• 16 มิถุนายน 2562 - 15:05 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

คุยกับคนขับ ว่าด้วยปัญหารถแดงและขนส่งมวลชนเชียงใหม่

 วันที่ 8 สิงหาคม 2558 - 14:01 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,859 ครั้ง พิมพ์

 

อานนท์ ตันติวิวัฒน์



หมายเหตุ-บทสนทนาจริง เป็น “คำเมือง” ภาษาถิ่น ผู้เขียนพยายามแปลเป็นไทยจึงอาจทำให้สำนวนดูแปลกไปบ้าง

 

เช้าวัน May day ปีนี้ ผมมีโอกาสไปร่วมทำข่าวการรณรงค์เรียกร้องสิทธิของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ แต่เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติ พวกเขาจึงไม่ได้เดินรณรงค์ตามที่เคยทำมาทุกปี ทำได้แค่นั่งรถแดงไปยื่นข้อเรียกร้องเท่านั้น พวกเขาได้เอื้อเฟื้อให้ผมได้นั่งรถแดง รถประจำทางของตัวเมืองนี้ไปด้วย และด้วยการจำกัดคนให้ไปได้แค่ 30 คน รถประจำทางที่เรียกมาสามคันจึงแน่นมาก พวกเขาขอให้ผมไปนั่งด้านหน้ารถ ข้างคนขับ ซึ่งได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาในงานเขียนชิ้นนี้

ลุงทำ (นามสมมุติ)  ชายวัยกลางคน ผู้ขับรถแดงมานานกว่า 20 ปี นั่งอยู่หน้าพวงมาลัย เขาท่าทางเคร่งขรึม แต่คำพูดและอัธยาศัยดูเป็นมิตรมาก เขาเอ่ยทักทายผมก่อนจะขับรถออกไป

เป็นที่ทราบกันดีว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่มักไม่ใช้บริการขนส่งมวลชน กว่าร้อยละ 90 ใช้รถส่วนตัวเป็นพาหนะในการเดินทาง จึงทำให้สิ่งที่เริ่มต้นพูดคุยนั้นเป็นการถามถึงสภาพของการท่องเที่ยวที่เริ่มเข้าสู่หน้าโลว์ซีซั่นมากกว่าการใช้บริการของคนในพื้นที่

“เป็นไงบ้างลุง ช่วงนี้ ซบเซาไหม” ผมถาม

“ฝรั่งหาย แน่นอน เขาบ่มา แต่ถ้าคนจีนนี้มันไม่กลัว มีหมอกมันก่มา ฝน น้ำท่วมมันก่มา มันบ่สน มันก่ไม่ค่อยเท่าใดยังพอได้คนบ้าง” ลุงตอบพลางหัวเราะไป

การหัวเราะของลุงทำให้เส้นความเกรงใจของผมเริ่มหายไป และตามความเคยชินของงานข่าวจึงอดไม่ได้ที่จะถามต่อไปอีกว่า “แล้วพวกรถแดงที่เริ่มวิ่งประจำทาง เป็นยังไงบ้าง คนเริ่มมาใช้กันบ้างหรือยัง ลุงวิ่งเป็นสายกับเขาก่”

“ไม่ได้วิ่ง ลุงอยู่เป็นคิว แต่ก็ไม่รู้นะว่า พวกนั้นเป็นยังไงบ้าง แต่ก็อย่างว่า คนใช้รถแดง ส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยยอมรอหรอก  ยิ่งคนบ้านเรา รอไปนานๆ เขาขี้เกียจ มีรถแดงผ่านมาเขาก็โบก อาจจะแพงกว่า 10 บาท เขาก็ยอม”

ลุงเริ่มขับรถช้าลง จนรถคันอื่นทิ้งระยะห่าง และคุยต่อไปว่า “ปัญหาของรถแดง หรือขนส่งในเชียงใหม่ ถ้าไม่เอาข้อมูลจริงมาพูด ไม่มีทางจะแก้ได้ พวกนักวิชาการที่ไปถามข้อมูลจากสหกรณ์รถแดงแล้วก็เชื่อตามนั้น เขาไม่บอกข้อมูลทั้งหมดหรอก เพราะบางส่วนก็ต้องกักข้อมูลเพราะมันเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์”

“คืออะไรครับ ข้อมูลจริง ผมอยากรู้จริงๆว่าปัญหารถแดง มันเป็นเหมือนที่หลายคนเขาพูดกันรึเปล่า”

“ไอ่น้อย(คำเรียกคนอายุอ่อนกว่ามาก) ต้องเข้าใจก่อน สมมุติว่ามีเงินก้อนหนึ่งมา จะด้วยงบอะไรก็ช่าง เช่น อาจารย์มช.ได้งบมาลองทำขนส่งฯ หรืองบจากหน่วยงานรัฐ  การเข้าไปคุยกับทั้งกรมขนส่งฯ หรือหมู่รถแดง หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง มันจะขึ้นอยู่กับความคิดที่ว่า แต่ละกลุ่มจะให้ข้อมูลเพื่อให้ได้ผลประโยชน์อย่างไร จะทำรถแดงวิ่งเป็นประจำทาง ซึ่งถ้าทำได้ก่ดี แต่ก่อนจะทำมันต้องแก้ปัญหาที่รถแดงมันมีจำนวนมากเกินไป มันแย่งคนที่จะขึ้นรถเป็นสาย รถสายก็ไม่ได้คนแล้วมันจะอยู่ได้อย่างไร ถามว่าข้อมูลนี้ทุกคนรู้ไหม รู้แน่นอน ยิ่งรถแดงก็รู้ แต่ทำก่ ก็บ่ทำ พอเริ่มทดลองให้วิ่งเป็นสายเลย มันก็เปลี่ยนอะหยังบ่นัก ระบบเดินรถเป็นสายมันทำให้คนเดินทางสองต่อ ตัวรถแดงเองก็อยู่ไม่ได้ เพราะผู้โดยสารน้อยลง สายนั้นไม่มีคน มีช่วงสั้นๆ ใครก็ไม่ขึ้น เอาเงินมาจ่ายลองวิ่งประจำทาง พอเงินหมดก็จบไป”

“ต่อให้เอาใครเก่งมาจากไหนมาก็ทำไม่ได้ นอกจากจะรีดเลือดกับปู เช่นบังคับให้ลุงวิ่งเป็นสาย ถึงเวลานั้นพวกลุงก็ตายกันหมด แล้วจะมาทำให้เราซึ่งเป็นคนไทยเจ็งทำไม วิธีการมันมีแต่ความคิดของคนไม่มีมากกว่า ยิ่งถ้าการเมืองมาเกี่ยวด้วยยิ่งยากไปใหญ่ ราชการนี่ไม่ต้องพูดถึง มีผลประโยชน์ทั้งนั้น”

 “แล้วเราจะแก้ปัญหารถแดงที่มีมาก ยังไงอ่ะคับ”

“ถ้าจะจำกัดรถในพื้นที่ได้มันก็ต้องใช้วิธีนี้อย่างเดียว คือซื้อป้ายทิ้ง แต่ไม่ใช่ว่าไปซื้อราคาหกเจ็ดแสน อันนั้นมันเป็นรถใหม่ ซื้อรถเก่าดิ เพราะราคาอยู่ที่สองแสนขึ้นไป เขาซื้อมาสองแสน ก็อาจจะให้ราคา สองแสนสอง จะขายไหม ถ้าขายก็ยุบไป บ่เสียตังฟรี”

“ซื้อทิ้งแล้ว รถแดงมันก็อาจเพิ่มขึ้นได้นะลุง”

“ความจริงแล้วเขาห้ามเพิ่ม แต่มันอาจจะมีการแอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  คราวที่แล้วประชุมกับทหาร ทหารถามสหกรณ์ สหกรณ์บอกว่ามี 2800 คัน แต่ความจริงรถแดงอาจจะมีแค่สองพันสี่ เพราะที่เหลือปรับเป็นแท็กซี่ ดังนั้น ถ้ามีแค่สองพันสี่จริง โควตาอีกสี่ร้อยคันที่เหลือ ก็สามารถจดเพิ่มมาเป็นสองพันแปดได้เหมือนเดิม อันนี้ก็ไม่รู้น้า อาจจะต้องลองนับดูอีกรอบ”

“ทุกวันนี้สหกรณ์ฯมีหนี้เยอะ ไปซื้อที่ดินเพื่อทำปั๊มน้ำมันนอกเมือง ไปซื้อที่ดินด้านนอกอย่างนั้นรถแดงที่ไหนจะไปเติม คือสหกรณ์จะสร้างศูนย์ครบวงจร ทั้งโรงแรม ร้านของฝาก เอารถบัสมาจอด ลุงว่าน่าจะซื้อที่ในเมือง เอาม๊อคปอฮ้ายปอดี(พอดี)เพื่อให้รถแดงทุกคันไปเติมได้”

“พอมันอยู่ไกล รถแดงไม่ไปเติม ก็มาบังคับรถแดงว่าถ้าคันไหนไม่มาเติมน้ำมันให้ยอดถึงสามพันบาทต่อเดือน ถ้ามีป้ายโฆษณามาลงก็จะไม่ได้ส่วนแบ่ง ทั้งที่เป็นสมาชิกเหมือนกัน” 

 “ซื้อที่ดิน 90 ล้าน เอาที่ดินไปเข้าธนาคาร มีการถมดิน อะไรต่างๆ นานา แล้วเงินขนาดนี้ถ้าไม่มีใช้หนี้จะทำอย่างไร ถ้าถูกยึดมาคนที่เดือดร้อนคือพวกลุง”

“แต่ผมว่า การจัดรถวิ่งเป็นสายก็น่าจะมีข้อดีบ้างนะครับ แม้จะไม่ทั้งหมด มันทำให้คนจัดการการเดินทางได้บ้าง”

“ถ้าจะจัดให้รถเดินเป็นสาย อย่างแรกคือต้องลดปริมาณรถแดงลงอย่างเดียว ถ้าลดได้ค่อยมาจัดเป็นสาย เพราะถ้ารถน้อยลง รถวิ่งผ่านจะน้อย เวลารอบที่วิ่งเป็นสายก็จะมากขึ้น แล้วไอ่รถที่จอดเป็นที่อย่างที่อาเขต ซึ่งจะหาเงินจากผู้โดยสารที่ลงรถมาจากต่างจังหวัดก็ต้องห้ามเก็บรายทางแย่งกับรถที่วิ่งเป็นสาย เช่น คุณส่งผู้โดยสารก็ส่งเป็นที่ไปเลย ห้ามแวะรับ ถ้ารถพวกนี้เก็บพวกวิ่งสายก็ไม่ได้คน”

“รถที่วิ่งเป็นสายก็ต้องซื่อสัตย์ บางครั้งเจอเหมาก็เลิกวิ่งเป็นสาย บางครั้งไปเซ็นชื่อแล้วก็หนีไปนอนหลับก็มี ถ้าจะทำต้องมีตัวเช็คอาจจะเป็นกล้องเช็คเป็นจุดๆว่าผ่านไปเวลาเท่านั้นเท่านี้ หรือติดจีพีเอสก็ว่าไป”

“อู้ซื่อๆ วอกที่สุดคือรถแดงนั่นนะ” ลุงทำกล่าวพร้อมกับหัวเราะ

“ทำอย่างนี้แล้วสหกรณ์ฯจะยอมเหรอครับ”

“วิธีนี้เชื่อว่าสหกรณ์ไม่ยอมแน่นอน เพราะ ถ้าจำนวนรถสมาชิกน้อยลง อำนาจต่อรองก็น้อยลงไปด้วยจะไปต่อรองกับรัฐก็ไม่ค่อยจะได้ อันนี้เป็นสิ่งที่สหกรณ์ฯกลัวที่สุด”

“แต่มันมีอีกวิธีที่จะเพิ่มทางเลือกให้พวกรถแดง ก็คือ เปิดโอกาสให้รถแดง ไปเป็นรถประเภท 30 (เป็นประเภทรถรับจ้างไม่ประจำทางวิ่งได้ทั่วประเทศ สังเกตได้จากป้ายทะเบียนเป็นสีเหลืองขึ้นต้นด้วยเลข 30 รวมทั้ง 31,32 เช่น 31-4321 หรือ 32-5432  ส่วนใหญ่รถตู้ทำทัวร์จะอยู่ในประเภทนี้ ส่วนรถแดงปัจจุบันอยู่ในประเภท 10  ป้ายทะเบียนสีเหลือง จะขึ้นด้วยเลข 10 ซึ่งกรมขนส่งจำกัดให้วิ่งประจำทางเฉพาะในเขตเมือง-ผู้เขียน) คือ รถเหมา สามารถเหมาไปได้ทุกที่แต่ห้ามเก็บผู้โดยสารรายทาง  ออกไปแม่ริมได้  ไปต่างจังหวัดได้ ทางหลวงก็ไม่จับ”

“ทุกวันนี้รถแดงส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยการเหมา จะขึ้นดอยสุเทพก็เหมา ไม่ได้เก็บรายทาง พวกที่จอดเป็นคิวรอเหมาไม่ควรให้เก็บรายทาง พอเราทำเกณฑ์อย่างนี้ที่เหลือก็สามารถวิ่งเป็นสาย และรถที่วิ่งเป็นสายก็มีรายได้เพิ่มขึ้น”

“ถ้าเปิดโอกาสให้ลง 30 ลุงก็พร้อมจะลง แต่ต้องห้ามสหกรณ์เพิ่มรถ ห้ามจดทะเบียนรถใหม่ แล้วค่อยลดตัวรถโดยซื้อป้ายทิ้ง”

“ส่วนการจัดเป็นสาย ก็จัดเป็นสายย่อยๆให้มากกว่าเดิม”

“แล้วรถเมล์ละคับ ปัญหาอยู่ตรงไหนแล้วจะเอามาร่วมด้วยได้ไหม”

“รถเมล์ยังไงก็อยู่ไม่ได้เอกชนมาบริหารยังไงก็อยู่ไม่ได้ น้องลองคิดดูทำไมรถเมล์เทศบาลอยู่ไม่ได้ บางครั้งรับคนมาคนนั้นขอไปส่ง ก็ออกนอกเส้นทาง เพราะรู้ว่าไปเส้นทางนั้นก็ไม่มีคนขึ้น”

“คนรอขึ้นรถเมล์มีห้าคน พอเจอรถแดงจอดถาม เขาก็ขึ้นรถแดงนะก่ะ เพราะส่งถึงที่ ไม่ต้องต่อรถสองต่อ ไม่มีใครอยากเสียค่ารถสองต่อหรอก คือรถเมล์ที่มีอยู่มันไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ครอบคลุมบ่ได้เพราะคนไม่แน่นเท่ากทม. จังหวัดอื่นที่วิ่งเป็นสายได้ เพราะบางแห่งมีโรงงาน เขาสามารถใช้หกล้อวิ่งได้ ยอมขึ้นไปเบียดเพราะขี้เกียจรอรถ บ้านเราถ้าเห็นคนขึ้นสักสี่ห้าคนก็ไม่โบกแล้ว รอโบกคันถัดไป”

“งั้น ถ้าจะแก้เรื่องขนส่งมวลชนในเชียงใหม่มีข้อเสนออย่างไร”

“ต้องจัดรถแดงให้ลงตัวก่อน อย่าเพิ่งเอาอย่างอื่นมาลง จำกัดจำนวนรถ และทำให้มันลดลงโดยซื้อคืน หรือจับไปลงสามศูนย์ประเภทเดียวกับรถตู้ รถที่จอดเป็นที่ๆจับไปลงเป็น30 หมดเลย ราคามันไม่ใช่ปัญหา ถามว่าถ้าให้เก็บน้อยลงทำได้ไหม ถ้ารถมันน้อยลง เราก็เก็บในราคาถูกลงเหลือ 15 บาทได้ เห็นคิวรถหน้าโรงพยาบาลสวนดอก-กาดหลวงไหม เขาเก็บแค่ 10 บาท แต่บางคนก็ไม่นั่ง เพราะรถวิ่งทั่วไปเก็บ 20 บาท เขาก็นั่งที่เก็บ 20 บาท เพราะไม่ต้องรอ และนั่งเบียดกันบนรถ แถมร้อนอีกต่างหาก”

“หรือถ้าไม่มีเงินซื้อป้าย อาจจะทำแบบที่ชลบุรี คือ รถเยอะมากเขาสลับวันวิ่งเป็นวันคู่วันคี่ แต่ถ้าจะยุบรถแดงเลยเป็นไปไม่ได้หรอก”

คำถามสุดท้ายของผมจบลง พร้อมๆ กับรถวิ่งมาถึงหน้าปากทางศาลากลาง อันที่จริงมันไม่ควรจะเป็นคำถามสุดท้ายเพราะเรื่องราวของขนส่งมวลชนในเชียงใหม่ยังมีประเด็นคำถามอีกมาก แต่สำหรับชายคนหนึ่งซึ่งขับรถแดงมานานกว่ายี่สิบปี กับความเห็นของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำอยู่ เขารู้สึกและพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาพยายามพูดและย้ำถึงความคิดของเขาในหลายครั้ง จนผมคิดได้ว่าเราควรจบบทสนทนาอันน่าสนใจนี้ไปแล้วค่อยไปหวังว่าสังคมจะต่อยอดบทสนทนาว่าด้วยขนส่งมวลชนเชียงใหม่ ซึ่งมันคงไม่ใช่คำถามสุดท้ายอย่างแน่นอน

ก่อนจากกับลุง ผมได้บอกกับเขาว่าผมเป็นนักข่าวและขอเอาสิ่งที่ลุงพูดไปเขียน ลุงตอบสั้นว่า “เขียนได้ แต่อย่าเอาชื่อจริงลุงไปลงเน้อ ลุงก็เสียวเหมือนกัน”. 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
ดูวิธีแบบจีนสไตล์ อยู่และจัดการปัญหาหมอกควัน
 เข้าชม: 24,263 ครั้ง  |   วันที่ : 11 มีนาคม 2559 - 11:15 น.
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,719 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.