• 15 ธันวาคม 2560 - 00:13 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ผู้ว่าฯ ชม.แจงปัญหางบข่วงหลวงฯ สยบข่าวลือ ยันปฏิบัติตามขั้นตอน คิกออฟงานก่อนปีใหม่

 วันที่ 24 ธันวาคม 2558 - 12:35 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,421 ครั้ง พิมพ์

 

หลังจากปล่อยให้เรื่องโครงการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงเดิมกลางเมืองเชียงใหม่อึมครึมช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนเป็นข่าวลือที่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวเพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว ณ ศาลากลางจังหวัดฯ

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ทางจังหวัดต้องจัดแถลงข่าวขึ้น เนื่องจากมีการลือไปต่าง ๆ นานา โดยฟังข่าวจากทางเฟชบุ๊ค และไลน์ ว่า ทางสำนักงานจังหวัดงุบงิบทำ จะปล่อยงบตกให้เอกชน ซึ่งสาเหตุจริง ๆ ที่เริ่มต้นไม่ได้ คือ ติดขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและรอบคอบ

“พอเราประชุมทำงานกันตอน 5 โมงเย็น ก็มาหาว่าเรางุบงิบจะยกเลิกโครงการ ทั้งที่เราพยายามหาเวลาคุยกันเพื่อหาทางออกให้กับพื้นที่ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเรา”

“วันนี้เราคิดว่าเราพร้อมที่จะแถลงข่าวบอกว่าสิ่งที่อยู่บนเฟช บนไลน์ หรือข่าวลืออะไรก็ตามนั้น แท้จริงแล้วเรากำลังจะทำอย่างไร และจากนี้ไปคงจะเปิดเผยขั้นตอนการทำงานของเราจนกว่างานจะลุล่วง”

“เราวางแผนจัดทำเวปไซต์ข่วงหลวงเวียงแก้ว โดยจะใช้งบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่มีอยู่ ในการสร้างช่องทางเชื่อมกับเวปไซต์ของสำนักงานจังหวัด ข่าวลือต่างๆ หรือเรื่องว่าใครจะมาจัดการพื้นที่ขอให้ทุกท่านลืมไป เพราะตั้งแต่วันนี้ที่เราแถลงข่าว สำนักงานข่าวจังหวัดจะเป็นคนจัดการ และเป็นแหล่งข้อมูลเดียว ซึ่งจะเปิดกว้าง แล้วเชิญทุกคนให้มาร่วมได้มากที่สุด”

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ตอนนี้กำลังดำเนินอยู่ในขั้นตอนตามงบประมาณที่ได้รับ ถ้าทางหอจดหมายเหตุเริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ ก็จะผูกพันงบประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็นสามกิจกรรมหลัก คือ หนึ่ง กิจกรรมของหอจดหมายเหตุ สอง กิจกรรมขุดค้นโบราณคดีของสำนักศิลปากรที่ 8  และสาม การรื้อถอน ก่อสร้าง

“ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ยุ่งกับเงิน 150 ล้านบาท เราจึงต้องขอกันเงินงบประมาณเป็นก้อนใหญ่ ก้อนเดียว แต่พอมีการทำงบประมาณในแต่ละส่วน พอส่วนนี้เริ่มก็จะกลายเป็นงบผูกพันต่อไป”

“เราจะเริ่มคิกออฟการดำเนินการใช้เงินวันที่ 28 ธันวาคมนี้ ในส่วนของหอจดหมายเหตุ หลังจากนั้นในเดือนมกราคมจะเริ่มใช้เงินในส่วนสำนักศิลปากรที่ 8 การรื้อ จะยังไม่มีการรื้ออาคารจนกว่างานสองส่วนนี้จะเสร็จ เมื่อกระบวนการสองส่วนนี้เสร็จถึงจะมีการรื้อถอน อาจจะไม่เร็วเหมือนที่ท่านอยากให้เร็ว เพราะเราต้องทำตามระเบียบข้อกฎหมายทางโบราณคดี ราชพัสดุ หอจดหมายเหตุ แต่เรายืนยันเราจะเปิดเผยความคืบหน้าของการทำงานทุกครั้ง”

นาย สง่า บัวระดก หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด กล่าวว่า งบประมาณ 150 ล้านบาทที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้รับมอบมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2557 หลังจากมีการประชุม รับฟังความคิดเห็น ประกวดแบบจนได้แบบเผยแผ่นดินสู่ถิ่นเวียงแก้วออกมา ได้มติออกมาว่าจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน หนึ่ง งบประมาณที่รื้อถอนและการก่อสร้าง วงเงินงบประมาณทั้งหมด 120 ล้านบาท แบ่งเป็นเรื่องรื้อถอนก่อสร้าง 100 ล้านบาท อีก 20 ล้านเป็นการจัดทำในรูปแบบสถาปัตยกรรม ระบบอุปกรณ์ภายใน เช่น เรื่องระบบแสงเสียง

สอง งบขุดค้นทางโบราณคดี 20 ล้านบาท หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานงานศิลปากรที่ 8

สาม งบบันทึกจดหมายเหตุการณ์รื้ออาคารเรือนจำหลังเก่า 7 ล้านบาท ดำเนินการโดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯจังหวัดเชียงใหม่

และสี่ งบประชาสัมพันธ์ และบริหารจัดการ 3 ล้านบาท จะรับผิดชอบโดยสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

“เราได้แบ่งกิจกรรมหลักๆเป็น 4 กิจกรรม มีเจ้าภาพแต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน ซึ่งรายละเอียดแต่ละกิจกรรมสามารถตามรายละเอียดได้จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ”

 

หอจดหมายเหตุฯ วางแผนเก็บภาพ ประกวดภาพถ่าย เสวนา ทำหนังสือและสารคดี

ศิริพร ภาณุรัตน์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ กล่าวว่า จดหมายเหตุจะดำเนินการเป็นขั้นตอนแรก เนื่องจากว่า ต้องบันทึกภาพฑัณทสถานหญิงทั้งหมด ทั้งภาพมุมสูงและภาพพื้นราบ ทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร ซึ่งในอนาคตถ้าอาคารเหล่านี้ถูกรื้อถอน ภาพที่บันทึกไว้จะเป็นภาพทางประวัติศาสตร์ และจะกลายเป็นข้อมูลที่ให้นักวิชาการหรือคนทั่วไปได้ทำการศึกษาค้นคว้าต่อไป

ทางหอจดหมายเหตุยังได้วางแผนอีกว่า นอกจากนอกจากถ่ายภาพแล้ว จะมีกิจกรรมอื่นๆอีก ได้แก่ จัดให้มีกิจกรรมประกวดภาพพื้นที่บริเวณนั้น โดยอาจจะเชิญชุมชนที่เคยอยู่รอบข่วงหลวงเวียงแก้วมาร่วมประกวดถ่ายภาพ นอกจากนี้จะมีการจัดเสวนาพูดถึงข้อมูลที่จดหมายเหตุมี เช่น ประวัติคุ้มหลวง หรือคอกในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งหลักฐานที่เราค้นได้นานสุด คือ พ.ศ.2436 เป็นแผนที่มหาดไทย ในตัวแผนที่ ระบุชัดว่า คุ้มหลวง เวียงแก้ว ทำให้อนุมานได้ว่า คำว่าคุ้มหลวงเวียงแก้ว ปรากฏในแผนที่มหาดไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว แต่ไฉนถึงกลายมาเป็นคุกในปัจจุบัน คือ นำเอาเอกสารชั้นต้นเพื่อมาตอบคำถามว่า เรื่องราวมีที่มาที่ไปอย่างไร

หลังจากเสร็จกิจกรรมเหล่านี้แล้ว จะมีการจัดพิมพ์หนังสือเพื่อเผยแพร่ และเนื่องในโอกาสวาระ 720 ปีของเมืองเชียงใหม่ จะมีการทำสารคดีประวัติศาสตร์เล่าเรื่องที่มาที่ไปเพื่อเสนอฉายในงานเฉลิมฉลอง

“เราบันทึกข้อมูลทุกส่วน มีข้อมูลภาพของจดหมายเหตุ สามารถระบุได้ว่าอาคารเรือนต่างๆ มีความกว้าง และความยาวเท่าไหร่  เราเจอรายงานการตรวจเรือนจำเชียงใหม่ 2473 โดยในจดหมายเหตุฉบับนี้พูดถึงความกว้าง ความยาวของตัวอาคาร แม้กระทั่งว่าอาคารแต่ละหลังทำด้วยไม้อะไร ไม้กระยา ไม้สัก มีกี่ห้อง บ่อน้ำขุดกว้างเท่าไหร่ ลึกเท่าไหร่ เอกสารชุดนี้จะช่วยประเมินคุณค่าความสำคัญ อาคารแต่ละหลังได้”

 

สำนักศิลปากรคาดเจอโบราณสถานใต้ดินกลางพื้นที่คอก

นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีปฏิบัติการณ์ สำนักศิลปากรที่ 8  กล่าวว่า การดำเนินการของสำนักงานศิลปากรที่ 8 มีอยู่ สี่กระบวนการหลัก  หนึ่ง สำรวจธรณีฟิสิกส์ สอง ขุดค้นโบราณคดี สาม ขุดแต่งลอกดินโบราณคดี สี่ บูรณะโบราณสถานที่จะเจอจากการขุดแต่งทางโบราณคดี

ตอนนี้พอจะอนุมานได้ว่า หนึ่ง จะเจอแนวกำแพงเวียงแก้ว สอง บริเวณฐานและจุดที่เป็นศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก สันนิษฐานว่าจะมีมณฑปอยู่ข้างใน อีกส่วนหนึ่งคือ กลางพื้นที่ ซึ่งจากหลักฐานสมัยร.5 ไม่ได้แสดงว่ามีตัวอาคารอะไรอยู่ แต่ถ้าพิจารณาประวัติศาสตร์ตัวพื้นที่ จะเห็นว่าพื้นที่นี้แวดล้อมไปด้วยสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น วัดพระสิง วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะเจอโบราณสถานใต้ดิน

“เหตุผลที่ต้องดำเนินการทั้งสี่กระบวนการ หนึ่ง ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จากการที่ได้ศึกษาในข้อมูล พื้นที่นี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างน้อยสองช่วงเวลา คือสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สมัยพระยากาวิละ กับอีกช่วงหนึ่งคือสมัยเจ้าหลวงองค์ที่ หก หรือ 7 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การใช้งาน เป็นเรือนจำของมณฑลพายัพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะสืบย้อนได้ลงไปได้เก่ากว่าสมัยที่ว่ามาอีก คือสมัยล้านนา”

“สอง ในแง่ความจำเป็นของกฎหมาย เพราะเนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติ ซึ่งหากเราสร้างอาคารที่มีตอม่อทับลงไป แล้วไปกระทบโบราณสถานใต้ดิน  ก็ต้องรื้อใหม่หมด ดังนั้นการขุดค้นโบราณคดีจะเป็นการหลบเลี่ยงตำแหน่งสิ่งปลูกสร้างไม่ให้ทับโบราณสถานได้”

“ถ้าเกิดเจอโบราณในส่วนของพื้นที่โบราณสถานตรงกลาง เช่น เจดีย์ วิหาร อาจจะต้องมาพิจารณาเพิ่มในเรื่องของระยะเวลา เพราะเนื้องานเพิ่มขึ้นในส่วนของงานที่เราจะต้องบูรณะ(อ่านรายละเอียดแผนขุดค้นทางโบราณคดี)

 

เล็งขอปรับแบบ เก็บอาคารเก่าทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์สองหลัง

สุวรรณ เขื่อนแก้ว ตัวแทนธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า  กรณีจะต้องมีการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพัสดุ ตามกฎหมาย หน่วยงานที่ใช้ประโยชน์จะต้องขออำนาจจากผู้ว่าฯราชการจังหวัด สำหรับการรื้อถอนสามารถดำเนินการได้ แต่กรณีข่วงหลวงเวียงแก้วเป็นกรณีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรม ควรอนุรักษ์ไว้ กรณีที่จะมีการรื้อถอน ต้องให้หน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ แต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน หาเหตุผลความจำเป็นเพื่อเสนอประกอบการพิจารณาการรื้อถอนด้วย

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการประเมินคุณค่าขึ้นมาแล้ว จะเห็นว่าเราเดินตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดมีคณะกรรมการประเมิน (ดูรายชื่อคณะกรรมการท้ายรายงาน)

นายสายกลาง จินดาสุ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานประเมินคุณค่าอาคารในพื้นที่ข่วงหลวงเวียงแก้ว กล่าวว่า ในหลักการประเมินคุณค่าสถาปัตยกรรม  มีหลักการอยู่สามปัจจัยสำคัญ คือ หนึ่ง คุณค่าเชิงอนุรักษ์ในฐานะที่เป็นอาคารทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม สอง ความต้องการของภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่ผ่านการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น สาม ความสอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ชนะการประกวดแบบของข่วงหลวงเวียงแก้ว

จากการประเมินคุณค่าอาคารเราได้ข้อสรุปว่า เราพบอาคารที่มีคุณค่าเชิงการอนุรักษ์อยู่ 6 หลัง คือ อาคารอำนวยการ อาคารเรือนพยาบาล อาคารแว่นแก้ว อาคารบัวบาน อาคารเครือฟ้า อาคารเรือนเพ็ญ ที่เหลือเป็นอาคารสร้างใหม่ ซึ่งไม่ได้มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์เห็นควรให้รื้อได้ รั้วกับป้อมสามารถรื้อได้

เมื่อเอาอาคารที่มีคุณค่าหกหลังมาวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยด้านความต้องการภาคประชาชนกับความสอดคล้องกับแบบที่ประกวด เราเห็นว่ามีอาคารที่ควรรื้อถอนออก 4 หลัง คือ อาคารอำนวยการ อาคารแว่นแก้ว เรือนเครือฟ้า เรือนบัวบาน ยกเว้นอาคารสองหลัง คือ อาคารเรือนเพ็ญ ซึ่งเป็นอาคารด้านในสุด และอาคารพยาบาล เพราะในสองอาคารนี้ สามารถเป็นอาคารแสดงโบราณวัตถุของพื้นที่ได้

“ผมพูดจากใจ อยากให้ภาคประชาชนได้ลองทบทวนของคุณค่าของอาคารนี้ร่วมกัน ว่าควรเก็บรักษา เนื่องจากตอนนั้นผลการรับฟังความคิดเห็น ต้องการให้รื้อทั้งหมด จึงอยากให้พิจารณาตรงนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าเห็นด้วยก็จะนำไปสู่การอนุรักษ์และปรับใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่กับแบบที่ชนะการประกวด แต่หากไม่เห็นด้วยก็สามารถรื้อถอนได้ในภายหลัง”

 

ภาคปชช.พอใจ ข่วงหลวงได้ฤกษ์เริ่มต้นดำเนินการ

เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนตามเรื่องนี้มาสามปี ส่งจดหมายไปส่วนกลางเพื่อขอพิจารณาไม่ให้งบตกหลายครั้ง วันนี้เป็นวันที่พวกตนรู้สึกดีใจมาก เพราะมีการเปิดแถลงข่าวให้เห็นความชัดเจนในเรื่องของการดำเนินการ

“เราไม่เคยได้รับข่าวคราวที่ชัดเจน แต่วันนี้ชัดเจน ถ้าการทำงานของฝ่ายราชการเปิดเผย ตรงไปตรงมากับสาธารณะแบบนี้ เราคงจะได้เห็นข่วงหลวงเวียงแก้ว ต่อจากนี้ไป เราจะติดตามการทำงานของทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น”.

 

ภาพจดหมายแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินคุณค่าอาคารในพื้นที่ข่วงหลวงเวียงแก้ว

 


รวมลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รายงานพิเศษ : เส้นทางข่วงหลวงเวียงแก้วกับการเป็นพื้นที่สาธารณชน

ชาวชม.กว่า200ร่วมโหวตแบบข่วงหลวงฯก่อนประกาศผล 8 ก.ค.นี้ ด้านศูนย์สร้างสรรค์ฯยื่นรองผู้ว่าฯขอระงับกระบวนการ

เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ หนุนโครงการประกวดแบบข่วงหลวง

มอบรางวัลแบบชนะข่วงหลวงฯ วัดใจคสช. ยื้องบ 150 ล้านบาท

ข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ ถามความคืบหน้า “ข่วงหลวงฯ” หลังยังไม่เกิดการจัดซื้อจัดจ้าง

สน.จังหวัดชม.แจงเรื่อง “ข่วงหลวงฯ” ยันจัดจ้างทันก่อนงบตก

ประชาสังคมชม.เตรียมเปิดเวทีสภาพลเมืองติดตามความคืบหน้าการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว

สน.จังหวัดชม.ตอบคำถามความคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง ปัดข่าวลือปล่อยตก-เอกชนฮุบ

ประชาสังคมเชียงใหม่ 11 องค์กร ยื่นจม.ถามคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง หลังมีกลุ่มขึ้นป้ายอ้างสิทธิจัดการ

ชาวบ้านส่ายหัว พท.สาธารณะกลางเมืองชม.ส่อแววเป็นหมัน หลังแผนงานแต่ละส่วนไม่ลงตัว

เปิดแผนขุดค้นโบราณคดี ในพื้นที่คุก คอก ข่วง เวียงแก้วเชียงใหม่

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,915 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.