• 23 พฤษภาคม 2560 - 10:12 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ชาวชม.กว่า200ร่วมโหวตแบบข่วงหลวงฯก่อนประกาศผล 8 ก.ค.นี้ ด้านศูนย์สร้างสรรค์ฯยื่นรองผู้ว่าฯขอระงับกระบวนการ

 วันที่ 3 ธันวาคม 2557 - 14:06 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 850 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ (4 ก.ค.)ที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ โครงการจัดสร้างข่วงหลวงเวียงแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพิจารณาตัดสินการประกวดแบบ และร่วมฟังการนำเสนอผลงานจากผู้ออกแบบทั้ง 5 ผลงานในรอบสุดท้าย โดยผู้ออกแบบรอบสุดท้ายแต่ละทีมนำเสนอแนวคิด และแนวทางการออกแบบทีมละ 1 ชั่วโมง ตามลำดับจนถึงเวลาประมาณ 16:00 น. ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ร่วมรับฟังและลงทะเบียนเข้าร่วมงานระหว่างเวลา 9:00-14:00 น. ให้คะแนน โดยคิดเป็นสัดส่วนจากประชาชน 30% กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากด้านต่างๆ อีก 70%

ทั้งนี้สืบเนื่องด้วยจังหวัดเชียงใหม่มีความประสงค์จะพัฒนาพื้นที่บริเวณทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เดิมให้เป็น พื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยการดำเนินงานจะนำผลการศึกษาทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

แบบ “เด่น ข่วง หลวง จุ้มเย็น” ชนะใจมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการนำเสนอผลงานจากผู้ออกแบบทั้ง 5 ผลงานในรอบสุดท้าย เวลาประมาณ 16:00 น. ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟังลงคะแนนทั้ง 5 แบบ โดยมีผู้เข้าร่วมลงคะแนนจำนวน 239 คน และผลคะแนนปรากฎว่า

แบบ “เด่น หลวง ข่วงเวียง : จุ้มเย็น”  ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง  999 คะแนน

อันดับสอง “เผยแผ่นดิน…สู่ถิ่นเวียงแก้ว” ได้ 877 คะแนน

อันดับสาม “ข่วงใจเมือง”  ได้  782   คะแนน

อันที่สี่   “ข่วงขวัญเมือง”  ได้  667    คะแนน

และอันดับห้า  ลาน “คนเมือง” ได้   569  คะแนน

คะแนนดังกล่าวนี้คิดเป็นร้อยละ 30 ของคะแนนทั้งหมด ที่เหลืออีกร้อยละ 70 อยู่ในส่วนของคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการจะประกาศผลคะแนนทั้งหมดในวันที่ 8 กรกฎาคม 2557.

ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ยื่นรองผู้ว่าฯ ขอระงับกระบวนการ

เวลาประมาณ 12:00 น. ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มศุนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ ยื่นหนังสือต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในงานประกวดขอให้หยุดกระบวนการประกวดแบบไว้ก่อน เนื่องจากเห็นว่า กระบวนการประกวดแบบเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมน้อยเกินไป และแบบที่เข้ารอบส่วนใหญ่ออกแบบขัดกับประชามติที่ตนได้ทำเมื่อหลายปีก่อนที่ว่า ให้รื้อถอนคุกออกไป นอกจากนี้คณะกรรมการตัดสินการประกวดแบบส่วนใหญ่เป็นอาจารย์จากด้านสถาปัตยกรรม ไม่มีนักวิชากการด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี หรือด้านอื่นๆเลย

“การจัดการประกวดแบบค่อนข้างมีปัญหา อย่างงานในวันนี้นั้น ก็จะเห็นว่ามีปัญหาบางประการ คือ หนึ่ง งานนี้จัดขึ้นในวันศุกร์ คนส่วนใหญ่มาไม่ได้ สอง มีการให้ข่าวการจัดงานค่อนข้างน้อย คนส่วนใหญ่ไม่รู้ สาม ส่วนใหญ่คนที่มา เป็นนักศึกษาที่อาจารย์เกณฑ์มาดู สี่ จัดการนำเสนอโดยเสนอโครงการละ  1 ชั่วโมงโดยไม่มีเอกสารเลยแม้แต่แผ่นเดียว ต้องรอฟังจนเย็น 5 ชั่วโมง ใครจะไปจำได้  ห้า แจกกระดาษคนละใบเพื่อลงคะแนน โดยให้ประชาชนที่มาลงคะแนนคิดเป็น 30% คณะกรรมการ 9 คน 70% ลงทั้งชาติยังไงก็ไม่มีวันชนะ   และคนที่นำเสนอเป็นใครไม่บอก คณะกรรมการ 9 ท่านมีที่มายังไงไม่มีใครรู้ และไม่มีนักวิชาการสายประวัติศาสตร์เลย”

“เราอยากให้หยุดเรื่องนี้ก่อน โครงการนี้เดินต่อได้ แต่ต้องดึงเอานักประวัติศาสตร์เข้ามาก่อน”

“แม้จะอ้างว่า มีกรมศิลป์ร่วมด้วยแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นข้าราชการรัฐที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ต่อเนื่องแล้วก็มีการขอกัน มันเป็นเรื่องการต่อรองผลประโยชน์ มากกว่าจะวางอยู่บนพื้นฐานทางประวัติศาตร์”

ตัวแทนจากศูนย์สร้างสรรค์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้พวกตนทำการรับฟังความคิดเห็นมาตั้งหลายปีก่อนแล้ว มติคือให้รื้อคุกออกเพื่อดูประวัติศาสตร์ข้างล่าง จนสามารถขอย้ายคุกออกไปได้ แต่ปรากฎว่าในช่วงหลัง พอได้งบมาก็ไปจ้างยูนิเซิร์ฟทำรายงานรับฟังอีก

“มันทำซ้ำไปซ้ำมา แล้ววันนี้เปิดโครงการออกแบบอีก โดยไม่มี TOR คือ จะออกแบบอะไรก็ได้จะทุบคุกทิ้งก็ได้ไม่ทุบก็ได้ จะขุดยังไงก็ได้ ทำไมไม่ให้นักประวัติศาสตร์ทำการศึกษาให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกแบบ แรกสุดเลย มันต้องเอาเงิน 150 ล้านมาคุยกันก่อน ว่าจะทำอะไร”

ฉะนั้น ในวันนี้กลุ่มตนเรียกร้อง 2 ข้อ คือ หนึ่ง ขอให้พิจารณากันใหม่ สอง มาคุยกันก่อนว่าจะเอาเงินไปทำอะไร

“เมืองเชียงใหม่ เสนอเป็นหลักการสำคัญไปเลยได้ไหมว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ 720 ปี หัวใจสำคัญอยู่ที่ประวัติศาสตร์ มีการขุด เจอของต่างๆแล้วมาถกเถียงแลกเปลี่ยนกันครั้งใหญ่ ไม่ใช่จำกัดแค่ประวัติศาตร์อาคาร 100 ปี แล้วอีก 700 กว่าปีละเอาไปไว้ไหน”

คณะกรรมมั่นใจ กระบวนการประกวดแบบโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

นางสุวารี วงศ์กองแก้ว  หนึ่งในคณะกรรมการประกวดแบบ และผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า  เรื่องนี้อยู่บนฐานความขัดแย้งมานาน และคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการทำแบบนี้หมด กรรมการแต่ละคนก็มีความเป็นปัจเจกอยู่ แต่พอเข้าถึงสาธารณะแล้วก็ต้องรับฟังด้วยทั้งส่วนน้อยส่วนใหญ่

ต่อกรณีที่ถูกโจมตีว่า การวางแบบก่อนจะส่งผลต่อการขุดค้นโบราณคดี เธอชี้แจงว่า แม้จะมีการวางแบบไปแล้ว แต่พวกตนได้วางเงื่อนไขให้เป็นระเบียบว่าสามารถขุดค้นได้ตลอดเวลา

“ทุกอย่างมันไม่เป็นดั่งใจเสมอ เราไม่สามารถควบคุมได้ทุกแบบ แต่ก็ยังต้องรับฟังข้อทักท้วงเขาอยู่ เราคิดคำนวณถึงการขุดตรวจทางโบราณคดีด้วยเสมอ แม้ออกแบบแล้วลงรากแล้วก็ใช่ว่าจะขุดตรวจไม่ได้ มีวิธีการมากมาย ทุกอย่างถ้าแคร์จริงๆก็สามารถดูแลได้ระมัดระวังได้”

นอกจากนี้ นางสุวารียังได้ตอบข้อสงสัยที่ว่า กระบวนการประชาสัมพันธ์อาจจะน้อยเกินไป รวมถึงจัดในวันธรรมดาซึ่งทำให้คนทั่วไปไม่สามารถเข้ามารับฟังได้ ว่า คงขึ้นอยู่กับมุมมอง ส่วนตัวเองมองว่าประสบความสำเร็จพอสมควร โดยดูได้จากภาพการที่มีคนมาเข้าร่วมมากจนที่นั่งไม่พอ และมีกลุ่มคนหน้าใหม่ๆเข้ามาร่วมด้วยเสมอ  

“เราพยายามออกแบบงานอย่างดีแล้วภายในเวลาที่จำกัด กรรมการไม่ได้มีส่วนได้เสีย ไม่มีใครจำว่ากรรมการเป็นคนที่เสียสละเวลามา ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับข้อตำหนิถ้างานออกมาได้ไม่ดี ที่จริงก็เปิดให้ประชาชนมาชมในช่วงเวลา 10 วันแล้ว แต่เวลาของแต่ละคนมักมีเงื่อนไขเสมอ ซึ่งการจัดงานในวันที่ 4 นั้นก็มีทั้งคนที่สะดวกมาและไม่สะดวกมาอยู่แล้ว”

“การประกวดแบบเวียงแก้วครั้งนี้ การรับฟังข้อทักท้วงต่างๆคณะกรรมการชุดนี้ก็ทำได้ดีแล้ว ความเห็นที่แตกต่างก็รับฟังอย่างรอบคอบ แบบให้คะแนนก็ไม่ใช่ว่าชอบแล้วเลือกเลย แต่ก็แยกเป็น scale โดยให้ลงคะแนนแบบเลือกแบบเป็นลำดับคะแนน เพื่อไม่ให้เกิดความเบี่ยงเบนเมื่อเอาไปรวมกับผลของคณะกรรมการ”

ส่วนข้อสงสัยเรื่องสัดส่วนคณะกรรมการที่โน้มเอียงมาทางด้านสถาปัตยกรรมนั้น เธอกล่าวว่า  ข้อมูลการออกแบบต้องเทให้นักประวัติศาสตร์หมด ต้องมีการเลือกนักประวัติศาสตร์มาเป็นทีมด้วย ทั้งจากกรมศิลป์ สำนักพุทธ และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยด้วย แต่การแปรประวัติศาสตร์เป็นการออกแบบต้องอยู่ในมือของสถาปนิก เป็นไปไม่ได้ที่จะให้นักประวัติศาสตร์มาจับเรื่องการออกแบบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องประวัติศาสตร์ไป

“เราจะเปิดเผยผลคะแนนและเอกสารทั้งหมดในวันที่ 8 กรกฎาคม ขอให้มั่นใจได้ว่า แม้คะแนนประชาชนมีเพียง 30% แต่ก็มีการทำให้คะแนนสมดุลกับคะแนนของคณะกรรมการ 70% ไม่มีทางที่แบบที่ประชาชนคะแนนให้จะไม่มีผลต่อการตัอสินของคณะกรรมการ”

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,997 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.