• 15 ธันวาคม 2560 - 00:13 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ผลสำรวจธรณีฟิสิกส์ข่วงหลวงเวียงแก้ว เจอแนวต่อเนื่องวัตถุขนาดใหญ่ กรมศิลป์ฯเตรียมขุดพิสูจน์

 วันที่ 21 มีนาคม 2559 - 19:18 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,112 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ (21 มี.ค.59) ที่หอศิลปวัฒนธรรมเทศบาลนครเชียงใหม่ ทีมสำรวจธรณีฟิสิกส์โครงการข่วงหลวงเวียงแก้วนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยมีชาวบ้าน นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐ เข้าร่วมรับฟังจำนวนหนึ่ง

ดร. กฤษณ์ วันอินทร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การสำรวจธรณีฟิสิกส์ข่วงหลวงเวียงแก้วใช้วิธีการ “เรดาร์บนพื้นดิน” หรือเรียกย่อว่า GPR  หลักการคือ ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าส่งลงไปบนพื้นที่ พร้อมกับรับสัญญาณกลับมาอีกครั้งหนึ่ง 

“ข้อดีของ GPR คือ สามารถตรวจสอบวัตถุที่อยู่ใต้ดินโดยไม่จำเป็นต้องขุดค้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เรดาร์คำนวณได้ เราไม่สามารถระบุได้ว่าข้างล่างใต้ดินเป็นวัตถุโบราณ เป็นรากไม้ เป็นอาคารก่อสร้างโบราณ หรือหิน บอกได้เพียงแต่ว่ามันคือวัตถุ ที่มีลักษณะผิดแปลกจากธรรมชาติ”

เมื่อได้ข้อมูลจากสำนักกรมศิลปากรที่ 8 ว่ามีจุดสันนิษฐานในแผนที่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งน่าจะเป็นแนวกำแพงเวียงแก้ว(เส้นสีแดง) จึงวางแผนกันว่าจะสแกนแนวกำแพงก่อน เพื่อให้รู้ขอบเขตและง่ายต่อการศึกษาในลำดับต่อไป โดยแบ่งพื้นที่สำรวจเป็นทั้งหมด 13 ส่วน (ดูตามภาพ) ใช้วิธีสำรวจจากใต้ขึ้นเหนือ ตะวันตกไปตะวันออก

เราเลือกใช้เครื่องคลื่นความถี่ 400 MHz สามารถสแกนลึกสุด 4 เมตร เนื่องจากเหมาะกับการสแกนค้นหาทางโบราณคดี ถ้าใช้ความถี่มากกว่านี้ ความละเอียดจะมากกว่าแต่ได้ความลึกน้อย ถ้าความถี่น้อยไปจะได้ความลึกแต่ไม่ได้ความละเอียดเท่าที่ควร  ในลักษณะพื้นที่ข่วงหลวงเวียงแก้วซึ่งย้อนสมัยไม่ถึงยุคโบราณเหมือนแถบภาคอีสาน  ความถี่นี้เหมาะสม 

ดร. กฤษณ์  กล่าวอีกว่า พวกตนเลือกระยะห่างเส้นสำรวจในแต่ละช่วงประมาณ 1 เมตร เนื่องจากว่าพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แม้จะเลือกระยะเส้นสแกน 50 ซม. ซึ่งได้ข้อมูลละเอียดก็จริงแต่เพิ่มระยะเวลาในการทำงานค่อนข้างมาก อีกอย่างเราตั้งสมมติฐานร่วมกันในตอนแรกว่าจะหาแนวกำแพง ซึ่งเป็นวัตถุค่อนข้างใหญ่และต่อเนื่อง ดังนั้น การวางแนวระยะห่างหนึ่งเมตรจึงทำให้งานรวดเร็วและไม่น่าจะหลุดจากแนววัตถุ

“จากการสแกน เราพบวัตถุที่มีความต่อเนื่องอยู่สองสามแนว รวมกันได้ 2-3 เมตร แสดงว่าเป็นวัตถุขนาดใหญ่ แต่บอกไม่ได้หรอกว่าเป็นแนวกำแพง หรือว่า ฐานอิฐ มองว่าเป็นรากไม้ก็ยังได้ ดังนั้นเราต้องเอาข้อมูลหลายๆพื้นที่มาประกอบกัน ผลเลือกเอาภาพมาจำลองสามมิติร่วมกับภาพพื้นที่ที่เราสำรวจ”

ภาพจำลอง 3 มิติ

ผลจากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ พบว่า อาจจะมีวัตถุที่มีความต่อเนื่องกันตามแนวที่เป็นเส้นสีแดง (ดูภาพตาม) เป็นกลุ่ม ๆ เมื่อนำมาเทียบกับแผนที่สมัย ร.5 ที่นำมาทาบใน Google Map  แนวกำแพงที่คาดว่าอยู่ตรงถนนหน้าทัณฑสถานเดิม อาจจะขยับเข้าไปเป็นแนวเดียวใต้แนวกำแพงคุกหรือเลยแนวกำแพงคุกเข้าไปด้านในก็ได้ ทั้งนี้จะพิสูจน์ทราบได้ต้องรอการขุดค้นเพียงอย่างเดียว

 

จากข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ว่า พบแนวเจอแนววัตถุที่เหมือนจะมีความต่อเนื่องเป็นแนวขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีแนวที่ต่อเนื่องกันขนาดนี้ ตีได้ความได้ว่า หนึ่ง เป็นแนวกำแพงตามที่เราคิด สอง อาจจะเป็นถนนที่ก่อขึ้นมา  สาม เป็นแนวรางน้ำสมัยโบราณ เราสามารถตีความได้หลายอย่าง

สายกลาง จินดาสุ สำนักศิลปากรที่ 8 กล่าวว่า หลังจากรายงานสำรวจธรณีฟิสิกส์ออกมาแล้ว ทางกรมศิลป์ฯ จะรอทางสำนักงานจังหวัดว่าจ้างบริษัทมารื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ จากนั้นจะขุดค้นขยายผลตามจุดที่รายงานฯ ได้นำเสนอเพื่อพิสูจน์ทราบหลักฐานทางโบราณคดีต่อไป

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง คือ ในชั้นดินชั้นหนึ่งที่เราพบแต่ละหลุม มีคราบของชาร์โคล (Charcoal) ซึ่งเป็นคราบที่เกิดจากร่องรอยการเผา เราอาจจะนำชั้นดินนี้ไปตรวจหาอายุของยุคสมัย ซึ่งนักวิชาการหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงที่เมืองเชียงใหม่ร้างไปราว 20-30 ปี จนเมื่อพระยากาวิละเข้ามาฟื้นฟูเมือง อาจเผาเศษหญ้าเคลียร์พื้นที่ก่อนจะสร้างสิ่งปลูกสร้างก็เป็นได้ ซึ่งหากเราเคลียร์ประเด็นนี้อาจจะไขปริศนาประวัติศาสตร์ว่า อาจมีการใช้พื้นที่นี้เป็นเวียงแก้ว อย่างน้อยย้อนไปได้ถึงสมัยพระเจ้ากาวิละ

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า เมื่อขุดค้นเจอแนวโบราณคดีพื้นที่นี้จะกลายเป็นของกรมศิลป์ฯหรือไหมนั้น สายกลาง กล่าวว่า ต้องว่ากันตามกฎหมายที่ระบุว่า หากพบเจอโบราณคดีแล้วกลบดิน  ไม่สร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารที่เสาเข็มหรือตอม่อทำลายโบราณคดีด้านล่าง แม้กรมศิลป์ไมได้เข้ามาดูแล ก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ถ้าสร้างสิ่งปลูกสร้างที่มีตอม่อเสาเข็มทำลายโบราณสถานก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย.

 

หมายเหตุ-ภาพจากรายงานสำรวจด้านธรณีฟิสิกส์ข่วงหลวงเวียงแก้วฉบับสมบูรณ์ 

 

โหลดรายงานสำรวจด้านธรณีฟิสิกส์ข่วงหลวงเวียงแก้วฉบับสมบูรณ์

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รายงานพิเศษ : เส้นทางข่วงหลวงเวียงแก้วกับการเป็นพื้นที่สาธารณชน

ชาวชม.กว่า200ร่วมโหวตแบบข่วงหลวงฯก่อนประกาศผล 8 ก.ค.นี้ ด้านศูนย์สร้างสรรค์ฯยื่นรองผู้ว่าฯขอระงับกระบวนการ

เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ หนุนโครงการประกวดแบบข่วงหลวง

มอบรางวัลแบบชนะข่วงหลวงฯ วัดใจคสช. ยื้องบ 150 ล้านบาท

ข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ ถามความคืบหน้า “ข่วงหลวงฯ” หลังยังไม่เกิดการจัดซื้อจัดจ้าง

สน.จังหวัดชม.แจงเรื่อง “ข่วงหลวงฯ” ยันจัดจ้างทันก่อนงบตก

ประชาสังคมชม.เตรียมเปิดเวทีสภาพลเมืองติดตามความคืบหน้าการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว

สน.จังหวัดชม.ตอบคำถามความคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง ปัดข่าวลือปล่อยตก-เอกชนฮุบ

ประชาสังคมเชียงใหม่ 11 องค์กร ยื่นจม.ถามคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง หลังมีกลุ่มขึ้นป้ายอ้างสิทธิจัดการ

ชาวบ้านส่ายหัว พท.สาธารณะกลางเมืองชม.ส่อแววเป็นหมัน หลังแผนงานแต่ละส่วนไม่ลงตัว

เปิดแผนขุดค้นโบราณคดี ในพื้นที่คุก คอก ข่วง เวียงแก้วเชียงใหม่

ผู้ว่าฯ ชม.แจงปัญหางบข่วงหลวงฯ สยบข่าวลือ ยันปฏิบัติตามขั้นตอน คิกออฟงานก่อนปีใหม่

ขุดค้นโบราณคดี คุกหญิงเดิม กลางเมืองเชียงใหม่ พบแนวกำแพงเวียงแก้ว เศษเครื่องถ้วยราชวงศ์หยวน

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,915 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.