• 29 มีนาคม 2563 - 01:04 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน โต้ร่างพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ละเมิดสิทธิประชาชน

 วันที่ 2 มีนาคม 2558 - 10:01 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,543 ครั้ง พิมพ์

 

ที่มาของภาพ www.prachachat.net

นับจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ.58 ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รัฐสภา ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ในวาระแรก โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะว่า เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิชุมนุมสาธารณะให้ชัดเจน สอดคล้องกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ ประเทศไทยเป็นภาคี ทั้งนี้ เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี ตลอดจนสุขอนามัยของประชาชน หรือความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิและเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น  ซึ่งสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่ได้อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ก่อนลงมติรับหลักการในวาระแรก ด้วยคะแนน 182 งดออกเสียง 4 โดย ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจำนวน  22 คน ดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีทั้งสิ้น 35 มาตรา อาทิ ห้ามชุมนุมในรัศมี 150 เมตร เขตพระบรมมหาราชวัง, ห้ามชุมนุมที่รัฐสภา ทำเนียบ และศาล ในระยะห่าง 50 เมตร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจประกาศห้ามชุมนุม, ห้ามขวางทางเข้า-ออก รบกวนการทำงานการใช้บริการหน่วยงานรัฐ ทั้งท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ ขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานทูต สถานกงสุล และสถานที่ทำการองค์การระหว่างประเทศ ต้องแจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ห้ามปราศรัยในเวลาเที่ยงคืนถึง 06:00 น. ต้องไม่เคลื่อนการชุมนุมในเวลา 18:00 – 06:00 น. การสลายการชุมนุมต้องขออนุมัติจากศาล

นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนพัฒนาชนบท (กป.อพช.อีสาน) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชน และทำงานเกาะติดประเด็นปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และผลกระทบจากโครงการพัฒนาในพื้นที่ภาคอีสาน ได้มีความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พ.ร.บ.นี้เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนในการใช้สิทธิเรียกร้อง และในอนาคตการเรียกร้องของชุมชนที่เดือดร้อนเรื่องปากท้อง ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่ จะไม่ได้รับการแก้ไข

"ถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้จะส่งผลให้การเมืองภาคประชาชนอ่อนแอลง ซึ่งต้องเข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อนจากโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำ ขณะที่รัฐจะบีบบังคับให้ประชาชนไปร้องเรียนผ่านช่องทางศูนย์ดำรงธรรมที่ไม่มีประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา"

เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน กล่าวอีกว่า ร่างดังกล่าวที่ สนช.รับหลักการไปแล้วด้วยจำนวนเสียงมากมายนั้น ตนมองว่าสนช.ที่สนับสนุนแยกไม่ออกระหว่างม็อบมีเส้นกับม็อบชาวบ้านที่ไม่มีเส้น เราทราบกันว่าการชุมนุมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐพยายามที่จะห้ามไม่ให้ชุมนุมโดยมักจะอ้างความวุ่นวาย ความสงบบ้าง โดยมีการสกัดไม่ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนชุมนุม ไม่ยอมพบพูดคุยและถ้าพ.ร.บ.นี้ออกมาแล้ว เช่นต้องมีการแจ้งก่อนล่วงหน้า หรือขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามว่าหน่วยงานที่ชาวบ้านจะต้องไปเจรจา ยื่นข้อเสนอปัญหาจะต้องหลบหนีแน่นอนไม่ยอมพบชาวบ้าน

"อยากถามต่อไปยัง สปช.ที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญว่าถ้าพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ออกมาแล้ว จะทำให้ความเป็นพลเมืองเติบโตได้อย่างไร ถ้าสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานถูกจำกัด และผมมองว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ยังไม่ควรออกตอนนี้ ควรให้มีการถกเถียงจากคนในสังคมมากกว่านี้ไม่ใช้เอาอารมณ์ของคนในสังคมที่เบื่อการชุมนุมฉวยโอกาสออกกฎหมายละเมิดสิทธิประชาชน และโดยเฉพาะตำรวจเป็นผู้ถือกฎหมายเราจะไว้ใจได้อย่างไร" นายสุวิทย์กล่าว.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.