• 16 มิถุนายน 2562 - 15:05 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

คนเหนือจัดพิธีสืบชะตาหลักประกันสุขภาพ ย้ำคือสวัสดิการที่รัฐต้องบริการปชช.อย่างเท่าเทียม

 วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 - 15:20 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,838 ครั้ง พิมพ์

 

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่ จัดพิธีสืบชะตาให้ระบบหลักประกันสุขภาพ ย้ำเป็นสวัสดิการที่รัฐต้องจัดให้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน



เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วยเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน พร้อมใจกันจัดกิจกรรมรณรงค์ในแต่ละจังหวัด เพื่อปกป้องระบบหลักประกันสุขภาพให้เป็นสวัสดิการที่รัฐต้องจัดให้กับประชาชนได้เข้าถึงการรักษาอย่างมีมาตรฐาน ทั่วถึง และเท่าเทียม

สำหรับ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลาประมาณ 13:00 น. กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนที่มาจากข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้หญิง คนพิการ แรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านสุขภาพใน จ.เชียงใหม่ กว่า 100 คน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการจัดพิธีสืบชะตาตามประเพณีล้านนาที่วัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับระบบหลักประกันสุขภาพให้ยังคงเป็นสวัสดิการที่ทำให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงสิทธิการรักษาอย่างมีมาตรฐาน ไม่ให้ถูกสั่นคลอน รวมทั้งยังเป็นการสืบชะตาให้ประชาชนที่ใช้สิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพให้มีขวัญและกำลังใจในการปกป้องระบบที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน

จากนั้นกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่ ได้จัดวงคุยเสวนา “ความจริงของชีวิตคนที่ใช้ระบบหลักประกันสุขภาพ” โดยมีนายยุทธพล ดำรงชื่นสกุล เครือข่ายผู้พิการ ยายใส ยี่บัว ผู้ใช้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพจาก อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ และนางผ่องพรรณ แสงคำ ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ร่วมเสวนา

นายยุทธพล กล่าวว่า ก่อนที่จะมีระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) ในฐานะที่เป็นคนพิการที่ต้องใช้ขาเทียม หากไม่มีเงินจ่ายค่ากายอุปกรณ์สำหรับคนพิการก็ต้องเข้าสู่แผนกสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ซักประวัติว่าเป็นคนจนจริงๆ ถึงจะไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นการรักษาที่ไม่สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่พอมีระบบหลักประกันสุขภาพ จึงทำให้เข้าถึงอุปกรณ์ขาเทียม ซึ่งเป็นกายอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

“ในอนาคตอันใกล้สังคมไทยจะประกอบไปด้วยผู้สูงอายุ และคนพิการเป็นจำนวนมาก ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ให้ความสำคัญตั้งแต่งานส่งเสริม รักษา และฟื้นฟู ให้กับประชาชน จึงเป็นหลักประกันให้ผู้มีข้อจำกัดทางร่างกายมีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลจากรัฐ ซึ่งเป็นความเสมอภาคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ”

ยายใส เล่าให้ฟังว่า มีอาการป่วยหลายโรค ทั้งโรคถุงลมโป่งพอง เบาหวาน และชาตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งหมอแนะนำให้เอ็กซ์เรย์แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณหมื่นกว่าบาท ซึ่งไม่มีเงินจ่ายเลยตัดสินใจไม่รักษา เพราะไม่มีที่นาที่จะขายเพื่อมารักษาตัว แต่พอมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งโรคถุงลมโป่งพองและโรคเบาหวานก็ได้รับการรักษาตามอาการ ส่วนโรคชาปลายมือปลายเท้า หมอว่าถ้าจะหายต้องผ่าตัดแต่ตัวเองอายุเยอะแล้วเลยผ่าไม่ไหว หมอจึงแนะนำให้รับการรักษาด้วยการฝังเข็ม เลยทำให้ทราบว่าการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกก็เป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทองด้วยก็เลยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางผ่องพรรณ แสงคำ ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ศูนย์ประสานงานฯ เป็นการทำงานของภาคประชาชนที่เกิดมาพร้อมกับระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจให้คำปรึกษาในเรื่องหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชน อีกทั้งยังเป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ให้กับประชาชน เช่น การทำเรื่องของเงินคืนในกรณีที่ผู้ใช้บริการเข้าไปใช้สิทธิฉุกเฉินแต่ถูกโรงพยาบาลเรียกเก็บเงิน หรือกรณีการช่วยดำเนินเรื่องการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการ ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดสิทธิประโยชน์ที่ระบุใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 41   

หลังจากนั้นนางผ่องพรรณ ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่ ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมปกป้องและพัฒนาระบบหลักประกันเพื่อประชาชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้....

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่

ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องระบบหลักประกันสุขภาพ

ภาคประชาชนในนาม “กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่” ซึ่งทำหน้าที่จับตาการทำงานของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีการดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการมี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 โดยเฉพาะ “เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลที่ให้เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของทุกคน” โดยรัฐต้องมีหน้าที่บริหารจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนไม่ว่าจะรวยหรือจน ต้องเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังต้องให้ความสำคัญกับ “ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของระบบ” ตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด

แต่ที่ผ่านมาระบบหลักประกันสุขภาพกลับถูกสั่นคลอนด้วยการถูกตั้งคำถามเรื่องการเป็นภาระงบประมาณของประเทศที่รัฐต้องแบกรับและจะรับไม่ไหวในอนาคต และเป็นระบบที่ทำให้เกิดปัญหาโรงพยาบาลขาดทุน รวมถึงการมีมติของคณะรัฐมนตรีในการระงับการสนับสนุนงบประมาณขององค์กรเอกชน และองค์กรประชาชนในการทำงานด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการละเลยเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามีส่วนร่วมในการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพ

จากสถานการณ์ของภัยคุกคามที่ถือเป็นการจ้องล้มระบบหลักประกันสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคประชาชนเกิดความกังวลใจว่า “หากไม่มีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือหากเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติถูกบิดเบือนไป จะทำให้ประชาชนต้องล้มละลายจากความเจ็บป่วย เพราะเข้าไม่ถึงการรักษาที่มีมาตรฐาน”

ดังนั้น กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่ จึงขอประกาศเจตนารมณ์ในการปกป้องระบบหลักประกันสุขภาพ ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขในการสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับสังคม ดังนี้

  1. ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ใช่การรักษาสำหรับคนจน แต่เป็นหลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ “ทุกคน” สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีมาตรฐานและเท่าเทียมกัน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องลงทุนดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณในรูปแบบการเงินการคลังเพื่อสังคม เพื่อจะได้มีงบประมาณมาพัฒนาสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพต้องเป็น “แบบกระจายอำนาจ” ที่แยกบทบาทการทำงานระหว่างกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพออกจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะผู้ซื้อบริการสุขภาพ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจในการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ให้เป็นไปอย่างมาตรฐาน
  3. รัฐต้องให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ทั้งการพัฒนามาตรฐานการให้บริการร่วมกับหน่วยบริการในทุกระดับ และการให้ความสำคัญกับงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหลักประกันสุขภาพในภาพรวม เพราะจะทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของระบบที่พร้อมจะช่วยกันปกป้องและช่วยกันพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพในทิศทางที่สร้างสรรค์ร่วมกัน

 

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงใหม่

 9 กรกฎาคม 2558

 

---------------------------------------------------------------

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
ดูวิธีแบบจีนสไตล์ อยู่และจัดการปัญหาหมอกควัน
 เข้าชม: 24,263 ครั้ง  |   วันที่ : 11 มีนาคม 2559 - 11:15 น.
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.