• 29 มีนาคม 2563 - 01:00 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เวียงรัฐ เนติโพธิ์: ระบอบกระจายอำนาจกับรัฐรวมศูนย์

 วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 - 08:46 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,175 ครั้ง พิมพ์

 

รุปสาระสำคัญการเสวนาสาธารณะเพื่อแสดงมุทิตาจิตต่อศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เนื่องในงาน "75 ปีที่ผ่านและวันข้างหน้าของ นิธิ เอียวศรีวงศ์" คลิปบันทึกเนื้อหาการนำเสนอทั้งหมดจะเผยแพร่ทางเพจพลเมืองเสมอกันเร็วๆ นี้



วานนี้ 23 พ.ค. 2558 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับกลุ่มพลเมืองเสมอกัน จัดงาน "75 ปีที่ผ่านและวันข้างหน้าของ นิธิ เอียวศรีวงศ์" โดยกิจกรรมมีการสลับขึ้นบรรยายสาธารณะของนักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคมในหัวข้อต่างๆ ภายใต้คำถามเดียวกันนั่นคือ "ถ้าเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ในอนาคตจะทำอย่างไร"  เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตต่อศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปี ซึ่งแม้จะการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานด้วยเหตุแห่งเผด็จการทหารที่คาดฝัน แต่กิจกรรมทั้งหมดก็ลุล่วงไปด้วยดี ประชาธรรม มีสาระสำคัญของบางห้วงบางตอนมานำเสนอ ส่วนคลิปบันทึกเนื้อหาการนำเสนอทั้งหมดจะเผยแพร่ทางเพจพลเมืองเสมอกันเร็วๆ นี้

เวียงรัฐ เนติโพธิ์: ระบอบกระจายอำนาจกับรัฐรวมศูนย์

การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต้องเข้าใจสองระดับและแยกให้ออกระหว่างระบอบ (regime) กับรัฐ (State) ระบอบเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า เช่น การเปลี่ยนแปลงของการบริหารโครงสร้างรัฐ การเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมือง การเลือกตั้ง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และข้อกฎหมายต่างๆ แต่รัฐเป็นอะไรที่เข้มแข็งมั่นคงกว่านั้นประกอบไปด้วยทหาร ตำรวจ อุดมการณ์รัฐ และองค์ธิปัตย์ อำนาจอธิปไตย รัฐธาธิปัตย์ รวมถึงอำนาจของกระบวนการยุติธรรมด้วย ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะลงลึกถึงระดับรากฐานคือการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวของรัฐ

เวียงรัฐ กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์เรื่องการกระจายอำนาจ เรามักจะมองว่าเป็นเพียงการปฏิรูประบบราชการเท่านั้น ในการบริหารงานที่มีการปรับโครงสร้าง ใครเป็นคนตัดสินใจ หรือใครคือคนใช้งบประมาณเท่านั้นเอง เพื่อส่งผลให้เกิดระบอบที่เป็นประชาธิปไตยในท้องถิ่น เพราะหลายแห่งในโลกนี้มีระบอบที่เป็นประชาธิปไตยมีการเลือกตั้ง มีรัฐสภา หรือมีระบบการเลือกตั้งที่ดี แต่รัฐอาจจะเป็นตัวที่ขัดขวางประชาธิปไตยก็ได้ เราจึงแยกการเปลี่ยนแปลงเป็นสองระดับ

การกระจายอำนาจของไทยมันมีลักษณะเฉพาะ หรือส่งผลอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระจายอำนาจทำให้รัฐไทยที่มีลักษณะรวมศูนย์หลายประการถูกกัดเซาะหรือเปลี่ยนแปลงไปบางอย่าง

อย่างแรก รัฐไทยที่มีลักษณะรวมศูนย์มีการครองอำนาจโดยระบบราชการ มีสายการบังคับบัญชารวมศูนย์เข้าสู่ส่วนกลาง แต่การกระจายอำนาจทำให้ข้าราชการถูกแยกอำนาจ ในการแชร์อำนาจรัฐมาสู่อำนาจของนักการเมือง ซ้ำยังเป็นอำนาจในระดับท้องถิ่น พูดง่ายๆ คือไปกัดเซาะอำนาจรัฐที่มีข้าราชการครองรัฐ

ประการที่สอง การกระจายอำนาจไปกัดเซาะการเป็นรัฐที่อาศัยระบบอุปภัมม์เป็นตัวกลางในการส่งผ่านอำนาจระหว่างประชาชนกับรัฐ ซึ่งรัฐไทยเริ่มต้นจากการสร้างรัฐด้วยการรวมศูนย์ และมีการอาศัยพึ่งพาเสริมสร้างเครือข่ายผู้มีอิทธิพลให้เข้มแข็ง แล้วก็สร้างการรวมศูนย์ตัวเองด้วยการอาศัยบารมีอิทธิพลของเจ้าพ่อ เพราะตัวเองไม่มีประสิทธิภาพพอ

ความสัมพันธ์นี้เป็นมาเกือบหนึ่งศตวรรษ แต่กระจายอำนาจเอาอำนาจไปให้ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ทำให้อำนาจที่เป็นทางการมาแทนที่อำนาจที่ไม่เป็นทางการ เจ้าพ่อเพียงไม่กี่คน กระจายมาสู่เจ้าพ่อตัวเล็กๆ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าระบบอุปถัมม์แบบเดิมอ่อนแอลงไป

ประการที่สาม การกระจายอำนาจไปกัดเซาะความเข้าใจว่าเรามี sphere อำนาจอันเดียวกันในนามของชาติศาสนา เมื่อประชาชนทุกคนสามารถเลือกผู้ปกครอง เปลี่ยนผู้ปกครอง และสามารถที่จะบอกได้ว่าใครสร้างถนนหน้าบ้านตัวเอง มันจะทำให้เกิดคำถามสำคัญคือ ใครเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง

เวียงรัฐ ตั้งข้อสังเกตว่า นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้การกระจายอำนาจถูกท้าทาย กดทับ มีความพยายามจะให้กระทรวงสาธารณสุข ศึกษาธิการ ดึงอำนาจกลับ และทำให้โครงสร้างงบประมาณไม่ได้เอื้อให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง เพราะการกระจายอำนาจไปกัดเซาะโครงสร้างอำนาจดั้งเดิม

ต่อคำถามที่ว่าหากเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจะทำอย่างไร คิดว่าคำตอบอยู่ที่ขบวนการโดยสันติ คือขบวนการกระจายอำนาจ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบอบที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และจะส่งผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐในระยะยาว

“ถ้าข้าพเจ้าเป็นนักการเมืองในระบอบการเลือกตั้งจะสร้างพันธมิตรกับนักการเมืองท้องถิ่น แต่ไม่เป็นการสร้างพันธมิตรเพื่อผลประโยชน์ของการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องจริงใจมุ่งมั่นให้การกระจายอำนาจสัมฤทธิผลที่สุด ให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงและเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของรัฐที่เป็นประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน”เวียงรัฐ กล่าวปิดท้าย.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.