• 24 ตุลาคม 2560 - 14:49 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

นักวิชาการเข้ารายงานตัว ยันไม่ผิดพร้อมสู้คดี แถลงซ้ำ สังคมไทยก็ไม่ใช่ค่ายทหารเช่นเดียวกัน

 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 - 18:52 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,164 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้(24 พ.ย. 58) เวลาประมาณ  15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักวิชาการจำนวน 5 คน ได้แก่ ศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายจรูญ อยู่ทอง รศ. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ มหาวิทยาลัยทักษิณ นายมานะ นาคำ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ารายงานตัวตามหมายเรียกข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปของ สภ.ช้างเผือก จ. เชียงใหม่

พ.ต.ท. มณฑป แสงจำนง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหาเข้ามามอบตัว ทางตำรวจก็จะดำเนินการตามขั้นตอนรับมอบผู้ต้องหา หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรายงานตัวแล้ว ก็คงต้องไปถามผู้ต้องหาเองว่าให้การอย่างไร เบื้องต้นได้คุยกับผู้ต้องหาว่าขอให้ข่าวนอกภายนอกสถานที่ราชการ

“จากนี้ก็คงสรุปฟ้องศาลกันไป กระบวนการก็คงไปอยู่ในชั้นศาล มีการดำเนินคดีทั้งหมดหกคน คงไม่ควบคุมตัว แต่จะปล่อยตัวชั่วคราว" พ.ต.ท.มณฑป กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนผู้ต้องหาราวหนึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นได้มีนักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัยและนักเคลื่อนไหว ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมราว 50 คน ได้ทยอยเข้ามาให้กำลังใจ

 

หลังจากสวบสวนเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัว ศ.ดร.อรรถจักร จึงเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยสรุปความว่า...

ภายหลังจากการออกแถลงการณ์ของเครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยในประเด็นเรื่อง "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ก็ได้มีนายทหารเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาการชุมนุมมั่วสุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ดังเป็นที่ทราบกันแล้วนั้น ทางเครือข่ายคณาจารย์ใคร่ขอชี้แจงถึงความจำเป็น และความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงความเห็นอีกครั้ง ดังนี้

ประการแรก เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยขอยืนยันว่า การแถลงการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด โดยถือเป็นการแสดงออกความคิดเห็นในประเด็นปัญหาของการจัดการศึกษาอันเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของบุคลากรมหาวิทยาลัย การแสดงความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยการใช้เหตุผลในการชี้แจงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ผิดพลาดต่อระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยบนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับเหตุผล และการถกเถียงระหว่างฝ่ายต่างๆมิใช่การยัดเยียดความรู้แบบไร้การวิเคราะห์ให้กับผู้เรียน

ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงความเห็นอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสื่อสารกับสาธารณะให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องกับการศึกษาในมหาวิทยาลัย การกล่าวหาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการชุมนุม หรือมั่วสุมทางการเมืองย่อมถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ดังจะเห็นได้ว่ามีการประชุมทางวิชาการและการชี้แจงความเห็นของกลุ่มต่างๆ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายทหารควรจะต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจให้มากขึ้นเพื่อให้เข้าใจถึงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน

ประการที่สอง เสรีภาพในการแสดงความเห็นเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงอยู่ร่วมกันของคนทุกกลุ่มในสังคม ทั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ปกติที่ทุกสังคมย่อมจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไปในประเด็นปัญหาต่างๆ การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นแนวทางของการทำให้เกิดการถกเถียง การแลกเปลี่ยน และการตรวจสอบถึงความเข้าใจของแต่ละฝ่าย ความคิดเห็นไม่ว่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็สามารถที่จะถูกตั้งคำถามเพื่อให้เกิดการชี้แจงถึงข้อมูล และเหตุผลของแนวคิดที่ตัวเองยึดถือ การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยก็ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้เกิดการทำความเข้าใจบนฐานของความรู้ที่รอบด้าน และด้วยการใช้เหตุผลในการตัดสินใจเป็นสำคัญ มิใช่เพียงการปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรมรองรับ

นอกจากนี้แล้วเสรีภาพในการแสดงความเห็นก็มิใช่จำกัดไว้เฉพาะพื้นที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น พลเมืองในสังคมทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นด้วยเช่นกัน เนื่องจากในห้วงเวลาปัจจุบันมีการดำเนินนโยบายของรัฐ การร่างรัฐธรรมนูญ การบัญญัติกฎหมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวาง ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคมทุกคนจึงย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินการต่างๆเหล่านั้น การคุกคามหรือปิดกั้นเสรีภาพของบุคคลใดๆ เป็นเพียงการกดทับปัญหาเอาไว้ มิได้ช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาตลอดจนความขัดแย้งในสังคมอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยขอยืนยันว่าเสรีภาพในการแสดงความเห็นเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการปกป้อง และมิใช่สำหรับผู้ประกอบอาชีพอาจารย์เท่านั้น เพราะไม่ใช่แต่มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ไม่ใช่ค่ายทหาร หากแต่สังคมไทยก็ไม่ใช่ค่ายทหารเช่นเดียวกัน ดังนั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็นของทุกคนและทุกฝ่ายจึงต้องได้รับการปกป้องอย่างเสมอภาคและทัดเทียมกัน

รศ.สมชาย กล่าวว่า ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ปากคำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยยืนยันว่า พวกเราไม่ได้กระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย สิ่งที่ทำเป็นการเสรีภาพในการแสดงความเห็น ทำอย่างสันติ เราพร้อมที่จะในกระบวนการที่จะเกิดข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันนั้นเดียวกันนี้ชุมนุมนักกิจกรรมภาคเหนือได้ออกแถลงการณ์ มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร  และประเทศชาติก็ไม่ควรถูกปกครองด้วยวิธีคิดแบบทหารเช่นกัน หยุดคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ หยุดคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก และยุติการดำเนินคดีกับคณาจารย์ ผู้แสดงความคิดเห็นทางวิชาการทันที.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออกหมายเรียกนักวิชาการ มั่วสุมเกิน 5 คน คาดผลพวงจัดแถลงข่าว “มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร”

ทูตสหรัฐฯกังวลกรณีออกหมายเรียกนักวิชาการ กระทบเสรีภาพพื้นที่การแสดงออก

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,720 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.