• 29 มีนาคม 2563 - 00:59 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ทหารเบรกแรงงานข้ามชาติ ห้ามเดินรณรงค์ Mayday อ้างประเด็นอ่อนไหว ยอมแค่ตัวแทนยื่นหนังสือ

 วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 - 14:14 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,258 ครั้ง พิมพ์

 

กลุ่มแรงงานในจังหวัดเชียงใหม่ทำได้แค่ยื่นหนังสือต่อสำนักงานจังหวัด หลังทหารสั่งห้ามเดินรณรงค์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว กลัวกลุ่มอื่นทำตาม ด้านกลุ่มแรงงานปรับกลยุทธ์ส่งตัวแทนแต่ตัดกระดาษวาดรูปคนติดข้อเสนอ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ยื่นข้อเรียกร้องสิบข้อ

วันนี้ (1 พ.ค. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแรงงานสามัคคี (WSA) สหพันธ์คนงานข้ามชาติ (MWF) เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ ต้องเปลี่ยนกำหนดการจากที่วางไว้ว่าจะนำคนจำนวน  100 กว่าคนเดินรณรงค์ประเด็นแรงงานตั้งแต่บริเวณหน้าสวนหลวง ร. 9 จนถึงหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ เป็นส่งตัวแทนจำนวน 30 คน ยื่นหนังสือเท่านั้น เนื่องจากทหารไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมเพราะมองว่าเป็นการชุมนุมเกินห้าคน และประเด็นที่รณรงค์เป็นประเด็นอ่อนไหว กลัวกลุ่มอื่นทำตาม

ตัวแทนกลุ่มแรงงานเผยว่า “เราได้ขออนุญาตที่มทบ. 33 แต่ทหารไม่อนุญาตเนื่องจากมองว่าเป็นการเดินรณรงค์ที่มีประเด็นอ่อนไหว ล่อแหลม ในสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติ  ถ้าเกิดว่าปล่อยให้เดินจะเป็นตัวอย่างให้กลุ่มอื่นๆด้วย เขาเลยไม่ให้เราเดิน”

“เขาแจ้งให้เราส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือที่ศาลากลางแทน  ซึ่งเราเอาแค่สามสิบคนเป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือ ส่วนคนอื่นๆก็ไปเหมือนกันแต่ไม่ได้ไปด้วยตัวเองแต่จะไปด้วยภาพกระดาษซึ่งเปรียบเหมือนตัวแทนไปยื่นหนังสือด้วยกัน เป็นการรณงค์เชิงสัญลักษณ์”

“มันเป็นทางเดียวที่จะแสดงออก เมื่อผู้มีอำนาจไม่ยอมให้เราไป เราต้องใช้วิธีการแบบนี้ เพื่อทำให้เขารู้ว่าถึงแม้จะมีข้อจำกัด มีอุปสรรค แต่เราก็ยินดีที่จะหาทางออก และยืนยันในหลักการของพวกเรา คือ วันที่หนึ่งเป็นวันแรงงาน  มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเรา” ตัวแทนกลุ่มแรงงานกล่าว

ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนกลุ่มแรงงานทั้ง 6 กลุ่ม จำนวน 30 คนได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อสำนักงานจังหวัด โดยมีนาย ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ออกมารับหนังสือ และสำรวจดูข้อความรณรงค์รูปคนที่ทางกลุ่มแรงงานจัดทำขึ้น โดยกล่าวสั้นๆว่า คนไทยมีความโอบอ้อมอารีย์ พร้อมรับและอยู่ร่วมกันกับคนประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนี้จะส่งหนังสือแจ้งผลตอบกลับข้อเรียกร้องต่างๆกลับไป

ด้านนายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ ผู้ประสานงานโครงการสิทธิแรงงาน มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแยกเป็นสองส่วน คือส่วนที่เสนอต่อรัฐบาล และที่เสนอต่อทางจังหวัด ซึ่งคลอบคลุมทั้งสิทธิของแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติด้วย

“ข้อเรียกร้องหลักๆ คือ ขอให้มีการรับรองสนธิอนุสัญญา 1798 ซึ่งว่าด้วยการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง เป็นอนุสัญญาของ ILO ที่เรามีการรณรงค์กันมาหลายปีแล้ว เนื่องจากถ้ามีการรับรองสัญญาตัวนี้จะทำให้แรงงานมีการรวมกลุ่มกันง่ายขึ้น  นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของเขาเอง และนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นได้”

อีกเรื่องหนึ่ง คือ อยากให้รัฐบาลยกเลิกกองทุนเงินส่งกลับ เพราะปัจจุบันแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องเสียเงินตรงนี้ ซึ่งแทบจะไม่เกิดประโยชน์สำหรับเขา เขาต้องจ่ายเอง และเวลากลับก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้  ตอนนี้เพียงชะลอ แต่ไม่ได้ยกเลิก ซึ่งแรงงานต้องเสีย หนึ่งพันบาททันทีที่เข้าประเทศ ระเบียบ คือ ถ้าจะกลับสามารถยื่นขอคืนได้ แต่ระเบียบตอนยื่นขอคืนซับซ้อนมาก แรงงานบางส่วนที่เคยทดลองยื่นขอ ปรากฏว่าไม่ได้เนื่องจากติดขัดขั้นตอนต่างๆ

อีกส่วนหนึ่งก็อยากให้รัฐบาลปรับหรือแก้ไขกฎระเบียบ วิธีการปฏิบัติต่างๆ ของแรงงานข้ามชาติให้มีความเป็นธรรม และแรงงานเหล่านี้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ส่วนข้อเสนอต่อทางจังหวัดอยากให้เข้มงวดกวดขันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เช่นเรื่องประกันสังคมจะดำเนินการอย่างไรให้ชัดเจนกับนายจ้างที่ไม่ยอมพาแรงงานมาจดทะเบียนขึ้นประกันสังคม หรือเรื่องที่มีการเรียกเก็บเงินรายละ 100 บาททุกครั้งที่แรงงานไปรายงานตัว 90 วัน โดยไม่มีเหตุผลรองรับว่าทำไมเรียกเก็บ ทั้งที่ตม.ก็ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บ

“ข้อเสนอที่คิดว่าสำคัญในระดับจังหวัด คือ เราเสนอให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันขึ้นมาเพื่อทำงานแก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งคณะกรรมการก็อาจจะประกอบด้วยภาครัฐ องค์กรเอกชน ตัวแทนแรงงาน ตัวแทนสหภาพแรงงาน รวมทั้งตัวแทนนายจ้าง”.

 

 

 

ข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลปี 2558

1 พ.ค.2558

เรียน   นายกรัฐมนตรี  / ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

 

 ด้วยวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “ วันกรรมกรสากล ” ซึ่งเป็นวันที่คนทำงานทั่วโลกได้รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมของคนทำงาน เป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ สิทธิอันชอบธรรมที่คนทำงานสมควรได้รับในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประชาชนคนกลุ่มอื่น ๆในฐานะที่คนทำงานเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าและทัดเทียมกับนานาประเทศ

ในปี พ.ศ.2558 นี้  องค์กรเครือข่ายคนทำงานซึ่งประกอบด้วย กลุ่มแรงงานสามัคคี (WSA) สหพันธ์คนงานข้ามชาติ (MWF) เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ เครือข่ายคนงานข้ามชาติ และเครือข่ายองค์กรส่งเสริมสิทธิผู้ใช้แรงงาน ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ภายในประเทศ ทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและสังคม จึงมีข้อเรียกร้องมายังรัฐบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้

1.ขอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาและดำเนินการเสนอให้รัฐบาลซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตลงนามรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ98  เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม และการเจรจาต่อรองของคนทำงานได้

2.ขอให้รัฐบาลมีมาตรการ  นโยบาย ที่ทำให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิของตนอย่างเท่าเทียมและไม่

เลือกปฏิบัติ  ด้วยเหตุเพราะเชื้อชาติหรืออื่นใดก็ตาม

3.ขอให้รัฐบาลมีมาตรการที่เข้มงวด โดยให้นายจ้างทุกคนที่นำเข้าแรงงานข้ามชาติ  ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด อาทิ ค่าจ้างขั้นต่ำ วันหยุด วันลา ฯลฯ

4.ขอให้รัฐบาลมีมาตรการ นโยบาย ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน โดยมีการปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับคนทำงาน ทั้งนี้ เพราะในปัจจุบันค่าครองชีพสูงมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ในปัจจุบันของคนทำงานไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย

5.ขอให้รัฐบาลยกเลิกกองทุนส่งกลับ

6.ขอให้สำนักงานประกันสังคมบังคับใช้พระราชบัญญัติประกันสังคมกับนายจ้างอย่างเข้มงวด โดยบังคับให้นายจ้างต้องนำแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยไม่มีข้อยกเว้น

 

7.ขอให้รัฐบาลมีมาตรการ  นโยบาย และกฎหมาย ที่ยอมรับว่าพนักงานบริการคือลูกจ้าง และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน

8.ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีแนวทางการดำเนินการอย่างชัดเจนและเข้มงวด เพื่อขจัดขบวนการนายหน้าที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติ ในการขึ้นทะเบียนแรงงาน และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ารัฐกำหนด

9.ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้มงวดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ โดยเน้นย้ำให้ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดำเนินการเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งการส่งเสริมสิทธิแรงงาน การนำแรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคม และให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติ

10.ขอให้จังหวัดเชียงใหม่สร้างกระบวนการในการตรวจสอบการแก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติ ในระดับจังหวัด โดยการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการในระดับจังหวัด ที่ทำหน้าที่ในการจัดการ แก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงใหม่ โดยคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการชุดดังกล่าวต้องมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักกฎหมาย ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ องค์กรแรงงานในพื้นที่ รวมถึงตัวแทนของนายจ้างด้วย

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

กลุ่มแรงงานสามัคคี (WSA)

สหพันธ์คนงานข้ามชาติ (MWF)

เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN)

สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์

สหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์

สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์

 

ประมวลภาพ

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.