• 27 มิถุนายน 2562 - 12:19 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายทวายเรียกร้องแก้ไขปัญหาสำคัญก่อนรื้อฟื้นโครงการทวาย

 วันที่ 9 ธันวาคม 2557 - 22:10 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,049 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 9 ตุลาคม 2557 สมาคมพัฒนาทวาย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าและรัฐบาลไทยระงับการรื้อฟื้นโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจนกว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการจะได้รับการเยียวยาแก้ไขและหลักปฎิบัติตามมาตรฐานสากลถูกนำมาใช้  นายกรัฐมนตรีไทย พลเอกประยุทธ์ จันโอชา กำลังเยือนประทศพม่าในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังจากการดำรงตำแหน่งเมื่อไม่นานในปีนี้ ท่านผู้นำของทั้งสองประเทศมีกำหนดการที่จะพบปะเจรจาเพื่อรื้อพื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายขึ้นมาอีกครั้ง

โครงการทวายเริ่มขึ้นเมื่อปี 2551 โดยเป็นโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลไทยกับพม่า ซึ่งมีหุ้นส่วนเท่ากันในโครงการ ในปี 2553 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ได้รับสัมปทานเป็นระยะเวลา 60 ปี เพื่อพัฒนาท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม ถนนและทางรถไฟเชื่อมต่อสู่ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่บริษัท อิตาเลียนไทยฯ พัฒนาโครงการนั้น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การยึดที่ดิน การชดเชยให้กับประชาชนที่ต้องถูกโยกย้ายอย่างไม่เพียงพอและไม่เป็นธรรม การไม่ชดเชยให้กับความสูญเสียให้ที่ดินทำกินและป่าอันอุดมสมบูรณ์ รวมถึงผลกระทบสารพัดที่กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอันดีของชุมชนท้องถิ่น โดยที่ไม่มีกลุ่มใดที่ออกมารับผิดชอบต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขี้นเหล่านี้

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2556 รัฐบาลพม่าและรัฐบาลไทยได้เข้ามาควบคุมโครงการและสิทธิในสัมปทานด้วยการเปลี่ยนแปลงจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท ทวาย เอส อี แซด ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ในรูปของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี)  โดยรัฐบาลไทยและพม่าเป็นเจ้าของภายใต้กรอบข้อตกลงใหม่ ซึ่งรัฐบาลทั้งสองมีความรับผิดชอบโดยตรงกับโครงการทวาย และผลกระทบทางลบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ


จากข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับงานในอนาคตที่ต้องดำเนินการ ประมาณการณ์ว่าชาวบ้านจาก 20-36 หมู่บ้าน (ประมาณ 4,384-7,807 ครัวเรือน หรือ 22,000-43,000 คน) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายและโครงการที่เกี่ยว เนื่อง เช่น นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ ถนนเชื่อมต่อ อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่รองรับชาวบ้านที่ต้องถูกโยกย้ายจากที่ตั้งโครงการ

ข้อมูลที่จำกัดเกี่ยวกับโครงการ การขาดการปรึกษาหารือที่มีความหมาย จุดด่างพร้อยของกระบวนการจ่ายค่าชดเชย และการไร้ความรับผิดชอบที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทั้งสองประเทศล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้  หากรัฐบาลทั้งสองต้องการที่จะรื้อฟื้นโครงการขึ้นมา ก็จะต้องเข้ามาจัดการเยียวยาแก้ไขปัญหาเหล่านี้เสียก่อน

รั้วลวดหนามกั้นเขตแดนของพื้นที่โครงการทวาย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประเมินอย่างชัดเจนจากโครงการว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสูญเสียที่ดินและต้องโยกย้ายออกจากพื้นที่จำนวนเท่าใด และจะมีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิต อีกจำนวนเท่าใด

รั้วลวดหนามกั้นเขตแดนของพื้นที่โครงการทวาย
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประเมินอย่างชัดเจนจากโครงการว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสูญเสียที่ดินและต้องโยกย้ายออกจากพื้นที่จำนวนเท่าใด
และจะมีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียทรัพยากร สิ่งแวดล้อม
และวิถีชีวิต อีกจำนวนเท่าใด

"ไม่เอาเขื่อน" คำประกาศที่ชาวบ้านกาโลนท่า หมู่บ้านที่จะต้องถูกโยกย้ายทั้งหมู่บ้านเพื่อสร้างเขื่อนนำน้ำไปใช้ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย

"ไม่เอาเขื่อน" คำประกาศที่ชาวบ้านกาโลนท่า
หมู่บ้านที่จะต้องถูกโยกย้ายทั้งหมู่บ้านเพื่อสร้างเขื่อนนำน้ำไปใช้ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย

ประมาณการณ์ว่าชาวบ้านจาก 20-36 หมู่บ้าน (ประมาณ 4,384-7,807 ครัวเรือน หรือ 22,000-43,000 คน) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายและโครงการที่เกี่ยว เนื่องเช่น นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ ถนนเชื่อมต่อ อ่างเก็บน้ำและพื้นที่รองรับชาวบ้านที่ต้องถูกโยกย้ายจากที่ตั้งโครงการ

ประมาณการณ์ว่าชาวบ้านจาก 20-36 หมู่บ้าน (ประมาณ 4,384-7,807 ครัวเรือน
หรือ 22,000-43,000 คน) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายและโครงการที่เกี่ยว เนื่องเช่น นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ ถนนเชื่อมต่อ อ่างเก็บน้ำและพื้นที่รองรับชาวบ้านที่ต้องถูกโยกย้ายจากที่ตั้งโครงการ

 

ตัน ซิน - ผู้ประสานงานสมาคมพัฒนาทวาย กล่าวว่า “ชุมชนท้องถิ่นไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับโครงการ พวกเขาถูกบังคับให้ออกจากที่ดินของตนเองโดยไม่มีการชดเชยที่เพียงพอและเป็นธรรม จนบัดนี้ยังไม่มีการเยียวยาแก้ไขให้กับประชาชนที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิในกระบวนการที่ผ่านมา ปัญหาต่างๆ ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเริ่มโครงการอีกครั้ง”

ซอ อเล็กซ์ จากเครือข่ายปฎิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมกะเหรี่ยง (KESAN) กล่าวว่า “รัฐบาลทั้งสองประเทศควรจะเคารพในวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนท้องถิ่น ต้องตระหนักถึงแบบแผนการใช้ที่ดิน และบทบาทของคนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ”


ดร. จอ ตู นักกิจกรรมผู้ติดตามการดำเนินงานของโครงการทวาย กล่าวว่า “มันชัดเจนว่ากิจกรรมของโครงการในพื้นที่นั้นดำเนินการโดยชี้ให้เห็นว่า การจัดการโครงการนั้นมีการทุจริตอย่างร้ายแรง หากโครงการดำเนินต่อไป การลงทุนในโครงการก็จะเป็นการรักษาสถานะการดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่น”

สรุปข้อเสนอของ สมาคมพัฒนาทวายขอเรียกร้องกับรัฐบาลพม่าและรัฐบาลไทย ดังนี้

ก. ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มต้นในโครงการใดใด

ข. ต้องดำเนินการตามมาตรฐานสากลทางด้านสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองด้านสังคม

ค. ต้องเคารพในสิทธิชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม รวมถึงหลักการยินยอมที่ได้รับการบอกแจ้งล่วงหน้า และเป็นอิสระ (Free, Prior and Informed Consent)
ง. ต้องดำเนินการให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมีความหมาย ในขั้นตอนวางแผน การดำเนินงาน และการติดตามตรวจสอบโครงการ
จ. ต้องระงับการบีบบังคับหรือข่มขู่คุกคามชุมชนท้องถิ่นในกระบวนการอพยพโยกย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่
ฉ. ต้องเปิดเผยข้อมูลในช่วงเวลาและรูปแบบที่เหมาะสม เช่น การทำรายงานประเมินผลการดำเนินการ (Due Diligence) ที่ทำโดยบริษัท Ernst & Young
ช. ต้องมีมาตราการจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่นอย่างมีความหมายและมีประสิทธิภาพ.

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
ดูวิธีแบบจีนสไตล์ อยู่และจัดการปัญหาหมอกควัน
 เข้าชม: 24,656 ครั้ง  |   วันที่ : 11 มีนาคม 2559 - 11:15 น.
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,761 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.