• 18 ธันวาคม 2560 - 12:11 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ชาวคะฉิ่น ร่วมใจกันจัดงานเต้นรำมะเนา ที่เชียงดาว

 วันที่ 10 ธันวาคม 2557 - 01:26 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,427 ครั้ง พิมพ์

 

ระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2557 นี้ ชาวคะฉิ่น หรือกะฉิ่น (Kachin) บ้านใหม่สามัคคี ตั้งอยู่ติดกับโครงการหลวงหนองเขียว ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการจัดงานพิธีเต้นรำมะเนา(Manau) ซึ่งถือว่าเป็นชุมชนคะฉิ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ตั้งอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านถาวร 100 กว่าหลังคาเรือน

 

นางปันปัน ตัวแทนชาวบ้านคะฉิ่น บ้านใหม่สามัคคี เปิดเผยว่า การเต้นรำมะเนาในประเทศไทยเรา ที่ผ่านมาจะจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เราจัดครั้งหนึ่ง โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2557 นี้ ซึ่งที่ผ่านมา จะมีพี่น้องชนชาติคะฉิ่นที่มาจากเมืองมิตจินา รวมทั้งชาวคะฉิ่นที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายๆ ประเทศ เช่น พม่า จีน ออสเตรเลีย เนปาล ฯลฯ พากันเดินทางมาร่วมงานกัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่รู้ข่าว ต่างพากันมาเที่ยวชมกันอย่างล้นหลาม บางคนถึงกับกระโดดเข้าร่วมเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานจะมีทั้งกลางวันและช่วงกลางคืน

ทั้งนี้ พิธีการเต้นรำมะเนา ถือว่าเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติคะฉิ่นที่ สืบทอดกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน มีการบอกเล่าไว้ว่า พิธีเต้นรำมะเนา ในอดีตนั้น เขาจะจัดขึ้นเพื่อถวายสักการะแด่ นัต มะได (Madai) และจัน (Jan) ซึ่งเป็น “ผี” ที่มีอำนาจบันดาลให้สันติและความสุขความเจริญแด่มนุษย์ การเต้นมะเนาตามแบบความเชื่อดั้งเดิมของคะฉิ่น จะต้องคารวะนัตทั้งสองก่อนเสมอ โดยมีหมอผีเป็นผู้นำพิธีเซ่นไหว้ด้วยวัว ควาย หมู หรือไก่ ต่อมา ชาวคะฉิ่นได้หันมานับถือศาสนาคริสต์ ทำให้การรำมะเนาได้เปลี่ยนมาเป็นการสักการะพระผู้เป็นเจ้าแทนที่จะเป็นนัต แต่ในปัจจุบัน ที่เมืองมยิตจินา เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น ก็ยังคงมีการจัดพิธีการรำมะเนากันขึ้นทุกปี เพื่อแสดงถึงการรวมพลัง ความสามัคคีกัน

 

image

 

ในอดีตนั้น จะมีการเต้นมะเนาในยามศึก ด้วย ซึ่งเรียกกันว่า หนิ่งทาน มะเนา (Ning manau) ที่จัดเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนออกรบ เป็นการสักการะวีรบุรุษสงครามที่ได้จากไปแล้วและกระตุ้นความฮึกเหิมให้แก่ นักรบ ผู้รำจะใช้อาวุธประจำตนชี้ขึ้นฟ้าและปลดอาวุธลงเมื่อจบการรำ หลังเสร็จพิธีก็จะออกรบทันที

นอกจากนั้น ‘เนาส็อต มะเนา’ (Nausawt) สำหรับช่วงพักรบเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจทหารเป็นการบูชานัตเล็กๆ ตอนสองตน และใช้เสามะเนากระดาษแข็งหรือผ้าทำลวดลายง่ายๆเท่านั้น จากนั้น หากได้รับชัยชนะในสงคราม ก็จะมี ปาดัง มะเนา (Padang manau) ที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณนัตและฉลองชัยชนะจากการออกรบ

ส่วนเสามะเนาตั้งปักไว้สูงเด่นเรียงกันเป็นแนวนอน 10 เสาติดกันโดยแต่ละเสาก็จะมีลวดลายสีสันงดงาม แต่แฝงไว้ด้วยความหมาย มีทั้งรูปใบไม้ ต้นไม้ สัตว์ต่างๆ เช่น นกเขา เสือ ปลา มังกร กบ ฯลฯ ว่ากันว่าล้วนซ่อนนัยยะบ่งบอกถึงภาวะและคุณสมบัติที่แตกต่างของมนุษย์ นอกจากนั้น ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ ภาพของตะวัน จันทร์ ดาว ซึ่งบ่งบอกถึงการดำรงชีวิตของสัตว์โลก จักรวาล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นผู้สร้าง และที่โดดเด่นก็คือ มีการสลักลวดลายแผ่นไม้เป็นรูปนกเงือกตัวใหญ่ทอดยาวระหว่างเสามะเนา ซึ่งบ่งบอกว่าทุกสรรพสิ่งนั้นล้วนอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกัน

ในขณะที่พิธีเต้นรำมะเนาในประเทศไทยนั้น ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2-5 ธันวาคม 2545 ที่บ้านใหม่สามัคคี เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็ได้มีพิธีการเต้นรำมะเนากันในทุกๆ สองปี และมีการสำรวจกันว่า ปัจจุบัน มีชนเผ่าคะฉิ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทย ประมาณ 15,000 คน โดยจะอาศัยอยู่กระจัดกระจายร่วมกับชนพื้นเมืองอื่นๆ ในหลายๆ พื้นที่ของเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,923 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.