• 24 กรกฎาคม 2560 - 01:45 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ครม. ลักลั่น มติ ครม. ยกเลิกมติ ครม. ปิดเหมืองทอง?

 วันที่ 14 มิถุนายน 2559 - 10:22 น.  |   เข้าชม: 974 ครั้ง  พิมพ์

 

บทความโดย กองบรรณาธิการเพจเหมืองแร่ เมืองเลย วี2

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0505/ว(ล) 20618  ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2559  เพื่อแจ้งแก่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ว่าขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  เรื่อง รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแก้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) 

เนื้อหาในหนังสือฉบับดังกล่าวมีว่า  ตามที่ได้ยืนยัน/แจ้งมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  เกี่ยวกับเรื่องรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯมาเพื่อทราบนั้น  ในคราวประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559  ครม. พิจารณาเห็นว่าตามที่ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  เรื่อง รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ  ซึ่งเป็นการรายงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รวอ.) เกี่ยวกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัคราฯในรูปแบบวีดิทัศน์  โดยไม่มีเอกสารเสนอ ครม.  จึงให้ยกเลิกมติ ครม. และมีมติใหม่เป็นดังนี้

1. รับทราบตามที่ รวอ. รายงานในรูปแบบวีดิทัศน์  และให้กระทรวงอุตสาหกรรมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯให้เป็นที่เข้าใจอย่างถูกต้องตรงกัน

2. ให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ความคลุมเครือทั้งหลายในรอบเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง รวอ. กับข้าราชการในกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และพวกที่ถือหางบริษัทอัคราฯก็กระจ่างชัดเสียทีว่าเป็นเรื่องจริง 

เป็นเรื่องน่าตลกสิ้นดีที่การรายงานของ รวอ. เกี่ยวกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯเป็นรูปแบบ ‘วีดิทัศน์’

เป็นไปได้ว่า ครม. ตอกหน้า รวอ. ว่าตามที่รายงานมาในรูปแบบวีดิทัศน์ต่อหน้ารัฐมนตรีกระทรวงอื่น ๆ เต็มโต๊ะที่ประชุม ครม. โดยไม่มีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเสนอ ครม. ถือเป็นความผิดพลาด  จึงเป็นเหตุให้ ครม. มีมติใหม่ให้ยกเลิกข้อเสนอทั้งหมดตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559

หรือเป็นไปได้ว่า ครม. ลอยแพ รวอ. 

หรือเป็นไปได้ว่า ครม. ไม่หนุนหลังรัฐมนตรี 4 กระทรวง  โดยเฉพาะ รวอ. ที่เป็นตัวหลักอีกต่อไป 

หรือเป็นไปได้ว่าทำให้มติ ครม. ลดชั้นลงกลายเป็นมติรัฐมนตรี 4 กระทรวง  พูดให้ชัดขึ้นก็ให้รัฐมนตรี 4 กระทรวง  โดยเฉพาะ รวอ. ที่เป็นตัวหลักรับผิดชอบเอง  ไม่เกี่ยวกับความรับผิดชอบในระดับ ครม./รัฐบาล อีกต่อไป

หากเป็นไปตามสมมุติฐานดังกล่าว  จึงมีคำถามว่าเหตุใด ครม./รัฐบาล จึงยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขมติ ครม. ? 

คำตอบที่ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงตามสถานการณ์ที่สุดก็น่าจะเป็นเพราะกลัวบริษัทอัคราฯฟ้องร้องดำเนินคดีต่อรัฐบาลไทยตามข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ  หรือกลไกระหว่างประเทศต่าง ๆ  รวมทั้งการกดดันอย่างหนักระหว่างรัฐบาลออสเตรเลียกับรัฐบาลไทย  และความหวั่นเกรงความเชื่อมั่นในการลงทุน  ครม./รัฐบาลจึงต้องถอยฉากด้วยการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขมติ ครม. ให้มีท่าทีอ่อนลง  จนถึงขั้นอาจจะนำไปสู่การผ่อนปรนให้มีการทำเหมืองทองคำต่อไปได้จนสิ้นอายุประทานบัตรในปี 2570 และ 2571 (รวมถึงเปิดโอกาสให้บริษัทอัคราฯขอสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำแปลงใหม่ ๆ ต่อไปได้อีก)  ไม่ใช่สิ้นปี 2559 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 อีกต่อไป

จนบัดนี้  เอกสารชิ้นแรกที่เป็นวีดิทัศน์  เอกสารชิ้นที่สองคือรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแก้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ของกระทรวงอุตสาหกรรม  และเอกสารชิ้นที่สามคือมติการประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ที่ รวอ. ควรจะต้องนำมาเป็นเอกสารประกอบการนำเสนอ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  ก็ยังหาไม่พบ  ไม่ปรากฎให้เห็น

มีแต่เพียงแผนภาพ (Infographic)  ‘ยุติการอนุญาตการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำ’  ในเว็บไซต์ของ กพร.  ตามลิ้งก์นี้ http://www.dpim.go.th/InfographicsFile/article?catid=275&articleid=6977  ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นแผนภาพที่ทำขึ้นจาก ‘วีดิทัศน์’ ที่ รวอ. ใช้นำเสนอต่อ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559

ดังนั้น การมีมติ ครม. เพื่อยกเลิกมติ ครม. ปิดเหมืองทองอัคราฯเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  อาจจะส่งผลในทางลบ  ดังนี้

(1) ส่งผลให้มีการทำเหมืองแร่ทองคำชาตรีและชาตรีเหนือของบริษัทอัคราฯต่อไป  (ไม่หยุดทำเหมืองปลายปี 2559 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 อีกต่อไป)

(2) ส่งผลให้มีการขออนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ  ซึ่งปัจจุบันมีคำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ  จาก 12 บริษัท  ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด  ได้แก่  เพชรบูรณ์  พิจิตร  จันทบุรี  ระยอง  พิษณุโลก  ลพบุรี  สระบุรี  สระแก้ว  นครสวรรค์และสตูล  จำนวน 177 แปลง  พื้นที่ประมาณ 1,539,644 ไร่  ต่อไป 

ซึ่งส่วนใหญ่เกือบล้านไร่เป็นการขออนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำของอัคราฯ  บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก  และจังหวัดสระบุรี  เพียงแห่งเดียว

(3) ส่งผลให้มีการขออนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ  ซึ่งปัจจุบันมีคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำเพียงบริษัทเดียว คือ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ที่จังหวัดเลย  จำนวน 107 แปลง  พื้นที่ประมาณ 28,780 ไร่  ต่อไป

(4) ส่งผลให้มีการขออนุญาตคำขอต่ออายุประทานบัตร  ซึ่งปัจจุบันมีคำขอต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำเพียงบริษัทเดียว  คือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  จำนวน 1 แปลง  พื้นที่ 93 ไร่  ต่อไป

ที่บอกว่า ‘อาจจะ’ ก็เพราะเห็นว่ายังมีช่องทางในทางบวกที่เป็นประโยชน์อยู่พอสมควร  จากการให้สัมภาษณ์ข่าวกับสำนักข่าวอิศราของ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ‘'พล.ต.สรรเสริญ' ยันรัฐบาลให้ปิดเหมืองทองอัคราฯ สิ้นปี 59 เหมือนเดิม’  ตามลิ้งก์นี้ http://www.isranews.org/thaireform/thaireform-news/item/47618-gold_47618.html  ก็ทำให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของอัคราฯ  และชาวบ้านในพื้นที่สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำอื่น ๆ ทั่วประเทศก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง  เพราะ พล.ต.สรรเสริญได้ยืนยันว่ามติ ครม. เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 มิได้เป็นคำสั่งยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ที่ให้ปิดเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัคราฯในสิ้นปี 2559  ตามที่เข้าใจและมีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ขณะนี้แต่อย่างใด  เพียงแต่เป็นขั้นตอนทางเทคนิคเท่านั้น 

รวมทั้งการให้สัมภาษณ์ของนางอรรชกา สีบุญเรือง  รวอ.  ต่อผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส  ตามลิ้งก์นี้ http://www.citizenthaipbs.net/node/9049  ก็ยืนยันหนักแน่นว่า  “นโยบายปิดเหมืองทองคำยังมีต่อไปตามเดิม  บริษัทอัคราฯยังประกอบโลหะกรรมถึงแค่สิ้นปี 2559 เท่านั้น  ไม่ว่าคำสั่ง (มติ ครม.) เก่าหรือใหม่  ท่านนายกรัฐมนตรียังปิดหมือนเดิม” 

เพียงแต่สาระสำคัญที่ทำให้ต้องยกเลิกมติ ครม. อยู่ที่การใช้ภาษาในเอกสาร  เพราะการเสนอ ครม. ครั้งที่แถลงเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 นั้น  กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้เสนอ ครม. เป็นเอกสารต่อที่ประชุม  แต่เป็นการรวบรวมเนื้อหาเสนอในรูปแบบวีดิทัศน์  หรือ VTR  หรือคลิปวีดีโอ  ให้ ครม.รับชมแทนเอกสาร  ซึ่งภาษาในเอกสารมีปัญหาเพราะมติ ครม. ข้อที่ 1 จบลงท้ายโดยไม่มีการระบุว่ากระทรวงอุตสาหกรรมรายงานด้วย ‘วีดิทัศน์’  เลขาธิการ ครม. จึงแจ้งยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559  และทำมติ ครม. ขึ้นใหม่ในวันที่ 7 มิถุนายน 2559  ซึ่งมีการเพิ่มเติมคำว่า ‘วีดิทัศน์’ เข้ามาเพียงคำเดียว

ถ้าเป็นแบบที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  และ รวอ. ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวก็นับว่าเป็นเรื่องดีต่อชาวบ้าน  ไม่ต้องหวั่นวิตกกังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้น 

แต่โปรดดูแผนภาพที่ได้ทำการเปรียบเทียบมติ ครม. ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 (หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0505/16885  ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2559)  และวันที่ 7 มิถุนายน 2559 (หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ด่วนที่สุด  ที่ นร 0505/ว(ล) 20618  และที่ นร 0505/ว(ล) 20619  ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2559)  ว่าถ้อยความที่มีความแตกต่างกันนั้นมันมีนัยยะสำคัญอย่างไรกันแน่

“ใครล้อเล่นอะไรกับใคร ?”

“ใครลวงใคร ?”

ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของการต่อสู้คัดค้านของชาวบ้านที่นี่ได้ทำให้ข้อมูลผลกระทบ การตรวจหาสารโลหะหนักและมลพิษต่าง ๆ ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนว่าเกิดผลกระทบขึ้นจริงกับชาวบ้านที่นี่  ไม่ว่าจะมีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตามว่าเหมืองไม่ได้เป็นต้นเหตุ  หรือไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างสารพิษกับการประกอบกิจการทำเหมือง  มันก็หลีกหนีความจริงไม่พ้น  เพราะข้อเท็จจริงมันเห็นอยู่เต็มตาเต็มความรู้สึกของคนทั่วไปที่ติดตามข่าวสาร

การเผยแพร่และรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อที่จะได้เกิดความเห็นอันหลากหลายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความคิดและจิตใจ  รวมไปถึงการพัฒนาความคิดและความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์และตีความอันหลากหลายของคนในสังคม  ที่ทุกตัวอักษรมันได้ปิดบังและซ่อนเร้นความหมายเอาไว้ 

สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายสังคมที่ตื่นตัว กระตือรือล้น มุ่งประโยชน์สาธารณะ 

 

ไม่ใช่ปิดบังข้อมูลข่าวสารเอาไว้โดยอ้างเหตุผลที่ตื้นเขลาเบาปัญญาว่า  ยังไม่เป็นเอกสารตัวจริง (อาจจะเป็นเอกสารเท็จ) เพราะไม่มีตราครุฑและไม่มีการลงนาม  ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะต่อสายกับผู้มีอำนาจเพื่อขอความเมตตาแบบไร้สติ  แทนที่จะรีบคิด วิเคราะห์ แยกแยะและตีความความหมายกับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงเพื่อพัฒนาความคิดและจิตสำนึกการต่อสู้ 

สุดท้ายนี้  ขอส่งกำลังใจให้ชาวบ้านจงต่อสู้ด้วยความหวังพลังกายใจอันมุ่งมั่นอย่างเปี่ยมล้น  อย่าได้หวั่นไหวต่ออุปสรรคขวากหนามของอำนาจ อิทธิพลและการเมืองใด ๆ

#เพราะเราคือเพื่อนกัน

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,240 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.