• 29 เมษายน 2560 - 04:54 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ หนุนโครงการประกวดแบบข่วงหลวง

 วันที่ 3 ธันวาคม 2557 - 14:13 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,001 ครั้ง พิมพ์

 

สืบเนื่องจากกรณีศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการประกวดแบบข่วงหลวงเวียงแก้วเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยขอให้ระงับกระบวนการและพิจารณาโครงการใหม่ที่เน้นเรื่องการขุดค้นทางโบราณคดี และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่เริ่มสร้างเมือง

วันนี้(8ก.ค.57) เวลาประมาณ 10.00 น. ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกรียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการประกวดแบบเพื่อพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถาน(หญิง)เดิม

โดยจดหมายระบุเหตุผลของการยื่นว่า โครงการประกวดแบบมีความก้าวหน้าไปมาก ถึงแม้จะมีอุปสรรคและข้อบกพร่องบ้างก็ตาม แต่ประชาชนก็ได้เข้าร่วมทุกขั้นตอน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยในบริเวณรอบพื้นที่โครงการ ผู้ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง หากมีการระงับโครงการอาจมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในละแวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม การซ่องสุ่มของเหล่ามิจฉาชีพในพื้นทีดังกล่าว

“เครือข่ายชุมชนฯมีความเห็นสนับสนุนให้สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินโครงการต่อไป และเมื่อได้แบบที่ชนะการประกวดแล้ว  ในขั้นตอนการปรับปรุงแบบให้เหมาะสม สอดคล้องกับการขุดค้นทางโบราณคดีของพื้นที่ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อมขอจัดให้มีคณะกรรมการร่วมจาก ภาคประชาชน องค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆได้เข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวเพื่อให้โครงการสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้โครงการนี้ได้เริ่มพัฒนา หลังจากหยุดชะงักมาหลายครั้ง ทางภาคประชาชนหวังว่าจะได้เห็นพื้นที่พิเศษนี้กลับมามีชีวิต เป็นพื้นที่ที่ให้ความภาคภูมิใจทางประวัติศาสตร์ และเป็นพื้นที่ที่ทำประโยชน์ให้คนเชียงใหม่ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้”

เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ตัวแทนเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า การประกวดแบบต้องเดินหน้า เพราะถ้าเอากลับมาพิจารณาใหม่ ทุกอย่างก็จะหยุดไปหมด แล้วพื้นที่ตรงนั้นก็จะกลายเป็นจุดบอดต่อไป  ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะเริ่มกระบวนการใหม่ได้

“เราและชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นมีความเห็นว่า เมื่อไหร่พื้นที่นี้จะเริ่มสร้างสักที มันเป็นทัศนอุจาดสำหรับคนแถวนั้น ตอนกลางคืนก็เกรงว่าจะมีอันตราย ถ้าเราหยุดการประกวดแบบ เราก็จะเจอปัญหาอะไรอีกหลายอย่าง เราต้องเห็นใจกันบ้าง ไม่ใช้นึกเพียงแค่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้ประโยชน์”

ในส่วนของข้อทักท้วงที่ศูนย์สร้างสรรค์ฯติงมา ส่วนตนเห็นว่าถ้าเขาติดตามกระบวนการมาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่ามันมีกระบวนการให้ผู้ออกแบบฟังเสียงชาวบ้าน ซึ่งถ้าไม่ตรงหรือบิดเบี้ยวไป มันก็จะต้องมีการปรับแบบ เพราะข้อกำหนดในรายงานแสดงความเห็นและข้อกำหนดทีโออาร์กำหนดให้ต้องมีการขุดค้นก่อน พร้อมๆกับทำแบบ และแบบต้องปรับตามสภาพของการขุดค้นทางโบราณคดี หมายความว่า เมื่อขุดเจอโบราณคดีก็ไม่สามารถสร้างทับได้

“ในจดหมายเราได้เน้นย้ำว่า ในระหว่างที่ดำเนินการไป ขอองค์กรต่างๆที่อยู่บริเวณนั้น ทั้งชาวบ้าน สถานศึกษาที่อยู่บริเวณนั้น รวมถึงองค์กรที่ยื่นค้าน ควรจะมีบทบาทในการที่จะกำกับด้วย เพราะเราก็กังวลเช่นกันว่า ถ้ามันไม่เป็นไปตามแบบ คิดจะสร้างอะไรก็สร้าง เราจะได้ไปกำกับตรงนั้นได้ทัน นักโบราณคดี หรือใครที่ทักท้วงเรื่องนี้ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตรงนี้ได้ ดังนั้นเราจึงเห็นว่ากระบวนการควรเดินหน้าไม่ใช่หยุดชะงัก”

เสาวคนธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 14,874 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.