• 29 มีนาคม 2563 - 01:16 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เยาวชน ARTS CAN DEAR ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาให้กำลังใจชาวบ้านพรสวรรค์สู้ผลกระทบแผนแม่บทป่าไม้

 วันที่ 10 มีนาคม 2558 - 16:07 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,794 ครั้ง พิมพ์

 

กลุ่มเยาวชน ARTS CAN DEAR ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ สังกัดชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ ผู้สนใจและตระหนักปัญหาทางสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้านพรสวรรค์ หมู่ 14 หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทป่าไม้



เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชน ARTS CAN DEAR ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ สังกัดชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ ผู้สนใจและตระหนักปัญหาทางสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านพรสวรรค์ หมู่ 14  ตำบล ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้กลุ่มเยาวชน ARTS CAN DEAR จำนวนกว่า 20 คนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงปัญหาของชุมชน โดยมี นางคำใส ปัญญามี คณะกรรมการจัดการที่ดิน หมู่บ้านพรสวรรค์ ให้ข้อมูล และปัญหาต่างๆ ของชาวบ้าน นอกจากนั้นกลุ่มเยาวชน ARTS CAN DEAR  ยังได้ใช้ศิลปะในการสะท้อนเหตุการณ์ที่ชาวบ้านได้เผชิญมา และเล่นดนตรีร้องเพลงเพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน ร่วมกันพลักดัน กฎหมายที่ดิน 4 ฉบับ

    

ตัวแทนเยาวชนที่ลงพื้นที่เรียนรู้ท่านหนึ่ง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้เข้าถึงข้อมูลที่ชาวบ้านได้รับจริงๆ ซึ่งแตกต่างจากการฟังจากการบอกต่อหรือจากการสื่อสารผ่านช่องทางอื่นๆ มาก ปัญหาของชุมชนที่นี่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะรอบๆ หมู่บ้านมีทั้งสถานศึกษาและรีสอร์ทมากมาย ทำไมพื้นที่เหล่านั้นสามารถใช้ได้มีโฉนด ยิ่งทราบข้อมูลยิ่งรู้ว่าความเป็นธรรมในสังคมนั้นมีอยู่น้อยมาก ทำให้ตัวเราเองอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหานี้

ทั้งนี้ รายงานข่าวของสำนักข่าวประชาธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 56 เวลา 10:00 น. ศาลฎีกานัดฟังคำพิจารณาคดีนายมานิตย์ อินตา ชาวบ้านพรสวรรค์ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กรณีบุกรุกที่ดินตัดฟันโค่นต้นไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ณ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยศาลฎีกายืนยันให้นายมานิตย์ อินตา ออกจากพื้นที่เขตป่าสงวน

สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ปี 2539 ชาวบ้านพรสวรรค์กว่า 40 คน ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ควบคุมตัว และส่งสำนวนฟ้องศาลจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาบุกรุกก่อสร้าง แผ้วถาง ตัดฟันโค่นต้นไม้ในป่าจอมทองและแยกสำนวนการพิจารณาเป็นรายๆ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาว่าชาวบ้านมีความผิดจริงให้จำคุกทั้ง 40 ราย จำนวน 6 เดือน แต่มีเหตุให้บรรเทาโทษลดโทษให้เหลือรอลงอาญาไว้ ต่อมาปี 2542 ชาวบ้านได้เรียกร้องให้กรมป่าไม้จัดสรรพื้นที่ให้ทั้งนี้ ชาวบ้านไม่พอใจในการแก้ไขปัญหาล่าช้าและไม่มีความชัดเจนในการไขปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านที่โดนฟ้องร้องคดีมีจำนวน 47 ราย แต่เสียชีวิตแล้ว 12 ราย เหลือ 35 รายล่าสุดวันนี้ศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิจารณาคดีห้องพิจารณาคดีที่ 8 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำเลยนายมานิตย์ อินตา ชาวบ้าน 1 ใน 35 รายที่ยังมีชีวิตศาลพิจารณาตัดสินให้นายมานิตย์ อินตาออกจากพื้นที่บ้านพรสวรรค์ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

นางคำใส ปัญญามี ประธานโฉนดชุมชนบ้านพรสวรรค์ กล่าวว่า "ตนเป็นบุคคลที่สองที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ตนไม่รู้จะทำอย่างไรหากศาลตัดสินให้ออกจากพื้นที่ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ไหนไม่มีที่ไปเพราะตนอยู่ในหมู่บ้านพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมจะสู้ให้ถึงที่สุด"

ทั้งนี้ ชาวบ้านประมาณ 50 คนได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ช่วยประสานงานและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชะลอและยุติการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่บ้านพรสวรรค์ หมู่ที่ 14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนศักดิ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือและรับปากจะดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

อนึ่ง บ้านพรสวรรค์ ม.14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทิศเหนือติดกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทิศใต้ติดกับ บ้านอังครักษ์ ม.14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออกติดกับ ป่าสงวนแห่งชาติแม่วาง ทิศตะวันตกติดกับ บ้านอังครักษ์ (ใหม่) ม.15 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ชาวบ้านได้เริ่มเข้ามาแพ้วถางครั้งแรก 5 ครัวเรือน เมื่อปี พ.ศ.2517 จากนั้นก็มีครอบครัวในหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอเข้ามาอยู่อีก 42 ครัวเรือน รวมเป็น 47 ครัวเรือนในปี 2526 ปัจจุบันมีทั้งหมด 62 ครัวเรือน เริ่มแรกชื่อบ้าน "ห้วยทางเลี้ยว" จากนั้นปี พ.ศ.2539 เปลี่ยนเป็นชื่อ "บ้าน 47 ราย" เนื่องจากในปีนี้ชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านทั้ง 47 ครัวเรือนถูกจับดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก จากนั้นในปี พ.ศ.2542 ได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น "บ้านพรสวรรค์" และได้ทะเบียนบ้านชั่วคราวเมื่อปี พ.ศ. 2549 ในการเข้ามาแผ่วถางครั้งแรกนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีลักษณะเป็นป่าเสื่อมโทรม มีลักษณะเป็นที่รกร้าง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ชาวบ้านที่เข้ามาครอบครัวแรกๆ นั้น เข้ามาแผ่วถางเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและปลูกพืชผักล้มลุก เช่น กล้วย พริก ฝ้าย ถั่วลิสง เป็นต้น โดยอาศัยน้ำฝน พอช่วงฤดูแล้งก็จะหยุดทำ โดยปัจจุบันหมู่บ้านดังกล่าว อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาด้วยการดำเนินการตามนโยบายโฉนดชุมชน.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.