• 27 กรกฎาคม 2560 - 15:46 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือระดมความเห็น เสนอจัดสวัสดิการและค่าจ้างขั้นต่ำ 450 บาทต่อวัน

 วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 - 02:15 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,529 ครั้ง พิมพ์

 

เครือข่ายเเรงงานภาคเหนือซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนทำงานงานทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลผ่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นค่าจ้างเพื่อชีวิต (living wage) ในอัตรา 450 บาทต่อวัน พร้อมเปิดให้แรงงานทุกระดับเข้าสู่กองทุนประกันสังคม

หลังจากเครือข่ายเเรงงานภาคเหนือซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนทำงานงานทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ เดินขบวนรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม จากลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ถึงสวนสาธารณะหนองบวกหาด แก่ประชาชนจังหวัดเชียงใหม่และสาธารณะ พร้อมออกส่งสาสน์ถึงสาธารณะด้วยวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น "วันกรรมกรสากล" ซึ่งเป็นวันที่คนทำงานทั่วโลกได้รำลึกถึงการต่อสู้ของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ สิทธิอันชอบธรรมที่คนทำงานสมควรได้รับในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ในฐานที่คนทำงานเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าและทัดเทียมกับนานาประเทศ (เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเดินขบวนรณรงค์วันกรรมกรสากล [อ่าน])

วันนี้  1 พ.ค. 60  "วันกรรมกรสากล" เครือข่ายแรงงานภาคเหนือกว่า 160 คน เคลื่อนขบวนไปที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมออกแถลงการณ์ยื่นข้อเรียกร้อง ซึ่งข้อเรียกร้องทั้งหมดนั้นได้มาจากการระดมความเห็นของแรงในงานภาคเหนือทั้ง แรงงานข้ามชาติ แรงงานนอกระบบ แรงงานในโรงงาน และแรงงานภาคบริการ

สุชาติ อิ่งต๊ะ ตัวแทนเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ และสมาชิกกลุ่มสหพันธ์คนงานข้ามชาติ(MWF) กล่าวว่า  หลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายแรงงานภาคเหนือยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล และสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ หลายเรื่องก็ได้รับการแก้ไขอย่างเช่น เรื่องบัตรเลข 6 เลขศูนย์ หรือบัตรพื้นที่สูง หรือการขอให้อนุญาตออกนอกพื้นที่ได้ ปีนี้พวกตนมายื่นข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าฯไปถึงรัฐบาลเช่นเดิม มีทั้งข้อเรียกร้องเดิมที่ยังไม่ได้ กับข้อเรียกร้องใหม่ที่ได้จากการระดมความเห็นตลอดสองวันที่ผ่านมา เพราะแรงงานก็เผชิญสถานการณ์ปัญหาใหม่ๆด้วย และเรียบเรียงมาเป็นข้อเรียกร้อง

“ข้อเรียกร้องที่เราเรียกร้องมาทุกปีแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา หลักๆก็จะมีเรื่องการรวมกลุ่มที่เสนอให้รัฐบาลรับข้อเรียกร้อง ILO ข้อ 87 และ 98   ขยายอายุทำงานผู้สูงอายุจาก 55 ปี เป็น 60 ปี   ส่วนเรื่องประกันสังคมเราเรียกร้องจนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีบ้าง เล็กๆน้อยๆที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น เงื่อนไขการรับสิทธิประกันสังคมของแรงงานบางประเภทที่ยังไม่เท่าเทียมกับแรงงานภาคอื่นๆ”

“ค่าแรง 450 บาท เป็นค่าแรงที่เราคิดมาจากค่าจ้างเพื่อชีวิต (living wage) ปัจจุบันแรงงานมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เฉพาะค่าข้าวต่อวันตกมื้อละ 50 บาท  ข้าว 40 น้ำ 10 บาท วันละสามมื้อตก 150 บาท ไหนจะค่าหอ ค่ารถ และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก วันละสามร้อยบาทแทบจะไม่เหลืออะไรเลย จากการระดมความเห็นมา เราเห็นว่าค่าจ้างที่จะทำให้พออยู่ได้ คือ 450 บาท”

“สิ่งที่พวกเราอยากได้รับมากที่สุด ในบรรดาข้อเรียกร้องทั้งหลาย คือ สิทธิการรวมกลุ่ม การรวมกลุ่มไม่ใช่เรื่องกระทบต่อความคง แต่เป็นเรื่องของการเพิ่มศักยภาพในการต่อรองเรื่องสิทธิที่พวกเราควรจะได้รับตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ต้องการรวมกลุ่มให้เรามีอภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าคนอื่น อีกเรื่อง คือเรื่องผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุหลายคน พออายุ 55 ปี ก็ต้องอยู่อย่างผิดกฎหมาย เพราะต้องกลับบ้าน แต่กลับไปก็ไม่มีใครดูแล เพราะลูกหลานทำงานอยู่ที่นี่หมด จึงอยากให้รัฐพิจารณาขยายกรอบเวลาของผู้สูงอายุ หรือไม่ก็ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตามจนกว่าเขาจะพร้อมกลับไปอยู่ประเทศต้นทาง”

ตัวแทนแรงงานภาคเหนืออ่านบทกวี "แรงงาน"  แต่งโดย แสงดาว ศรัทธามั่น

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือได้เสนอข้อเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย

1.เพื่อเป็นการลดอคติและสร้างทัศนคติที่ดีต่อแรงงานข้ามชาติในสังคมไทย ขอให้รัฐบาลแก้ไขคำว่า “แรงงานต่างด้าว” ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็น “แรงงานข้ามชาติ” 

2.ขอให้รัฐบาลปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นค่าจ้างเพื่อชีวิต (living wage) ในอัตรา 450 บาทต่อวัน เพื่อให้เกิดค่าจ้างที่เป็นธรรม คุ้มครองคนทำงาน และสมาชิกครอบครัว

3.ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง ภายในปี 2560

4.ขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน ภายในปี 2560 เพื่อส่งเสริมสิทธิของคนงานทำงานบ้าน

5.ขอให้รัฐบาลกำหนดให้แรงงานทุกคนทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

6.ขอให้รัฐบาลกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้ทำงานบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ

7.ขอให้รัฐบาลมีมติครม. ขยายพื้นที่การทำงานของแรงงานข้ามชาติได้ทั่วจังหวัด โดยไม่ต้องขอเพิ่มสถานที่ทำงาน

8.ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน ขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี

ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงมหาดไทย

1.ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทาง

ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน

1.ให้กระทรวงแรงงานกำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของคนทำงาน ในประเด็นสิทธิการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง โดยไม่เลือกปฏิบัติ

2.แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตร และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง

ข้อเรียงร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

1.เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้จังหวัดเชียงใหม่ จัดระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ  ครอบคลุมและราคาถูกสำหรับคนทำงานทุกคน

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

1.ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดูแลให้แรงงานที่กลับไปยังประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง

2.ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเปิดให้จดทะเบียนสมรสและทำบัตรประชาชนได้ในสถานฑูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย

3.ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดำเนินการให้มีระบบประกันสังคมโดยเร่งด่วน

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลประเทศไทย และรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

1.ขอให้รัฐบาลประเทศไทยและรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักงานจังหวัดฯ ออกมารับข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ พร้อมกับกล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดฯ พยายามดูแลกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติอย่างเต็มที่ โดยเปิดให้มีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ถ้ามีปัญหากับนายจ้างสามารถมาร้องเรียนได้ทุกเมื่อ ส่วนข้อเรียกร้องในปีนี้ทางจังหวัดจะรับไปพิจารณาว่าเรื่องใดที่ทางจังหวัดเชียงใหม่สามารถแก้ไขได้ จะดำเนินการพิจารณา ส่วนเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจจะส่งต่อไปให้รัฐบาลส่วนกลาง

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,256 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.