• 27 มิถุนายน 2560 - 00:26 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

หยุดไล่รื้อ ชุมชนป้อมมหากาฬ พัฒนาเมืองทางเลือกใหม่ คนจนต้องอยู่คู่เมือง

 วันที่ 7 ตุลาคม 2559 - 04:04 น.  |   เข้าชม: 697 ครั้ง  พิมพ์

 

สืบเนื่องกรณี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อเวลา 09:00 น. ของวันที่ 5 ต.ค. ซึ่งมีผลสรุปมอบหมายให้ “มหาดไทย” เป็นหน่วยงานหลักนำพื้นที่สาธารณะประโยชน์กลับคืน รวมถึงกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ โดยระบุว่า ภาครัฐจำเป็นต้องนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร และกองทับบก ให้ร่วมวางแผนการรื้อถอนนั้น

เครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิที่อยู่อาศัย เห็นว่าการพัฒนาเมืองโดยการทำลายชุมชนโบราณ ทำลายวิถีความเป็นชุมชน แล้วนำมาทำเป็นสวนหย่อมทั้งที่มีผลการศึกษาแล้วว่าบริเวณพื้นที่หลังกำแพงป้อมมหากาฬเป็นพื้นที่ปิด ไม่เหมาะแก่การทำเป็นสวนหย่อม และเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองในสังคมโลกปัจจุบัน เสมือนรัฐบาลไม่ได้เข้าใจในการแก้ปัญหากรณีที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ทั้งที่เพิ่งผ่านวันที่อยู่อาศัยโลกไปเพียงไม่กี่วันรัฐบาลกลับออกมาตรการรื้อถอนทำลายที่อยู่อาศัยอย่างเข้มข้นมากยิ่งขื้น

ดังนั้นเครือข่ายสลัม 4 ภาค ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ต้องเปลี่ยนทัศนะคติในการพัฒนาเมืองที่มุ่งเน้นแต่สร้างวัตถุต่าง ๆ แล้วเบียดขับ ไล่รื้อคนจนกระทั้งไร้ที่ยืน ไร้ที่อยู่อาศัยในสังคมเมือง โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

หนึ่ง ให้ตั้งคณะกรรมการพหุภาคีตามนโยบายประชารัฐ และร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด สอง ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ส่วนกลางที่จะเชื่อมโยงกับย่านเมืองเก่าทั้งหมด สาม การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยมีฐานจากวัฒนธรรมชุมชน สิ่งเก่าและใหม่ จะต้องอยู่ร่วมกันได้ สี่ การอนุรักษ์ต้องเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เสริมความเป็นโบราณสถาน ภูมิทัศน์ และวัฒนธรรมที่เสริมการอนุรักษ์ที่เป็นสากล เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร จะเข้าใจถึงความเดือดร้อน และมีมุมมองในการพัฒนาเมืองที่ต่างไปจากเดิม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในสังคม

ด้วยจิตคารวะ

เครือข่ายสลัม 4 ภาค

7 ตุลาคม 2559

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,140 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.