• 24 กรกฎาคม 2560 - 01:50 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ภาคประชาสังคมอาเซียนค้านกลไกเอกชนฟ้องรัฐในการเจรจา RCEP จี้รัฐบาลไม่รับ “ISDS” พร้อมเปิดเผยเนื้อหาให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วม

 วันที่ 3 สิงหาคม 2559 - 22:20 น.  |   เข้าชม: 494 ครั้ง  พิมพ์

 

จากกรณีที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีการค้าของประเทศที่ร่วมเจรจาข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน (RCEP หรือ ASEAN+6) ว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างเอกชนและรัฐ (ISDS) และเนื้อหาข้อตกลงอื่นๆ ที่ยังตกลงกันไม่ได้ ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น

นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่รณรงค์ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และแกนนำกลุ่ม FTA Watch กล่าวว่า ภาคประชาสังคมใน 16 ชาติที่ติดตามการเจรจานี้ได้ออกแถลงการณ์ขอเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ของประเทศที่ร่วมเจรจาข้อตกลง RCEP ไม่นำเรื่องกลไก ISDS มาเจรจาในข้อตกลงฯ รวมถึงไม่รับข้อบทที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติฟ้องรัฐผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้

นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลของ 16 ประเทศกำลังเจรจาโดยไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ จากสำเนาเอกสารที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นว่ามีข้อเสนอให้นักลงทุนต่างชาติฟ้องดำเนินคดีกับรัฐบาลภายใต้กลไกอนุญาโตตุลาการได้ ซึ่งถ้าข้อเสนอนี้ผ่านในการเจรจาข้อตกลง RCEP จะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติฟ้องรัฐบาลต่างๆ ที่ร่วมลงนามได้ และถ้ารัฐบาลมีนโยบายหรือกฎหมายที่ทำให้ผลประโยชน์ของนักลงทุนเหล่านั้นได้รับผลกระทบ เช่น ส่งผลให้กำไรของบริษัทต่างชาติลดลง แม้ว่านโยบายนั้นจะเป็นประโยชน์ของสาธารณะ นักลงทุนต่างชาติจะเรียกร้องค่าเสียหายและดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลจากรัฐได้

“กรณีฟ้องร้องโดยใช้กลไก ISDS ที่ผ่านมา ท้าทายนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ภาษี และการเงิน โดยมีจำนวนสูงถึง 636 คดี มีรัฐบาล 107 ประเทศที่ถูกฟ้อง และจำนวนการฟ้องร้องได้สูงขึ้นอย่างมากในแต่ละปี ซึ่งคดีเหล่านี้ส่วนมากจะตัดสินโดยคำนึงถึงสิทธิของนักลงทุนเป็นหลัก แต่จำกัดอำนาจของรัฐบาลในการออกกฎหมายหรือมาตรการต่างๆ จนทำให้รัฐบาลในประเทศที่พัฒนาแล้วและที่กำลังพัฒนากลับมาพิจารณาใหม่ว่าสมควรจะสนับสนุนการคุ้มครองการลงทุนที่มีมาตรการนี้ในสนธิสัญญาการลงทุนแบบทวิภาคีต่างๆ (BITs) และข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) หรือไม่" แกนนำกลุ่ม FTA Watch กล่าว

เจ้าหน้าที่รณรงค์ กล่าวอีกว่า ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติและผู้เชี่ยวชาญอิสระในเรื่องสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงคดีภายใต้กลไก ISDS ที่เกิดขึ้นว่า กลไกการกำหนดนโยบายของรัฐและอำนาจในการออกกฎหมายเพื่อผลประโยชน์สาธารณะกำลังอยู่ในอันตราย เพราะจะทำให้การออกกฎหมายและนโยบายต่างๆ ของรัฐเป็นอัมพาต บุคคลเหล่านี้ได้เสนอแนะว่า ในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อตกลง RCEP เนื้อหาการเจรจานั้นจะต้องเผยแพร่ต่อสาธารณะ และการเจรจาจะต้องมีความโปร่งใส มีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสีย ซี่งรวมถึงภาคประชาสังคมด้วย

ทั้งนี้ ประเทศที่เข้าร่วมในการเจรจาข้อตกลง RCEP จำนวน ๑๖ ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล 081-6129551

>>>>>> 

แถลงการณ์เครือข่ายภาคประชาสังคม “ไม่รับ” บทว่าด้วยนักลงทุนฟ้องรัฐได้ใน RCEP

รัฐบาลของ 16 ประเทศกำลังเจรจาข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP โดยไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ จากสำเนาเอกสารในบทว่าด้วยการลงทุนที่หลุดรั่วออกมา แสดงให้เห็นว่ามีข้อเสนอให้นักลงทุนต่างชาติฟ้องดำเนินคดีกับรัฐบาลภายใต้ กลไกอนุญาโตตุลาการได้

นักลงุทนต่างชาติจะเรียกร้องค่าเสียหายและดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลจากรัฐได้ ถ้าข้อเสนอนี้ผ่านในการเจรจาข้อตกลง RCEP กลไกระงับข้อพิพาทระหว่างเอกขนและรัฐ (Investor-to-State Dispute Settlement) หรือ ISDS จะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติฟ้องรัฐบาลต่างๆ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลง RCEP ได้ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายหรือกฎหมายที่ทำให้ผลประโยชน์ของนักลงทุนเหล่านั้นกระทบ กระเทือน เช่น การที่รัฐมีนโยบายหรือออกหรือแก้ไขกฎหมายต่างๆ และส่งผลให้กำไรของบริษัทต่างชาติลดลง แม้ว่านโยบายหรือกฏหมายนั้นจะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะ

กรณีฟ้องร้องโดยใช้กลไก ISDS ที่ผ่านมาได้ท้าทายนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ภาษี ะการเงิน และนโยบายอื่นๆ กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้น รัฐบาลประเทศหนึ่งที่ออกนโยบายเหล่านี้และแพ้คดี ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนเงินสูงถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นภาระหนักยิ่งที่รัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดจะต้องหาเงินมาจ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศอย่างกัมพูชา ลาว และเมีนมาร์ ที่เป็นประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดและอยู่ในการเจรจาข้อตกลง RCEP ด้วย จะต้องแบกรับภาระชดใช้ค่าเสียหายที่หนักหนาสาหัสนนี้ให้แก่นักลงทุนต่างชาติ

เท่าที่สืบค้นได้ กรณีฟ้องร้องโดยใช้กลไก ISDS นี้มีจำนวนสูงถึง 696 คดีและมีรัฐบาล 107 ประเทศที่ถูกฟ้อง และจำนวนการฟ้องร้องด้วยมาตรการแบบนี้ในแต่ละปีได้สูงขึ้นอย่างมาก (โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2015) คดีเหล่านี้ โดยส่วนมากแล้ว จะตัดสินโดยคำนึงถึงสิทธิของนักลงทุนเป็นหลัก แต่จำกัดอำนาจของรัฐบาลในการออกกฏหมายหรือมาตราการต่างๆ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลในประเทศที่พัฒนาแล้วและที่กำลังพัฒนากลับมาพิจารณาใหม่ ว่าสมควรจะสนับสนุนบทว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนที่มีมาตรการ ISDS ในสนธิสัญญาการลงทุนแบบทวิภาคีต่างๆ (Bilateral Investment Treaties) หรือ BITs และข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement) หรือ FTA หรือไม่ ตัวอย่างที่ปรากฎในประเทศที่ร่วมเจรจาข้อตกลง RCEP ได้แก่
• อินเดียและอินโดนีเซียกำลังจะถอนตัวจาก BITs
• อัยการสูงสุดของสิงคโปร์และหัวหน้าผู้พิพากษาของศาลสูงสุดในออสเตรเลียได้แสดงความกังวลต่อกลไก ISDS
• หัวหน้าผู้พิพากษาของนิวซีแลนด์ตั้งข้อสังเกตว่า การพิจารณาคดีโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนในศาลท้องถิ่นต่างๆ อาจก่อให้เกิดการฟ้องร้องโดยใช้กลไก ISDS ได้

แม้แต่ประเทศที่ไม่ได้ร่วมเจรจาข้อตกลง RCEP ก็มีท่าทีคัดค้านกลไก ISDS เช่น
• ประเทศอัฟริกาใต้และเอกาดอร์กำลังถอนตัวจาก BITs
• รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนีคัดค้านกลไก ISDS ในการเจรจา FTA ระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ
• สมาชิกรัฐสภาของเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และออสเตรียคัดค้านกลไก ISDS ในการเจรจา FTA กับแคนาดาและสหรัฐฯ
• สภาในระดับรัฐของสหรัฐฯ ของทุกรัฐคัดค้านกลไก ISDS ในสนธิสัญญาต่างๆ

หน่วยงานต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติได้แสดงความกังวลต่อกลไก ISDS นอกจากนี้ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติและผู้เชี่ยวชาญอิสระในเรื่องสิทธิมนุษยชน 10 คนยังกล่าวถึงคดีภายใต้กลไก ISDS ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ‘กลไกการกำหนดนโยบายของรัฐและอำนาจในการออกกฎหมายเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ กำลังอยู่ในอันตราย’ เพราะจะทำให้การออกกฎหมายและนโยบายต่างๆ ของรัฐต้องเป็นอัมพาต บุคคลเหล่านี้จึงมีข้อเสนอแนะว่า ในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อตกลง RCEP เนื้อหาการเจรจาจะต้องเผยแพร่ต่อสาธารณะ และการเจรจาจะต้องมีความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซี่งรวมถึงภาคประชาสังคมด้วย

การประชุมของรัฐมนตรีด้านการค้าเกี่ยวกับข้อตกลง RCEP จะมีขึ้นที่ประเทศลาวในวันที่ 5 สิงหาคม 2559 เพื่อที่จะเจรจาหาทางออกในประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ในการเจรจารอบก่อนๆ

ด้วยแถลงการณ์ฉบับนี้ องค์กรภาคประชาสังคมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ 95 องค์กร ตามที่มีรายชื่อต่อไปนี้ ซึ่งอยู่ในประเทศที่ร่วมเจรจาข้อตกลง RCEP (รวมถึงท่านที่ร่วมลงนามเพิ่มเติมเป็นรายบุคคลและในนามส่วนตัว) ขอเรียกร้องในรัฐบาลต่างๆ ของประเทศที่ร่วมเจรจาข้อตกลง RCEP ปฏิเสธไม่เอาเรื่องกลไก ISDS มาเจรจาในข้อตกลง RCEP

ประเทศที่ร่วมในการเจรจาข้อตกลง RCEP ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,240 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.