• 22 กันยายน 2562 - 03:29 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ศาลชี้กฟผ.ใช้ที่สาธารณะสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงผิดกม.ไม่ขออนุญาต สั่งยุติโครงการ

 วันที่ 1 ตุลาคม 2558 - 18:30 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 5,660 ครั้ง พิมพ์

 

ศาลปกครองเชียงใหม่พิพากษา ‘กฟผ.’ ผิด รุกพื้นที่สาธารณะต.ดู่ใต้ จ.น่าน สร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง กระทบที่ทำกินชุมชน สั่งยุติโครงการ - ทนายย้ำ แม้เป็นหน่วยงานรัฐก็ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ตามกฎหมาย



ภาพประกอบจาก http://robbiefzz532.exteen.com/page/12

วานนี้ 30 ก.ย. 58 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ศาลปกครองเชียงใหม่ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.4/2557 ที่นางพวงทอง เลื่องลือ กับพวกรวม 17 คน เป็นผู้ฟ้องคดีที่ 1-17 ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2  ในความผิดฐานเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ(ป่าชุมชน)ค่าโขง ในท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่านโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าแรงสูง

ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำพิพากษาว่าการดำเนินการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างโครงการดังกล่าวถือเป็นการกระทำโดยไม่ชอบตามกฎหมาย เนื่องจากมิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2541 กำหนดไว้  และพิพากษาให้กฟผ. ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยุติการก่อสร้าง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำสภาพที่ดินในที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงกับสภาพเดิม

นางสาวส.รัตนมณี  พลกล้า ทนายความฝ่ายผู้ฟ้องคดี ศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากประชาชนตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ต้นปี 2557 โดยชาวบ้านแจ้งว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างผ่านที่ดินสาธารณะประโยชน์ 2 แปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน และพื้นที่ที่หมู่บ้านใช้ทำการเกษตรร่วมกัน  โดยไม่มีการแจ้งชาวบ้านในพื้นที่และไม่มีการขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานใด  กระนั้น ที่ผ่านมากฟผ.ยังเดินหน้าดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเหตุให้พื้นที่สาธารณะของชุมชนทรุดโทรมเสียหาย กระทบต่อวิถีการทำมาหากิน ศูนย์ข้อมูลชุมชนจึงได้เข้าให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ชาวบ้านในการฟ้องคดีตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2557

นางสาวส.รัตนมณี กล่าวเพิ่มเติมว่า"การฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อให้หน่วยงานราชการเห็นว่า แม้ตัวเองจะมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการใดๆก็ตาม แต่ก็ต้องเคารพในกฎหมายอื่นด้วย ไม่ใช่จะอ้างเพียงว่าเป็นหน่วยงานรัฐเหมือนกัน ก็ไม่ต้องขออนุญาต คดีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับหน่วยงานอื่นที่จะดำเนินโครงการใดๆก็ควรต้องเคารพในกฎหมายของตนและกฎหมายอื่นด้วย"

 

ด้านนายวีรวัฒน์  อบโอ ทนายความผู้ฟ้องดคี ศูนย์ข้อมูลชุมชน ระบุว่า การที่กฟผ.เข้าไปก่อสร้างโครงการในที่สาธารณะประโยชน์โดยไม่ได้ขออนุญาตนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ศาลปกครองเชียงใหม่ได้ตัดสินให้กฟผ.ยุติโครงการดังกล่าว และทำให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพเดิม การที่ประชาชนในพื้นที่มายื่นฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อให้ศาลได้ชี้ว่า กฟผ.ซึ่งแม้จะเป็นหน่วยงานของรัฐก็ไม่สามารถดำเนินการโครงการใดๆโดยไม่เคารพต่อกฎหมายได้ และจำเป็นต้องขออนุญาตหน่วยงานพร้อมทั้งแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบอย่างถูกต้องก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างใดๆ"

นางพวงทอง เลื่องลือ ตัวแทนชาวบ้านผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ชาวบ้านเห็นพ้องกับคำพิพากษาที่ตัดสินว่า กฟผ.ทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตว่าหากชาวบ้านเข้าไปก่อสร้างสิ่งใดๆหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะโดยไม่ขออนุญาตเช่นเดียวกันนี้ ก็คงถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ไปแล้ว

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังเปิดเผยว่า นอกจากพื้นที่ที่มีการฟ้องร้องกันนี้แล้ว ยังมีพื้นที่สาธารณะในอำเภออื่นที่โครงการนี้ก่อสร้างผ่าน  ซึ่งไม่แน่ใจว่า กฟผ.ได้มีการดำเนินการขออนุญาตแล้วหรือไม่อย่างไร.

สรุปประเด็นคำพิพากษา
คดีสายส่งไฟฟ้าน่าน กรณีที่สาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและพื้นที่ป่าชุมชนค่าโขง

ศาลปกครองเชียงใหม่

คดีหมายเลขดำที่ ส.๔/๒๕๕๗

คดีหมายเลขแดงที่ ส.๑๕/๒๕๕๘

ระหว่าง นางพวงทอง เลื่องลือ ที่ ๑ กับพวกรวม ๑๗ คน  ผู้ฟ้องคดี

              การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ ๑, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี

เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย

ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย

          คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เข้าไปก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าแรงสูงในที่ดินสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ซึ่งที่ดินทั้งสองแปลงเป็นที่สาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นป่าชุมชน และพื้นที่ทำกินทางการเกษตรร่วมกันของชุมชน แต่ กฟผ.กลับเข้าไปดำเนินการตัดฟันต้นไม้ ปรับไถพื้นที่ และก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่า จะเป็นการขออนุญาตใช้พื้นที่ เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ดินและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของกับที่ดินสาธารณะ

          โดยผู้ฟ้องคดีได้ฟ้องคดีนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๕๗ เมื่อทราบแน่ชัดว่า มีการก่อสร้างโครงการในพื้นที่ด้วยการเข้าไปตัดฟันต้นไม้ ในเบื้องต้นได้มีการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและจะทำให้เกิดความเสียต่อที่ดินสาธารณะ แต่ศาลยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาโดยเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของ กฟผ.เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจริง โดยสั่งว่า หากยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก็จะต้องดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากพื้นที่สาธารณะดังกล่าว โดยมีเนื้อหาของคำสั่งที่สำคัญ คือ

  1. การเข้าไปดำเนินการโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

  • ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามสมควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้

วรรคสอง บัญญัติว่า ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจถูกถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือนำไปจัดเพื่อประชาชนได้ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมือง รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน จัดหาที่ดินมาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้ว การถอนสภาพหรือโอนให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ แต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นหรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยนไปจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจกฎหมายอื่นแล้ว การถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา…..
  • ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.. ๒๕๔๑
  • ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง พ.. ๒๕๔๓

จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หากทบวงการเมืองหรือรัฐวิสาหกิจใดๆ ประสงค์จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นจะต้องดำเนินการขอใช้ที่ดินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันได้

  • พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามหนังสือสำคัญที่หลวง เลขที่ ๑๘๔๗๒ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๖ และสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ในท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า ๕๐๐ กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน ๒

โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (กฟผ.) มีหน้าที่ต้องดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ กำหนดไว้ก่อน แต่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้นำเครื่องจักรเข้าไถเกลี่ยที่ดินและรื้อถอนต้นไม้ที่ประชาชนปลูกไว้ในพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า ๕๐๐ กิโลโวลต์ จากชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) น่าน ๒ ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ และวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ ตามลำดับ โดยไม่มีหนังสือเสนอปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาทำเรื่องขออนุญาตใช้ที่สาธารณประโยชน์ไปพร้อมกับที่สาธารณประโยชน์แปลงอื่นๆ หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เสนอปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาทำเรื่องขออนุญาตใช้ที่สาธารณประโยชน์ทั้งสองแปลงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดในเวลาต่อมาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งผลการพิจารณาให้กระทรวงพลังงานหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ทราบ หรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เร่งรัดติดตามถึงผลการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าได้มีคำสั่งอนุญาตให้ใช้ที่สาธารณประโยชน์ทั้งสองแปลงหรือไม่ อย่างไร กรณีจึงต้องถือว่าเป็นการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขงอันเป็น      สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ โดยมิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.. ๒๕๔๑ กำหนดไว้ก่อน

ดังนั้น การเข้าไปดำเนินโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการอันเป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

               พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยุติการก่อสร้าง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำสภาพที่ดินในที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงกับสภาพเดิม หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ห้วยต้นผึ้งและสวนป่าสาธารณะ (ป่าชุมชน) ค่าโขง ทั้งนี้ ให้ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๖๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,050 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.