• 25 พฤษภาคม 2560 - 21:12 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

คุยกับช่างตัดผมโรงเรียนทวีรัตน์ : ประสบการณ์ตัดผมให้คนไร้บ้านชม.กับแนวคิดเบื้องหลังการทำงานสังคมสงเคราะห์

 วันที่ 1 ธันวาคม 2559 - 23:40 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 705 ครั้ง พิมพ์

 

อานนท์ ตันติวิวัฒน์ สัมภาษณ์/เรียบเรียง



แม้ว่าการออกงานตัดแต่งทรงผมให้กับคนไร้บ้านจะไม่ใช่สิ่งใหม่ หลายคนคงคุ้นเคยและพบเห็นการออกงานการกุศลของเหล่าช่างตัดผมเหล่านี้เป็นประจำ แต่ทว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าปรากฏการณ์ของการออกมาทำ “ความดี” ของเหล่าช่างตัดผม คือ แนวคิดที่ผลักดันให้เขาออกมาทำกิจกรรม และจากประสบการณ์การทำกิจกรรมลักษณะนี้พวกเขารู้สึกอย่างไร มันได้เปลี่ยนความคิดพวกเขาอย่างไรบ้าง คำตอบจากคำถามที่เอ่ยไป คงจะช่วยสะท้อนภาพปฏิบัติการทางความคิดเรื่องการทำงานสังคมสงเคราะห์ในบ้านเราบางส่วนได้บ้าง

ในช่วงเวลาตะวันเดินทางอ้อมข้าวถึงครึ่งทางจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้โคจรอ้อมลงสู่ขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ อันบ่งบอกถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วงฤดูหนาว ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่มีกิจกรรมบริการต่าง ๆให้คนไร้บ้าน (อ่านข่าว) โรงเรียนสอนตัดผมทวีรัตน์เป็นหนึ่งในเครือข่ายร่วมใจที่มาตั้งบูทบริการตัดผมให้คนไร้บ้าน

ผ้าคลุม ปัตตาเลี่ยน  เก้าอี้พลาสติกประมาณ 10 ตัว ล้วนถูกเตรียมพร้อมไว้รับบริการ และเมื่อคนมารับบริการเริ่มซาลง เราได้นั่งคุยกับกับคุณวุฒิ พุทธเจริญ หนึ่งในช่างตัดผมของโรงเรียนทวีรัตน์ ที่มาร่วมตัดผมให้แก่คนไร้บ้าน...

อยากให้เล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของโรงเรียนทวีรัตน์

ก็เป็นโรงเรียนสอนตัดผมทั่วไป เปิดมาได้สิบกว่าปีแล้ว

 

เริ่มออกไปตัดผมการกุศลตั้งแต่ปีไหนครับ

ปกติที่โรงเรียนฯก็จะออกไปตัดผมฟรีให้กับบ้านพักคนชราบ้าง สถานฟื้นฟูผู้พิการบ้าง หลายๆที่ในเชียงใหม่ เราจะตระเวนไปตัดผมให้กับคนไร้ที่พึงอะไรพวกนี้ อย่างแถวแม่แตง(ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง) เราทำประจำอยู่แล้ว พอเขามีงานเขาก็จะมาชวนเราไปทำกิจกรรม

ผมทำมานานแล้ว เป็น 10 ปีแล้ว แต่เราทำแบบไม่ค่อยมีคนรู้ แต่หน่วยงานที่ทำเรื่องพวกนี้เขาเห็น เวลามีงานเขาก็ชวนมา

เราทำมาตลอดหลายปี ทำกันมาเป็น 10 ปี 

เวลาเราเข้าไปทำปุ๊ป เราจะเจอคนพิการ หรือคนที่เขาไร้ที่พึ่ง หรือคนที่พูดบ่นอะไรซ้ำ ๆ กับเรา ซึ่งคนพวกนี้น่าเห็นใจ คือ สติเขาไม่ดี เขาถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการดูแล

 

ปีหนึ่งออกประมาณกี่งานครับ

ไปกันเกือบทุกเดือน เรียกว่าทุกอาทิตย์ด้วยซ้ำไป ตัดการกุศลนะ

 

ส่วนใหญ่ช่างตัดผมที่มา เขาเป็นอาสาสมัคร หรือว่าเป็นนักเรียนมือใหม่

แน่นอนว่า เป็นอาสาสมัคร เพราะเป็นพรรคพวกที่นัดหรือเรียกก็มากัน คนไหนว่างก็มา มีทั้งช่างที่ร้าน ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่ออกไปเปิดร้านเอง ลูกศิษย์ที่กำลังเรียนอยู่

คือ อาชีพตัดผม เป็นอาชีพที่ต้องนั่งรอลูกค้า เพราะฉะนั้น ถ้ามีงานช่วงเช้า ช่างส่วนใหญ่ก็จะพอมีเวลาออกมา

 

ออกงานครั้งหนึ่ง มากันประมาณกี่คนครับ

ประมาณ 10 คน

การตัดผมให้คนไร้บ้านเหมือนหรือแตกต่างกับคนธรรมดาอย่างไร

ถ้าในร้าน ก็จะไม่ใช้ชุดสนามแบบนี้ ต้องมีอุปกรณ์ที่มันแตกต่าง ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่นำมาใช้ คือ อุปกรณ์ที่ร้านปลดระวาง เนื่องจากต้องการเปลี่ยนรุ่น เพราะหมดอายุ อาจจะใช้มาสักปี สองปี แต่มันยังใช้การได้อยู่ เราก็จะใช้อุปกรณ์พวกนี้มาออกภาคสนาม ก่อนนำมาใช้หรือหลังใช้ก็จุ่มแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกครั้ง

 

ส่วนใหญ่คนไร้บ้านอยากให้ตัดทรงอะไร

สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ พวกเขาอยากให้ตัดทรงที่พวกเขาดูแลง่ายๆ ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าขอสั้นไว้ก่อน เราก็จะจัดให้เขาโดยดูว่าทรงไหนที่เหมาะกับคาแรกเตอร์และการใช้ชีวิตของเขา

ส่วนใหญ่ก็อย่างที่เห็นมีสกินเฮด รองทรง อันเดอร์คัท

แต่ก็มีบ้างบางคน ที่ไม่ได้ดูแลตัวเอง แล้วก็กลายเป็นฮิปปี้ วันหนึ่งรู้สึกว่าอยากจะตัดผม ก็มา คราวนี้ตัดโล่งเลย (หัวเราะ)

 

ตอนมาตัดผมให้คนไร้บ้าน รู้สึกอย่างไรบ้าง

คุณจะรู้สึกว่า คนไร้บ้าน อย่างที่พูดไป เขาไม่มีที่พึ่ง เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมายในชีวิต ตัวเขาไม่มีความหมาย แต่เมื่อมีใครบางคนเข้ามาช่วยเหลือดูแลเขา ผมคิดว่าเขารู้สึกดี และเราเอง การที่เราให้ไป เราทำให้กับคนที่เราไม่รู้จัก โดยเขามีความต้องการจะให้เราเข้าไปดูแลอยู่แล้ว ...(คิดสักพัก) ผมรู้สึกได้ถึงคำพูดที่ว่า “การไม่หวังประโยชน์” เป็นอย่างไร แต่มันไม่เชิงว่าเราไม่ได้รับนะ พอเราให้ไป เราก็จะได้สิ่งดี ๆ กลับมา อย่างน้อยก็ความรู้สึกดีๆเพราะคุณให้กับคนรับที่สมควรจะได้รับ

 

ความรู้สึกที่พี่ว่า มันเกิดขึ้นตอนไหน ก่อน ระหว่าง หรือหลังตัด อยากให้ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับ

จริง ๆ มันก็บอกยาก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะพบได้ทันทีหลังจากตัดผมให้เขาเสร็จแล้ว มันเหมือนเปลี่ยนโลกของเขาได้

 

สังเกตจากอะไร

หน้าตาเขาเปลี่ยน จากผมฟูฟู พอตัดผมแบบเปิดข้างแบบทรงผมเชิงวินเทจที่ฮิต ๆ กัน  คือ หน้าเขาจะเรียวขึ้น  การทำให้หน้าเรียวโดยตัดผมเปิดข้าง ไม่รุงรัง มันจะเปลี่ยนลุคเขาให้ดูดีขึ้นในสายตาคนอื่น เมื่อเขาผมสั้นลง เขาอยู่สบาย ดูแลรักษาสบายไม่ต้องดูแลมาก หน้าตาก็จะหนุ่มขึ้น สดใสขึ้น โดดเด่นขึ้นมา

 

อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการตัดผมให้คนไร้บ้าน

การตัดผมยากทุกครั้ง ไม่ว่าจะตัดทรงไหน หรือตัดให้ใคร มันเป็นเรื่องการสร้างสรรค์ เหมือนคุณทำปฏิมากรรม คุณแกะสลักหิน คุณต้องแซะ หรือกะเทาะออกไปทีละนิด จนกระทั่งได้ทรง เรื่องราวของมันก็คือ เส้นผมมันมีจำนวนเยอะ เพราะฉะนั้นจึงมีความละเอียด จึงใช้เวลา มันมีหลักการ คือ คุณจะต้องขึ้นโครงก่อน แล้วถึงจะกลับมาเก็บรายละเอียด นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนอะไรอีกมากมายทั้งการกัน การทำให้ผมบางลง ลูกเล่นมันเยอะแยะ

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้พี่ออกมาทำกิจกรรมลักษณะนี้

ในทัศนะส่วนตัวของผม รู้สึกว่าการให้ การแบ่งปัน มันทำให้พวกเรามีชีวิตอยู่ มันไม่ใช่เรื่องของประหัตประหารเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัสว่า  “การที่เราจะได้อะไรสักอย่างเราต้องรู้จักให้ก่อน”  เราก็กลับมาคิดว่า การให้คือการได้รับความสุข ซึ่งมันเกิดได้จากหลายทางทั้งจากพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง แต่ถ้าเราแก่งแย่งชิงดี ต่อสู้ฟาดฟันกัน ผมเชื่อว่ามนุษย์สามารถฆ่ากันให้ได้หมดโลกได้

 

อะไรที่เป็นจุดให้พี่ฉุกคิดแบบนี้ นอกจากแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9

ประการแรกเลยที่จุดประกาย คือ พระราชดำรัส จากนั้นเราก็มาคิดต่อ ถ้าเราเรียนตัดผม แล้วเราออกไปตัดให้กับคนที่เขาขาด หรือคนที่เขาควรจะได้น่าจะได้ประโยชน์กว่า

คือ คนที่ไม่มีใครเหลียวแล เป็นคนที่ควรได้รับมากที่สุด ดังนั้นเป็นคนที่เราสมควรจะให้มากที่สุด

 

อยากจะบอกอะไรให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจคนไร้บ้านมากขึ้น

เรื่องราวที่ผมบอกมา คุณจะไม่รู้สึกถึงมันเลยจนกว่าคุณจะเริ่มทำให้ใครสักคน คุณจะรู้เลยว่าการให้มันเป็นอย่างไร มันงดงามแค่ไหน

ชีวิตมนุษย์มันเลือกกันไม่ได้ว่าจะมีบ้านหรือไม่มีบ้าน หรือจะต้องไปเผชิญชีวิต มีขึ้นมีลงกันแค่ไหน ฉะนั้น ถ้าเราพอมีหรือช่วยเหลือได้ เราควรจะแบ่งปันให้กับคนที่เขาขาด ก็ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นบ้าง ถ้าคนเคยผ่านมาแล้ว ก็จะยิ่งรู้ว่า การ “ไม่มี” มันเป็นอย่างไร เราก็ควรจะเริ่มจากการ “ให้”

 

ในอนาคตวางแผนว่าจะทำอย่างไรกันต่อ

คงทำต่อไปเรื่อย ไม่ได้คิดว่าต้องนำเสนอหรือขยายพื้นที่ออกไป ใครเห็นแล้วดี อยากทำก็จะยิ่งดี เพราะอุปกรณ์กับสิ่งเหล่านี้หาได้ไม่ยาก  ทำได้เลย.

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,003 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.