• 24 กรกฎาคม 2560 - 01:41 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

วันผู้สูญหายสากล แอมเนสตี้ตามติดกรณีทนายสมชาย-บิลลี่-สมบัด สมพอน

 วันที่ 29 สิงหาคม 2559 - 06:34 น.  |   เข้าชม: 642 ครั้ง  พิมพ์

 

แอมเนสตี้ระบุหลายประเทศยังใช้การอุ้มหายปิดปากคนเห็นต่าง ย้ำตามติดกรณีทนายสมชาย บิลลี่ และสมบัด สมพอน เนื่องในวันผู้สูญหายสากล

 

เนื่องด้วยวันที่ 30 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันผู้สูญหายสากล (International Day of the Disappeared) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุคคลที่สูญหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ภาวะสงคราม การปราบปรามจากรัฐ หรือการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศ และส่งผลให้มีผู้สูญหายและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลพบว่าในหลายประเทศ การบังคับบุคคลให้สูญหายหรือ “อุ้มหาย” ยังคงถูกใช้เพื่อรักษาอำนาจรัฐและปิดปากคนเห็นต่างอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้สนับสนุนแอมเนสตี้มากกว่า 7 ล้านคนร่วมกันรณรงค์เรียกร้องความยุติธรรมและความจริงให้กับผู้ที่ถูกอุ้มหายหลายร้อยคนในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ยังคงติดตามกรณีการหายตัวไปของ “สมบัด สมพอน” นักกิจกรรมชาวลาวที่หายตัวไปตั้งแต่ปลายปี 2555 อย่างต่อเนื่อง โดยแอมเนสตี้เรียกร้องให้รัฐบาลาวจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสืบหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการสืบสวนของตำรวจที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและรัฐบาลเองล้มเหลวในการแจ้งความคืบหน้าการสืบสวนต่อครอบครัวของสมบัดด้วย นอกจากนี้ แอมเนสตี้ยังเรียกร้องให้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัก โอบามา พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการดินทางเยือนลาวเดือนหน้าด้วย

 

สำหรับในประเทศไทยนั้น แอมเนสตี้ติดตามกรณีการหายตัวไปของ “สมชาย นีละไพจิตร” ทนายความสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของประเทศที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2547 และ “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ ผู้นำกลุ่มชาวกะเหรี่ยงบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2557 หลังมีปัญหากับเจ้าหน้าที่อุทยาน โดยผู้ต้องสงสัยของทั้งสองคดี ศาลฎีกายกฟ้องทั้งหมด

 

ซาลิล เช็ตตี้ เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รณรงค์ให้กับผู้ที่ถูกอุ้มหายหลายร้อยกรณีทั่วทุกมุมโลก ในโอกาสวันแห่งผู้สูญหายสากล ผู้สนับสนุนหลายล้านคนทั่วโลกของเรายืนยันจะเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ที่เกิดการอุ้มหายยุติการกระทำอันโหดร้ายนี้ตลอดไป”

 

การอุ้มหายขัดต่อสิทธิมนุษยชนสากลและกฎหมายระหว่างประเทศขั้นร้ายแรง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกสืบหาความจริงอย่างโปร่งใสและเป็นกลาง นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ออกกฎหมายป้องกันและปราบปรามการอุ้มหายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนชดเชยครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมด้วย.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,240 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.