• 19 มิถุนายน 2562 - 01:02 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

พีมูฟทั่วประเทศรวมตัวส่งสาส์นถึงสปช. สนช. จี้ระงับทบทวนแผนแม่บทป่าไม้

 วันที่ 17 ธันวาคม 2557 - 14:44 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,422 ครั้ง พิมพ์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 17 ธ.ค.2557 ขบวนการประชานเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) นำโดยนายสุวิน พ่วงแพ เครือข่ายป่าชุมขนรอยต่อ5จังหวัดภาคตะวันออก นายดิเรก กองเงิน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ นายจานงค์ หนูพันธ์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค นางกันยา ปันกิตติ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด นางอรนุช ผลภิญโญ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ส่งหนังสือท้วงปัญหาจากคำสั่งคสช.ฉบับที่ 64 และฉบับที่ 66 รวมถึงแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินรัฐและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2557 ถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทั้งนี้ในเวลา 14:00 น. ขบวนการประชานเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ยังออกแถลงการณ์ รัฐต้องหยุด !!! เข่นฆ่า คุกคาม ชุมชนด้วยแผนแม่บทป่าไม้ ยืนหยัดเพื่อ “สิทธิชุมชน” หยุด “ปล้นที่ดินคนจน” โดยเนื้อหาของจดหมายและแถลงการณ์มีดังนี้

 

ขบวนการประชานเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) เป็นส่วนหนึ่งของผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐภายใต้คำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 / 2557 รวมทั้งแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินรัฐและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2557 จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้เผชิญกับประสบการณ์อันโหดร้าย เจ็บปวด รวมถึงความสูญเสียที่ได้รับจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐที่กาลังพยายามทุกวิถีทางที่จะแย่งยึดแผ่นดินที่เราอยู่อาศัยทากินมาแต่บรรพบุรุษ ด้วยการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม ทาลายบ้านเรือนทรัพย์สิน และพืชผลอาสิน ของเราอยู่ตลอดเวลา

 

ภายใต้การต่อสู้เรียกร้องอันยาวนานของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และองค์กรเครือข่าย พวกเราได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ในท่ามกลางภาวะวิกฤติ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก อันเกี่ยวข้องกับการลดลงของทรัพยากรป่าไม้ การแย่งยึดที่ดินในนามของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และข้อกล่าวอ้างในการพัฒนา การก่อสร้าง และการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพื่อความเจริญของประเทศชาติ การแสวงหาผลกาไรสูงสุดของภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่การทำเหมืองแร่ การก่อสร้างเขื่อน การพัฒนาเมือง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ฯลฯล้วนแล้วแต่ผลักไสให้คนจนและเกษตรกรรายย่อยต้องตกเป็นจาเลยของสังคมและเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายเพียงลำพัง

 

การปราศจากซึ่งรัฐธรรมนูญที่ให้ความเคารพและคุ้มครอง “สิทธิชุมชน” ส่งผลให้การปฏิบัติการตาม คำสั่ง คสช. และแผนแม่บทดังกล่าว เป็นไปด้วยความรุนแรงและไร้ความปราณี ชุมชนเกษตรกรรายย่อย ชาวไร้ ชาวนา บนที่สูง ที่ราบ และชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งคนจนเมือง ต่างถูกกีดกัน ผลักดัน ให้อพยพโยกย้ายและละเมิดสิทธิในที่ดิน ทรัพยากร ชีวิต ทรัพย์สิน และอิสรภาพในชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน เราพบว่ามีชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ยากไร้ถูกดาเนินคดีแล้วมากกว่า 300 คน ในข้อหาบุกรุก และอีกกว่า 1,700 ครอบครัว ที่ถูกประกาศยึดคืนพื้นที่ทากิน และออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา และคาดว่าในเดือนมกราคม ถึงเดือน มีนาคม 2558 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 35,000 ครอบครัวการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินไปอย่างเลือดเย็นและไร้ความเป็นธรรม

 

การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมระหว่างชุมชนผู้ยากไร้กับนักลงทุน และผู้มีอิทธิพล

 

ผลกระทบจากแผนแม่บทฯและการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐ ในนามการหยุดยั้งการบุกรุกและการทวงคืน “ผืนป่า” อันเป็นแผ่นดินและถิ่นอาศัยของพวกเรา ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงวิถีชีวิตอย่างปกติสุขของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ชนเผ่า คนพื้นเมือง และชาติพันธ์ ที่อ่อนไหวเปราะบางต่อการอพยพโยกย้าย อันเนืองมาจากการไล่รื้อบ้านเรือน และยึดคืนผืนดินทำกิน

 

การดำเนินการดังกล่าวนอกจากส่งผลโดยตรงต่อวิถีการดำรงชีพ การประกอบอาชีพ แล้วยังส่งผลต่อ

ระบบเศรษฐกิจของคนจน รวมทั้งการดำรงอยู่ และการถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วยการข่มขู่ จับกุมคมขัง การใช้กฎหมายและวิธีการนอกกฎหมาย จากการปฏิบัติการนอกเหนือจากส่งผลสะเทือนจ่อการปกป้องสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นคุณค่าสากล ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิของพลเมืองในประเทศแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นต่อแนวทางการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่รัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่อีกด้วยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งอยู่ในขบวนการต่อสู้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป การจัดการทรัพยากร ด้วยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม การสร้างแนวคิด สิทธิ รูปแบบใหม่ในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม หรือโฉนดชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเราขอเรียกร้องรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้

 

1. ยุติปฏิบัติการทั้งหมดที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชีวิต ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน ของประชาชน และ

เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างยุติธรรม ชะลอการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายในคดีความอัน

เนื่องมาจากปฏิบัติการฯ

 

2. ระงับและทบทวนการบังคับใช้แผนแม่บท และจัดกระบวนการให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมใน

กระบวนการทบทวนและแก้ไขแผนแม่บทอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

 

3. ในระดับนโยบาย ผลักดันให้บัญญัติสิทธิชุมชน รวมทั้งคุ้มครองสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ป่าไม้

และทรัพยากรธรรมชาติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

 

4. ในเชิงกลไก ให้มีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ ปรับปรุงให้

มีความทันสมัย และผลักดันกฎหมายที่ส่งเสริม คุ้มครอง การจัดการที่ดินโดยภาคประชาชน ได้แก่

พ.ร.บ.จัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า พ.ร.บ.จัดตั้งธนาคารที่ดิน และพ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการ

ที่ดินและทรัพยากร.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
ดูวิธีแบบจีนสไตล์ อยู่และจัดการปัญหาหมอกควัน
 เข้าชม: 24,346 ครั้ง  |   วันที่ : 11 มีนาคม 2559 - 11:15 น.
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,729 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.