• 27 พฤษภาคม 2560 - 05:45 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ลบป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงถึงขับฮัมวี่ไล่ถอดเสื้อ: อดีต-ปัจจุบันคนเสื้อแดงมีอะไรเหลืออยู่?

 วันที่ 3 ธันวาคม 2557 - 14:02 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,709 ครั้ง พิมพ์

 

ทันที่มีรายงานข่าวทหารไม่ทราบสังกัด 5 นาย ขับรถฮัมวี่เข้าประกบตัวพ่อค้าขายปลาหมึกทอด ริมถ.ทิพเนตร อ.เมือง เชียงใหม่ ถอด-ยึดเสื้อยืดสีแดงที่สกรีนภาพ จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. โดยอ้างเจตนาปรองดองยุติความขัดแย้ง ตามปรากฏรายงานข่าวของสำนักข่าวประชาไท “ทหารขับฮัมวี่จับพ่อค้าปลาหมึกทอดถอดเสื้อแดง” เมื่อวานนี้ 29 มิ.ย.ได้จุดประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในเครือข่ายสังคมออนไลน์ถึงการใช้อำนาจโดยพละการและเกินกว่าเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (30 มิ.ย.57) เวลา 13:30 น. นายพิชิต ตามูล หรือดาบชิต พร้อมนายวสันต์ นัยเนตร พ่อค้าปลาหมึกทอด เข้าพบ พ.อ.โภคา จอกลอย หน.กองข่าว มทบ.33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ กรณีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2557 เวลาประมาณ 11:00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นายไม่ระบุชื่อ ยศ ตำแหน่งและสังกัด สั่งให้นายวสันต์ นัยเนตรที่สวมเสื้อสีแดงมีลวดลายเป็นภาพใบหน้าของนายจตุพร พรหมพันธ์ ถอดเสื้อออกโดยไม่มีเสื้อสำรองสวมใส่ ขณะขายปลาหมึกทอดบริเวณถนนทิพเนตร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

image

ภาพถ่ายจากเฟซบุ๊คดาบชิต ตามูล

พ.อ.โภคา จอกลอย หัวหน้ากองข่าวมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ชี้แจงและขอโทษนายวสันต์ นัยเนตร พ่อค้าปลาหมึกทอด โดยนายพิชิต ตามูล เผยว่า “ทางหัวหน้ากองยุทธการ และหัวหน้ากองข่าว ได้กล่าวขอโทษสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้กับพี่น้องเสื้อแดงและมีการส่งคืนเสื้อของนายวสันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางทหารได้ชี้แจงอีกว่าการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติหน้าที่มีความคลาดเคลื่อนกัน ส่วนแนวทางการปฏิบัติ พลเอกโภคาได้ขอความร่วมมืองดใส่เสื้อผ้าที่มีแนวทางสร้างความขัดแย้ง หรือเชิงสัญลักษณ์ หรือตามคำสั่งของ คสช. ให้ชะลอสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์ขัดแย้ง แต่หากเป็นเสื้อสีแดงธรรมดาสามารถสวมใส่ได้ตามปกติ”

นายวสันต์  นัยเนตร พ่อค้าปลาหมึกทอด กล่าวว่า “ทางทหารระดับผู้ใหญ่เขากล่าวขอโทษว่าทหารภายใต้บังคับบัญชาทำแรงไปหน่อย แต่ตนไม่ได้เรียกร้องอะไรจากทหาร ตนยังรู้สึกดีที่ทหารกล่าวขอโทษต่อหน้าตน ด้านนายทหารที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชายังไม่ทราบว่าเขาจะได้รับโทษทางวินัยหรือไม่ เพราะทหารผู้ใหญ่ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ ตอนนี้ได้รับเสื้อคืนแล้ว แต่ต้องเก็บไว้ยังนำมาใส่ไม่ได้ ตามที่ทางทหารขอความร่วมมือ”

ย้อนกลับไปในวันที่ 5 ของการทำรัฐประหาร หลักหมุด “อำเภอเสื้อแดง” ตรงหลักกิโลเมตรที่ 35 กิ่วแก้ว หรือประตูเวียงลอ เขตเทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ อ.จุน ริมถนนสายพะเยา-เชียงคำ ถูกเจ้าหน่วยงานความมั่นคงและส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมกันทาสีขาวทับหลักหมุด คงเหลือไว้เพียงรัฐธรรมนูญบนพานแว่นแก้วเพื่อสนองนโยบายความปรองดองเช่นกัน

image

 

วินัย (นามสมมุติ) ชาวบ้านรายหนึ่งในอ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า พวกเราคือคนเสื้อแดง ตั้งแต่ปี 2549 พวกเราให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้ว่าไม่มีพรรคอื่นได้รับเลือกตั้งในเขตนี้ ด้วยความมุ่งหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งเสริมประชาธิปไตยและประชาชน แต่ความเชื่อของพวกเราได้เปลี่ยนไปมากหลังจากการเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทว่ายังไม่มีตัวเลือกอื่นจึงยังคงสนับสนุนพรรคนี้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (2 ก.พ.57)

“ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการทาสีทับหลักหมุด ขอบอกเลยว่าเราไม่แคร์ มันเป็นแค่วัตถุ จะลบมันออกไปหรือทำลายมันก็ได้ถ้าเชื่อว่าจะทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนใจได้ ทั้งๆ ที่ความอยุติธรรมและความหลายมาตรฐานยังดำรงอยู่ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในมันไม่เกี่ยวกับสีภายนอก แต่อย่าคิดว่าชาวบ้านจะหมดหวังง่ายๆ เขาแค่เรียนรู้ที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่”

สอดคล้องกับสุภิต (นามสมมุติ) แกนนำเสื้อแดงในอ.ภูซาง กล่าวว่า การต่อสู้ที่ผ่านมาไม่ได้ไร้ผล เราเคลื่อนไหวน้อยลงไม่ได้หมายความว่ามีการกระทำน้อยลง คุณต้องชนะใจคนเท่านั้น ไม่ใช่แค่คุณจับคนเปลี่ยนสีแล้วจะชนะจริง

ขณะที่ แสงวรรณ ชาวบ้านอายุ 69 ปีในอ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งไม่เคยร่วมการชุมนุมทางการเมืองแต่เฝ้าติดตามผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุ เล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้เธอกับคนเสื้อแดงในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ได้ตกลงร่วมกันปลดป้ายหมู้บ้านเสื้อแดงและรูปยิ่งลักษณ์ลงโดยไม่มีคำสั่งจากใคร

“ป้ายหรือธงไม่ได้มีความหมายอะไร ความคิดก็ยังเหมือนเดิม ใช่ว่ามีอุดมการณ์ทางการเมืองสูงส่ง แต่ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเพราะมันกระทบกับเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนทั่วไป ชีวิตทุกวันนี้ลำบากขึ้น จากที่เคยขายแหนม 30 กิโลหมดใน 3 วัน ตอนนี้ใช้เวลามากกว่า 2 อาทิตย์กับการขายแค่ 10 กิโล”.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

http://www.prachatai.org/journal/2014/06/54314

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,007 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.