• 29 มีนาคม 2563 - 00:49 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงร่อนจม.เปิดผนึกไม่เข้าร่วมเวทีเขื่อนดอนสะโฮง 7 ม.ค.นี้

 วันที่ 5 มกราคม 2558 - 14:38 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,075 ครั้ง พิมพ์

 

ภาพจาก-Save the Maekong Our River Feeds Milion



เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงออกจม.เปิดผนึกไม่เข้าร่วมเวทีเขื่อนดอนสะโฮง 7 ม.ค.นี้ ชี้กระบวนการกระบวนการไม่เอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมและรวบรัดจนเกินไป

 

วันนี้ (5 ม.ค.58) มีรายงานว่า เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงออกจดหมายเปิดผนึก เพื่อประกาศตัวไม่เข้าร่วมการประชุมเวที “ให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 มกราคมนี้ ที่สโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเห็นว่า เวที “ให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง” ใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครพนม เชียงราย หนองคาย และ เลย ที่ผ่านมาไม่สามารถให้ข้อมูลผลกระทบอย่างกระจ่างชัด และไม่มีวี่แววว่าจะนำข้อเรียกร้องไปปฏิบัติ

 

“ข้อเรียกร้องต่างๆ ของเครือข่ายฯ ไม่ได้นำมาปฏิบัติแต่อย่างใด เวทีที่จัดทั้ง 5 ครั้ง เป็นเพียงการบอกกล่าว “ให้ข้อมูลโครงการ” แต่ถึงกระนั้นผู้จัดก็ยังไม่สามารถให้ข้อมูลผลกระทบอย่างกระจ่างชัด โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดนที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถตอบคำถาม ข้อกังวลของชาวบ้านได้ และไม่มีเหตุอันใดที่จะทำให้เชื่อว่า กระบวนการนี้จะนำไปเป็นพื้นฐานในการพิจารณาและตัดสินใจในโครงการเขื่อนที่จะ สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงซึ่งเป็นทรัพยากรอันทรง คุณค่าของภูมิภาค” ข้อความในจดหมายระบุ

 

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า “ประชาชนในลุ่มน้ำโขง คนที่อาศัยริมโขง เราได้แสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไม่เอาเขื่อน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนตอนบนในจีน หรือเขื่อนตอนล่าง การจัดเวทีง่ายๆ เชิญคนไม่กี่คนมานั่งฟัง ไม่มีรายงานผลกระทบข้ามพรมแดน ไม่ดูภาพรวมของเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้งหมด ตั้งแต่จีน และ 11 เขื่อนตอนล่าง แบบนี้ก็เป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น”

 

นอกจากนี้ การจัดประชุม ในวันที่ 7 มกราคม ยังใช้สถานที่สโมสรทหารบก เป็นการตอกย้ำว่า กรมทรัพยากรน้ำปราศจากความจริงใจและไม่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของ ประชาชนไทยในฐานะผู้มีส่วนได้เสียจากโครงการ และทำให้บรรยากาศในการเข้าร่วม และแสดงออกต่อข้อกังวล ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างมีเสรีภาพ

 

ในตอนท้ายของจดหมาย เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงได้ยืนยันข้อเรียกร้องในการจัดกระบวนการปรึกษาหารือ (Prior Consultation) ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 ดังนี้

1.ให้ขยายระยะเวลาการจัดทำกระบวนการปรึกษาหารือ ออกไปอีกมากกว่า 6 เดือน เพื่อให้เพียงพอที่จะดำเนินการให้ได้ข้อมูลที่รอบ ด้านในการประกอบการตัดสินใจ

 

2.ให้มีการจัดเวทีการปรึกษาหารือในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงอย่างครอบคลุม อย่างน้อย

 

ภาพแผนที่ตั้งเขื่อนดอนสะโฮง

 

อนึ่งตามรายงานของสื่อทางการ “เขื่อนดอนสะโฮง” มีขนาด 240 เมกะวัตต์ โดยรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite Du Lao) ถือหุ้น 20% ในโครงการดอนสะโฮงมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นของกลุ่มเมกะเฟิร์สคอร์ปเบอร์ฮัด จากมาเลเซีย มีกำหนดแล้วเสร็จในปลายปี 2559 ประกอบด้วยหน่วยปั่นไฟ 4 หน่วยๆ ละ 60 เมกะวัตต์ คาดว่าจะผลิตไฟฟ้ารวมกันได้ 1.756 ล้านกิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายให้แก่ไทยและกัมพูชา อีกส่วนหนึ่งสำหรับใช้ในแขวงภาคใต้ ที่มีความต้องการสูงขึ้นทุกปี

ลักษณะเขื่อนจะเป็นฝายน้ำล้นสูงเพียง 17 เมตร ก่อสร้างด้วยหินถมอัดแน่นเทคอนกรีตทับ อาศัยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่น้ำโขงในช่วงชายแดนลาว-กัมพูชาไหลลงต่ำ โดยจะสร้างพนังคอนกรีตกั้นสองฝั่งของ “ฮูสะโฮง” บังคับให้น้ำไหลตรง ลักษณะทั้งหมดนี้ทำให้เขื่อนดอนสะโฮงมีลักษณะต่างไปจากเขื่อนอื่นๆ ทั้งที่ก่อสร้างแล้วและกำลังก่อสร้างในลาว ที่ส่วนใหญ่จะทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน และน้ำท่วมป่ากินอาณาบริเวณหลายสิบหรือหลายร้อยตารางกิโลเมตร และเขื่อนดอนสะโฮงไม่ได้กั้นแม่น้ำโขงทั้งสาย

อย่างไรกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่มีเครือข่ายแม่น้ำระหว่างประเทศ (International River Network) กับ เทอร์รา (TERRA) เป็นหัวหอกกล่าวว่า เขื่อนนี้จะกั้นทางน้ำ ไหลสายใหญ่ที่สุดในลำน้ำโขง ในทางตอนใต้สุดของลาว ที่เป็นเส้นทางอพยพหลักของฝูงปลาจากทะเลสาบใหญ่ในภาคกลางของกัมพูชา ขึ้นไปตามลำน้ำ เป็นแหล่งโปรตีนหลักของผู้คนนับล้านๆ ที่อาศัยอยู่สองฝั่ง เนื่องจากเขื่อนจะปิดกั้นทางน้ำหลักในพื้นที่สีพันดอน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ฮูละโฮง” ซึ่งมีความยาว 5 กิโลเมตร กว้าง 100 เมตร ซึ่งเป็นทางน้ำไหลของแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง

นอกจากนี้พวกเขายังให้ข้อมูลอีกว่า ตัวเลขรายได้ต่อปีจากการจับปลาในเขตน้ำโข่งตอนล่างสูงถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ.

 

ข้อมูลจาก 

-ASTVผู้จัดการออนไลน์,“น่าทึ่งเขื่อนดอนสะโฮง เขตสี่พันดอนลาว ไม่มีอ่างเก็บน้ำ”http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000081235

-Save the Maekong Our River Feeds Milion “เขื่อนดอนสะโฮ” กับ “สีพันดอน” ดินแดนแห่งวิถีชีวิตแม่น้ำโขง” http://www.savethemekong.org/admin_controls/js/tiny_mce/plugins/imagemanager/files/DonSahongTHAI.pdf

 

 

จดหมายเปิดผนึกกรณีเขื่อนดอนสะโฮง

 

กระบวนการปรึกษา หารือแค่พิธีกรรม ไร้ความหมาย-ไม่มีส่วนร่วม

 

 

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัด ลุ่มน้ำโขง

5 มกราคม 2558

 

 ตามที่รัฐบาล สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ประกาศดำเนิน โครงการเขื่อนดอนสะโฮง แขวงจำปาสัก ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว ซึ่งจะเป็นเขื่อนแห่งที่ 2 บนแม่น้ำโขงตอนล่าง  และได้นำโครงการนี้เข้าสู่ กระบวน PNPCA ซึ่งจะต้องมีการดำเนินกระบวนปรึกษาหารือล่วงหน้า (Prior Consultation) ในแต่ละประเทศ ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งต่อมา คณะกรรมการร่วม 4 ประเทศ ได้ตกลงเริ่มในปลายเดือนกันยายน 2557 และจะสิ้นสุดระยะเวลา 6 เดือนในเดือนมกราคม 2558

 

ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย โดยกรมทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินการ “ให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง” ใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครพนม เชียงราย หนองคาย และ เลย ตามลำดับ และในวันที่ 7 มกราคม ศกนี้ กำหนดจะจัดเวที ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร

 

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ติดตามกระบวนการดังกล่าวมาอย่างใกล้ชิด และเคยมีจดหมายไปยังกรมทรัพยากรน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินกระบวนการอย่างมีส่วนร่วม โปร่งใส ทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนที่พึ่งพาทรัพยากร แม่น้ำโขงในการดำรงชีพ มิใช่เพียงจัดให้แล้วเสร็จไปโดยเร็ว หรือเป็นเพียงเครื่องมือของอุตสาหกรรมเขื่อนและกลุ่มทุน

 

อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อเรียกร้องต่างๆ ของเครือข่ายฯ ไม่ได้นำมาปฏิบัติแต่อย่างใด เวทีที่จัดทั้ง 5 ครั้ง เป็นเพียงการบอกกล่าว “ให้ข้อมูลโครงการ” แต่ถึงกระนั้นผู้จัดก็ยังไม่สามารถให้ข้อมูลผลกระทบอย่างกระจ่างชัด โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดนที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถตอบคำถาม ข้อกังวลของชาวบ้านได้ และไม่มีเหตุอันใดที่จะทำให้เชื่อว่า กระบวนการนี้จะนำไปเป็นพื้นฐานในการพิจารณาและตัดสินใจในโครงการเขื่อนที่จะ สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงซึ่งเป็นทรัพยากรอันทรง คุณค่าของภูมิภาค

 

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า “ประชาชนในลุ่มน้ำโขง คนที่อาศัยริมโขง เราได้แสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไม่เอาเขื่อน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนตอนบนในจีน หรือเขื่อนตอนล่าง การจัดเวทีง่ายๆ เชิญคนไม่กี่คนมานั่งฟัง ไม่มีรายงานผลกระทบข้ามพรมแดน ไม่ดูภาพรวมของเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้งหมด ตั้งแต่จีน และ 11 เขื่อนตอนล่าง แบบนี้ก็เป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น”

 

นอกจากนี้ การจัดประชุม ในวันที่ 7 มกราคม ยังใช้สถานที่สโมสรทหารบก เป็นการตอกย้ำว่า กรมทรัพยากรน้ำปราศจากความจริงใจและไม่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของ ประชาชนไทยในฐานะผู้มีส่วนได้เสียจากโครงการ และทำให้บรรยากาศในการเข้าร่วม และแสดงออกต่อข้อกังวล ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างมีเสรีภาพ

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวพวกเราจึงไม่เห็นด้วย และไม่เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้

แม่น้ำโขง เป็นดั่งมารดาของประชาชนอย่างน้อย 60 ล้านคนในลุ่มน้ำตอนล่าง เฉพาะในประเทศไทยก็กินพื้นที่ถึง 8 จังหวัด ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน มิใช่สมบัติส่วนตัวของผู้หนึ่งผู้ใด การตัดสินใจใดๆ ต่อแม่น้ำโขง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่บนฐานของข้อมูลที่เพียงพอ กระบวนการที่โปร่งใส และเป็นประชาธิปไตย

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ยืนยันข้อเรียกร้องในการจัดกระบวนการปรึกษาหารือ (Prior Consultation) ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 ดังนี้

 

1.ให้ขยายระยะเวลาการจัดทำกระบวนการปรึกษาหารือ ออกไปอีกมากกว่า 6 เดือน เพื่อให้เพียงพอที่จะดำเนินการให้ได้ข้อมูลที่รอบ ด้านในการประกอบการตัดสินใจ

 

2.ให้มีการจัดเวทีการปรึกษาหารือในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงอย่างครอบคลุมอย่างน้อย

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.