างก็อยู่ที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.)

“ไม่ว่ากฎหมายจะคืบหน้าต่อไปอย่างไร มันก็เป็นเครื่องมือในการร่างกฎหมาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ พูดคุยในการจัดการตนเอง สร้างการประสานความร่วมมือระหว่างภาคีต่าง ๆ เกิดเวทีที่สมาชิกสภา เป็นตัวเข้าไปเติมเต็มการพัฒนาที่ยังไปไม่ถึง”

ด้านนายเดโช ไชยทัพ ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) กล่าวว่า สำหรับงานด้านทรัพยากรหากวิเคราะห์ให้ชัด พบว่าฐานคิดของการจัดการทรัพยากร กลไกของหน่วยราชการก็เอาไม่อยู่ ขณะเดียวกันสังคมต้องการให้มีการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่หน่วยงานรัฐก็มีงบประมาณและกำลังคนไม่เพียงพอที่จะจัดการได้ เครือข่ายทรัพยากรขับเคลื่อนโดยใช้แนวคิดเรื่องการจัดการตนเองในระดับจังหวัด เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าแผนการพัฒนาเป็นอย่างไร ตั้งเป้าว่าภายในสองปีคาดว่าจะทำแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนได้ครึ่งหนึ่ง

“ส่วนข้อจำกัดด้านนโยบายก็เป็นเรื่องที่จะขับเคลื่อนไปด้วยกัน และเปลี่ยนความคิดในการทำงานที่เชื่อมโยงกับทุกส่วน รวมถึงผู้ประกอบการมาพูดคุยกัน ไม่ใช่ว่ามีแต่ชาวบ้าน โดยมียุทธศาสตร์จังหวัดเป็นพื้นที่รองรับ”

นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล ตัวแทนสภาพลเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2555 โดยการขับเคลื่อนของพี่สวิง ตันอุด และนักวิชาการ ภาคประชาสังคมใน จ.เชียงใหม่ เพราะเกิดจากการทบทวนว่าปัญหาและวิเคราะห์พบว่าเราเหมือนไก่ที่ถูกต้อนเข้ามาอยู่ในสุ่ม สิ่งที่ชาวบ้านเคยทำทั้งหมดกลายเป็นของเถื่อนทั้งหมด เช่น หมอเมือง แต่ที่ถูกกลับเป็นส่วนราชการ หมายความว่าหน้าที่ของชาวบ้านกลายเป็นเรื่องของราชการซึ่งการตัดสินใจอยู่ที่กรุงเทพ รวมถึงโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ก็มาจากคนไม่กี่คนซึ่งตัดสินใจที่กรุงเทพ ทั้งหมดจึงต้องหงายสุ่ม เพื่อให้ประชาชน-พลเมืองมีสิทธิมีเสียง และเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนได้มาใช้สิทธิใช้เสียง

ประเด็นรูปธรรมของเชียงใหม่ คือ การเสนอรูปแบบการบริหารปกครอง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภาท้องถิ่น ระบบตัวแทน และพัฒนาสภาพลเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ประชาธิปไตยที่ และผลักดันเรื่องขนส่งสาธารณะ และขยายไปที่เรื่องการปฏิรูปการศึกษา การเกษตร

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าเรื่องที่อยู่ในสภาพลเมืองแล้วมันจะเปลี่ยนแปลงได้โดยตัวของมันเอง แต่มันคือการเปิดเรื่องดังกล่าวในที่สาธารณะ เพื่อให้คนที่ตื่นตัวต่าง ๆ เข้ามาร่วม

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการจัดงานยังมีการกล่าวแบ่งปันความรู้สึก ประสบการณ์ และแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการทำงานภายใต้แนวคิดการจัดการตนเองร่วมกับพี่สวิง ตันอุด โดยนายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายชัชวาล ทองดีเลิศ อ.ชำนาญ จันทร์เรือง นายบัณรส บัวคลี่อีกด้วย.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,003 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.