• 24 มิถุนายน 2560 - 00:25 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ส่องข้อเสนอข่ายแรงงานข้ามชาติภาคเหนือ ยื่นต่อรัฐไทย-สหภาพเมียนมาร์ ในวันแรงงานข้ามชาติสากล

 วันที่ 19 ธันวาคม 2559 - 00:45 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 623 ครั้ง พิมพ์

 

วันแรงงานข้ามชาติสากลในปีนี้  องค์กรทีทำงานส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร*  นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนงานในพื้นที่ ได้ระดมความเห็นเพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย และ จังหวัดเชียงใหม่ โดยกิจกรรมรณรงค์วันแรงงานข้ามชาติสากลเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่18 ธ.ค. มีการแบ่งกลุ่มแรงงานข้ามชาติเพื่อระดมปัญหาของแรงงานข้ามชาติ และนำมาสู่ข้อเสนอ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงงาน และ นำเสนอ “ภาพเล่าเรื่อง” สะท้อนสถานการณ์ปัญหาของแรงงานข้ามชาติ จัดทำโดย กลุ่มแรงงานสามัคคี ประชาธรรม และ MAP FOUNDATION และเสวนา“สถานการณ์ปัญหาของแรงงานข้ามชาติ และข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหา”

ในวันที่ 19 ธ.ค. มีการแถลงข่าวและยื่นข้อเสนอต่อรัฐไทย ผ่านสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อเสนอแบ่งเป็น 5 ส่วนดังนี้

ข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้ศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวจังหวัดเชียงใหม่ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติอย่างมีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิต่างๆ ที่ควรได้รับตามกฎหมายแรงงานกำหนด เช่นการไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลาต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด  และอื่นๆ พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินการต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทุกสามเดือน  และการดำเนินคดีการละเมิดสิทธิแรงงาน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยมุ่งคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยไม่คำนึงถึงสถานะการเข้าเมืองของแรงงาน

 

ข้อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย

ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงผู้ไม่มีสถานะ ทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทางเช่นเดียวกับแรงงานสัญชาติอื่น

 

ข้อเสนอต่อรัฐบาลประเทศไทย

1.ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่โดยเร็ว เพื่อให้แรงงานข้ามชาติที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยการจดทะเบียนแรงงานและออกใบอนุญาตทำงานให้กำหนดช่วงระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า 4 เดือน รวมถึงลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนต้องใช้เอกสารจำนวนมาก มีหลายขั้นตอน และเสียค่าใช้จ่ายสูง

2.ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน

3.ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้รับใช้ในบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ

4.ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และให้แรงงานข้ามชาติสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างงานได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยไม่ต้องให้นายจ้างเดิมมาแจ้งออก และขยายระยะเวลาในการหานายจ้างใหม่เป็นเวลา 30 วัน รวมถึงขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี

5.ขอให้รัฐบาลไทยเร่งออกกฎกระทรวงที่กำหนดให้แรงงานทุกคน ทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในกองทุนชราภาพ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกที่จะรับเป็นบำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ โดยไม่กำหนดอายุของผู้ประกันตน

6.ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตร และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง

 

ข้อเสนอต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

1.ขอให้ทูตแรงงานสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ประจำประเทศไทย เข้ามาดูแลแรงงานเมียนมาร์ที่ทำงานในประเทศไทยและรับเรื่องร้องทุกข์จากแรงงานโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และไม่คำนึงถึงสถานะการเข้าเมืองของแรงงาน

2.ขอให้รัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ดูแลให้แรงงานที่กลับไปยังประเทศสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่น ทางทะเบียนราษฎร การศึกษา สุขภาพอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง

 

ข้อเสนอต่อรัฐบาลประเทศไทย และรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ขอให้รัฐบาลประเทศไทยและรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

นาย จามอ่อง อู่ รองประธานสหพันธ์คนงานข้ามชาติ กล่าวว่า  เนื่องด้วยในวันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวัน วันแรงงานข้ามชาติสากล เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติได้จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติและครอบครัว ค.ศ. 1990  เพื่อให้แรงงานข้ามชาติในประเทศต่างๆ ได้รับการคุ้มครองสิทธิทั้งสิทธิมนุษยชนและสิทธิเป็นแรงงาน ด้วยหลักการที่จะให้ทุกประเทศและทุกฝ่ายตระหนักถึงสิทธิของแรงงานข้ามชาติที่ต้องอพยพจากประเทศต้นทางไปทำงานยังประเทศปลายทางให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว และเพศสภาพใด ๆ 

“เมื่อประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานข้ามชาติภายในพื้นที่ภาคเหนือ และพบว่ายังมีปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานและการเข้าถึงสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลา ต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด และมีปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคมเนื่องจากนายจ้างไม่ได้นำลูกจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม และบางส่วนมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น กรณีรับเงินชราภาพที่ยังไม่มีมาตรการชัดเจนในการรับสิทธิ นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานข้ามชาติถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง และถูกเรียกรับผลประโยชน์ เมื่อเราระดมปัญหาและข้อเสนอของกลุ่มคนทำงาน และเแรงงานภาคเหนือ กว่า 170 คน จึงเป็นที่มาของข้อเรียกร้องดังกล่าว”

“ และที่เรายื่นข้อเรียกร้องต่อทั้งรัฐบาลไทย และรัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ เพราะหวังว่าจะเกิดความร่วมมือของทั้งสองประเทศ เพราะลำพังแค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่พวกเราเรียกร้องมาได้”

ช่วงเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน  เครือข่ายแรงงานข้ามชาติภาคเหนือได้ร่วมเดินรณรงค์จากประตูทางเข้าด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ และยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนของสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ลงมารับหนังสือพร้อมกับกล่าวว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่ากลุ่มแรงงานข้ามชาติ เป็นบุคคลสำคัญ มีส่วนช่วยในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะฉะนั้น สิ่งทั้งหลายที่ดูแลได้ เช่น สวัสดิการ คุณภาพชีวิต ทางสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ก็จะดูแลในส่วนที่สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น เรามีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ เชียงใหม่มีสองศูนย์ ถ้าหากว่ามีเรื่องที่เดือดร้อนอะไรก็สามารถไปร้องขอความช่วยเหลือได้เสมอที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลาง

“ในส่วนเรื่องของการจะให้มีสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น เราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าขัดกับหลักกฎหมายไทย ปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวจัดตั้งสหภาพแรงงาน อนุญาตให้เฉพาะคนไทย นอกจากนี้รัฐไทยยังไม่ได้ลงนามในสัตยาบรรณสากล ฉะนั้นสิ่งใดที่เป็นหน้าที่ของส่วนราชการจังหวัดท่านผู้ว่าฯก็จะช่วยดูแล ส่วนใดที่เกินความสามารถของจังหวัดเราก็จะส่งไปที่ส่วนกลางเพื่อแก้ไขปัญหา”

“ที่ผ่านมา ก็มีการคุยกับแรงงานจังหวัดอยู่แล้วทั้งเรื่องการดูแลและสวัสดิภาพต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าทางจังหวัดไม่ได้ทอดทิ้ง”

ภาพกิจกรรมหน้าศาลากลาง

*เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (EMPOWER) มูลนิธิ MPLUS เครือข่ายปฏิบัติการผู้หญิงไทยใหญ่ (SWAN) กลุ่มพลังเยาวชนไทใหญ่ (SYP) สหพันธ์คนงานข้ามชาติ กลุ่มแรงงานสามัคคีสมาคมส่งเสริมสิทธิแรงงาน สหภาพแรงงานอุตสากรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ ละครชุมชน “กั๊บไฟ” เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกลุ่มแรงงานนอกระบบสันกำแพง มูลนิธิการศึกษาประกายแสง

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,128 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.