• 23 กันยายน 2560 - 23:24 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ภาคประชาชนทวงถาม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค แจงไม่ซ้ำซ้อนกับ สคบ.

 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 - 13:26 น.  |   เข้าชม: 739 ครั้ง  พิมพ์

 

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคกว่า 150 คน มายื่นหนังสือคัดค้านมติการประชุมหารือการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค และขอให้สนับสนุนกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคกับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดยมีนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีสำนักนายกฯ เป็นผู้รับหนังสือแทน

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ตัวแทนผู้มอบหนังสือ กล่าวว่า ประชาชนช่วยกันผลักดันกฎหมายองค์การอิสระฯ มา 19 ปี ผ่านการทำงานร่วมกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มา 3 คน ทั้งยังผ่านการกลั่นกรองจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทุกขั้นตอนมาแล้ว กฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่กฎหมายของภาคประชาชน การกล่าวอ้างว่านี่เป็นกฎหมายของภาคประชาชนจึงไม่ใช่เหตุผล

“เพราะ สคบ.เป็นตัวแทนประชาชนไม่ได้ เนื่องจากต้องทำตามนโยบายของรัฐ แต่องค์การอิสระฯ สามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กฎหมายต่าง ๆ เป็นธรรมกับผู้บริโภคทุกคน เราจึงมาทวงถามถึงกฎหมายองค์การอิสระฯ จากรัฐบาลชุดนี้ และเครือข่ายฯ จะขอปรึกษากับ ม.ล.ปนัดดา โดยตรงอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอให้ตัวแทนที่มารับหนังสือนัดหมายให้กับเครือข่ายผู้บริโภค โดยจะขอฟังคำตอบภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ไม่เช่นนั้นจะมาทวงถามอีกครั้ง” นางสาวบุญยืน กล่าว

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า องค์การอิสระฯ ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐและไม่ซ้ำซ้อนกับสคบ. เช่น บริษัทรับสร้างบ้านแล้วโฆษณาว่าจะมีสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่มี สคบ.ก็ยังทำหน้าที่สั่งจับ ปรับ หรือบังคับใช้กฎหมายได้ แต่องค์การอิสระฯ ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐ จึงไม่ซ้ำซ้อนกัน ส่วนเรื่องอำนาจการฟ้องคดีนั้น ผู้บริโภคสามารถฟ้องคดีได้อยู่แล้วโดยใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 เนื่องจากการใช้สิทธิฟ้องคดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

“น่าแปลกใจว่ากฎหมายนี้ผ่านสภาตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ในปี 2553 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ โดยองค์การอิสระฯ ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้ง 2 ฉบับ คือปี 2540 และปี 2550 ดังนั้น รัฐบาลนี้จึงควรเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่จัดประชุมกันแล้วบอกให้ทุกภาคส่วนตัดสินใจ แต่ไม่มีตัวแทนผู้บริโภค เราจึงไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุม และยืนยันว่าต้องมีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว

ด้านนางสาวพวงทอง ว่องไว ตัวแทนจาก เครือข่ายผู้บริโภคภาคเหนือ ให้ความเห็นว่า ภาคประชาชนมาในวันนี้ เพื่อทำให้ทุกภาคส่วนรู้ข้อมูลอย่างแท้จริงว่ากฎหมายผู้บริโภคต้องมีตัวแทนจากผู้บริโภคในการผลักดันกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลมีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา เช่น ฟ้องหน่วยงานรัฐด้วยกันไม่ได้ คือ ไม่มีหน่วยงานไหนให้ประชาชนมีสิทธิต่อรองได้ เพื่อจะไม่ทำให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ

“องค์การอิสระฯ จะเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานรัฐเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง และจะทำให้ประชาชนรู้เท่าทันข้อมูล อยากให้ ม.ล.ปนัดดาทบทวนและจัดเวทีอีกครั้ง โดยให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและผลักดันร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระฯ ให้เป็นกฎหมายอย่างแท้จริง” นางสาวพวงทอง กล่าว

นายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นผู้รับหนังสือแทน กล่าวว่า ยินดีที่ภาคประชาชนมีข้อเสนอแนะที่จะให้ภาครัฐ หรือรัฐบาลช่วยผลักดัน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา และเปิดใจกว้างอยู่แล้ว นี่เป็นโอกาสดีที่ได้มาเสนอแนะให้รัฐผลักดันงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน.

โครงการร่วมมืออื่นๆ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,564 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.