• 21 สิงหาคม 2560 - 04:14 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เวทีชาติพันธุ์เสวนาระบุร่างรธน.ฉบับลงประชามติเพิ่มอำนาจรัฐลดอำนาจชนพื้นเมือง

 วันที่ 1 สิงหาคม 2559 - 21:45 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,288 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 5 วันก่อนวันลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (2 ส.ค.59) ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีเพาะปัญญา ชาติพันธุ์สัมพันธ์และการพัฒนา “ชาติพันธุ์สนทนา ร่างรัฐ



วันนี้ 5 วันก่อนวันลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ (2 ส.ค.59) ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีเพาะปัญญา ชาติพันธุ์สัมพันธ์และการพัฒนา “ชาติพันธุ์สนทนา ร่างรัฐธรรมนูญ 2559”

พฤ โอโดเชา คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ กล่าวว่า ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ 2540 เป็นครั้งแรกที่กลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้าร่วมเวทีการพูดคุย เพื่อนำเสนอต่าง ๆ จนได้ร่างรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับข้อเสนอของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ต่อมาถึงปี 2550 ก็ตั้งคำถามเช่นเดิมว่าสิทธิของชุมชน กลุ่มชนเผ่ายังมีอยู่หรือไม่ ซึ่งก็ได้รับรองว่ายังมี แต่การดำเนินการต่าง ๆ ตามบทบัญญัติ กลับติดที่หน่วยงานราชการ เมื่อเกิดปัญหาสิทธิ์ด้านใด ๆ ก็จะใช้กลไกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 2559 และการลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมนั้น พฤ ระบุว่า ตนก็เพิ่งทราบไม่นาน เมื่อพิจารณาว่ามีสิทธิชุมชนหรือการคุ้มครอง พบว่าอยู่ในมาตรา 70 ในหมวด 6 เป็นเพียงแค่แนวนโยบาย เป็นสิ่งที่ไม่ได้กำหนดให้รัฐต้องทำเหมือนหมวด 5 (นโยบายแห่งรัฐ)

 

มาตรา 70 รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธ์ุต่าง ๆ ให้มีสิทธิดารงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจ ได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ท้ังน้ี เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย

 

“สิ่งที่กังวล คือข้อความ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับการตีความ ยกตัวอย่าง กรณีการไร่บนดอยจะเป็นปัญหามีประเด็นเรื่องหมอกควันจะตีความว่าเป็นกิจกรรมที่กระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่ หรือหากมาชุมนุมที่ศาลากลางจะกระทบกับความสงบหรือเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นประเด็นสำคัญ คือ ไม่มีกระบวนการสร้างความเข้าใจถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญกับกลุ่มชาติพันธุ์ วันที่ 7 ส.ค.นี้ กลุ่มชาติพันธุ์ 99 เปอร์เซ็นต์จะไปด้วยใจที่ว่างเปล่า ส่วนอีก 1% ได้รับฟังจากทีวี ซึ่งก็เป็นข้อมูลด้านเดียวที่ไม่เปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์” คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ กล่าวสรุป

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2543-2549 กล่าวว่า จากประสบการณ์ของการเป็นวุฒิสมาชิก แม้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่บอกว่าให้อำนาจประชาชน ส.ว.ยังพบว่าไม่มีอำนาจที่จะปกป้องการละเมิดสิทธิประชาชน สองปีแรกประชาชนถูกละเมิดสิทธิ์เสียชีวิตไปกว่า 2,000 คน สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ต้องเพิ่มอำนาจของประชาชนมากกว่านี้ แต่ที่ยกร่างมากลับลดลง ยิ่งไปกว่านั้นประชาชนต้องพึ่งพิงกับอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง

“สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ คือ ความจริงซึ่งคนไทยมีการละเมิดสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์มากที่สุด ผมไม่มีอะไรจะพูดมากกว่าแสดงความเสียใจว่า เรามาถึงวันนี้ได้อย่างไร”

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตว่า จากประสบการณ์ของการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งได้แจกแจงว่าอะไรเป็นสิทธิในด้านต่าง ๆ เมื่อพบว่ามีปัญหาขึ้น ประชาชนก็สามารถใช้สิทธิฟ้องศาล นั่นคือประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิ กรณีรัฐธรรมนูญ 2550 รัฐธรรมนูญการระบุถึงสิทธิชุมชนใน 3 ลักษณะ ทั้งชุมชน ชุนชนท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม (กลุ่มชาติพันธุ์) ซึ่งก้าวหน้ามาก แต่ร่างนี้เขียนเป็นหน้าที่ของรัฐ และไม่ได้เขียนลงในรายละเอียดว่าเป็นสิทธิอะไรบ้าง ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ประชาชนจึงแค่มีส่วนร่วม นั่นคือเอารัฐเป็นศูนย์กลาง แล้วประชาชนเป็นเพียงองค์ประกอบ และจะเป็นปัญหาได้หากประชาชนจะไปใช้สิทธิฟ้องร้องหากถูกละเมิด นอกจากนี้รธน.ยังเขียนไว้ว่าต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย

นอกจากนั้นส่วนที่บทบัญญัติเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 หรือ รัฐธรรมนูญ 2550 สิ่งที่เขียนไว้ เป็นคำว่า “ต้อง” แต่ร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ใช้คำว่า “พึง” และไม่ได้เขียนกำกับให้สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อไม่ได้เขียนไว้ละเอียดก็จะทำให้ปัญหาในการตีความกฎหมายได้

“อย่าลืมว่ากลุ่มชาติพันธุ์หลายหมื่นหลายแสนยังไม่ได้รับสัญชาติ แล้วคนที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ หรือการต่อสู้เพื่อให้ได้สัญชาติ อย่างเด็กชายหม่อง ข้าราชการแห่งรัฐที่ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิ รธน.50 เขียนไว้ใน 25-27 เขียนไว้ให้เป็นสิทธิ แต่ข้าราชการต้องถือกฎหมายประจำหน่วยงานเป็นใหญ่ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เพราะข้าราชการขึ้นอยู่กับเจ้านาย นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไขในเชิงวัฒนธรรม”

นพ.นิรันดร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิทธิชุมชนต้องยกระดับเป็นสิทธิการพัฒนา หรือสิทธิสิ่งแวดล้อม เพราะโลกไม่ได้อยู่ติดที่ติดชุมชนแบบเดิม เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าไทยปกครองด้วยกฎหมาย เหมือนที่เรียกกันว่า นิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งต้องเป็นนิติรัฐ-นิติธรรมที่พิทักษ์สิทธิมนุษยชน ส่วนการลงเสียงประชามติ ถือเป็นสิทธิมีการส่วนร่วมของประชาชนทางตรง เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาธิปไตยแบบตัวแทนผ่านการเลือกตั้งสส.และสว. ประชามติวันที่ 7 จึงมีความสำคัญอย่างมากยิ่งกว่าเลือกตั้งเสียอีก เพราะเป็นการแสดงเจตจำนงและให้ความชอบธรรมว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชนผ่านการแสดงออกว่ารับหรือไม่รับ อย่าไปติดกับประเด็นทางการเมืองของการแบ่งข้าง”

รศ. ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงหรือกำลังใจในการพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราน่าจะปฏิเสธตั้งแต่ต้นแล้วเปิดวงคุยถึงรัฐธรรมนูญที่เราต้องการมากกว่า อย่างไรท้ายที่สุดเราก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับร่างฉบับนี้เพื่อให้การศึกษาซึ่งกันและกัน

สุมิตรชัย หัตถสาร ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น กล่าวว่า ประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในแม้จะมีการเขียนไว้ในมาตรา 4 ซึ่งผูกโยงกับมาตรา 26 และมาตรา 28 แต่เมื่อบทบัญญัติทั้งสองมาตรากลับหายไป หมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้ให้หลักประกันใด ๆ หรือขาดความเชื่อมโยงกับสิทธิมนุษยชนสากล เช่น อนุสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี 7 ฉบับในปัจจุบันและอีกหลายฉบับในอนาคต อาจไม่มีภาระผูกพันกับรัฐ และรัฐบาล และยังสร้างเงื่อนไขใหม่ อย่างการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ซึ่งแตกต่างกับที่รัฐธรรมนูญ 2550 เคยระบุไว้มาตรา 82

ชำนาญ จันทร์เรือง อาจารย์พิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำสำหรับการทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญในระยะเวลาสั้น ๆ โดยพิจารณาจากคำปรารภ preamble ซึ่งรธน.40 เพิ่มอำนาจประชาชน รธน. 50 เพิ่มอำนาจชุมชน ส่วนร่างรธน. 59 คือ เพิ่มอำนาจรัฐลดอำนาจประชาชน  

ประเด็นที่อยากนำเสนอเพิ่มเติม คือ มาตรา 25 สิทธิของปวงชนชาวไทย มีข้อความระบุว่า การใดท่ีมิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือ ในกฎหมายอื่น นั่นหมายความว่า กฎหมายอื่นใหญ่กว่ารัฐธรรม ทั้ง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ เขียนกำกับการจำกัดของสิทธิต้องคำนึงถึงสาระสำคัญ เพื่อไม่ให้การใช้สิทธินั้นเกินกว่าสิทธิ

ทั้งนี้ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ สามารถศึกษาได้ที่ http://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=429&filename=index

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,391 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.